บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

23…กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ

งามมยุราใช้เวลาตลอดทั้งวันเพื่อเดินกลับออกมาจากป่า กว่าจะถึงบ้านก็ตอนหัวค่ำ แล้วเธอต้องแปลกใจ เมื่อเห็นคนมากหน้าหลายตาเคลื่อนไหวอยู่หน้าบ้าน มีรถโฟร์วิลล์คันหนึ่งจอดอยู่ ใกล้กันมีเต็นท์สนามกางไว้สองหลัง มองเห็นแสงตะเกียงวับไหว เมื่อเข้าไปใกล้ ความข้องใจจึงกระจ่าง ดร.วัลลภ คุณพ่อของเธอเดินออกมาจากประตูบ้าน เมื่อถึงตัว งามมยุราสวมกอดเขาอย่างดีใจ

“พ่อกำลังจะออกไปตามหา ทนรอถึงพรุ่งนี้เช้าไม่ไหว ไปไหนมาลูก หายไปทั้งวันทั้งคืน ถามสองคนนี้ก็เป็นเบื้อใบ้ บอกแต่ไม่รู้อย่างเดียว” ดร.วัลลภอยู่ในชุดเดินป่า เตรียมพร้อมจะออกไปจริงๆ เขาซักอย่างไม่มีช่องว่างให้งามมยุราตอบ

บัวกับแย้มยืนตัวลีบหน้าจ๋อยอยู่ด้านหลัง สีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเจ้านายกลับมาอย่างปลอดภัย

“เอาไว้เล่าให้ฟังนะคะคุณพ่อ” แท้ที่จริงแล้วเธอไม่รู้จะเล่าอย่างไร “เป็นความผิดของลูกเอง อย่าไปโทษสองคนนี้เลย แถวนี้ไม่มีอันตราย ตอนนี้เหนื่อยมาก ขอขึ้นไปพักสักครู่ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะลงมาคุยด้วยนะคะ” งามมยุรากอดแขนดร.วัลลภ ทำตาโรยให้เขาเห็นว่าเธอเหนื่อยมาก

ดร.วัลลภมองลูกสาวคนเดียวอย่างพิจารณา นึกอยากจะถามให้รู้เรื่อง แต่เห็นท่าทางเหน็ดเหนื่อยแล้วเห็นใจ ถ้าให้เดาคงเพิ่งจะเดินออกมาจากป่า ความจริงถ้าบ่าวสองคนบอกให้รู้ว่าไปไหน เขาจะไม่เป็นกังวลเลย เพราะลูกสาวเขาเป็นนักผจญภัย เป็นนักเดินทางตัวยง

“เอาเถอะ…เอาเถอะ ดูสิเหงื่อเต็มตัว เสร็จแล้วก็ลงมาคุยกัน”

“ค่ะ” งามมยุรารับคำ แล้วส่งเป้หนังกับรองเท้าเดินป่าให้บัวเอาไปเก็บ บัวรับของด้วยแววตาอยากถามเต็มที่ งามมยุราแสร้งทำเป็นไม่เห็น

ขณะเดินเข้าบ้าน แม้สายตาของหญิงสาวจะไม่ให้ความสนใจกับบุคคลอื่นที่มากับคุณพ่อ แต่สัญชาตญาณการระวังภัย ทำให้เธอได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ทุกขณะ ขณะเธอทักทายกับคุณพ่อ ชายฉกรรจ์สามสี่คนนั้นต่างจับตามองด้วยความสนใจอยู่ห่างๆ คนเหล่านี้เธอไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นมาก่อน เขาพาคนพวกนี้มาทำอะไรกัน

งามมยุราเริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีเสียแล้ว !

พอดีแย้มเดินตามขึ้นบันไดมา จึงสบจังหวะที่จะถามให้ได้ความเสียก่อน

“มานี่…” งามมยุราขยับมือเรียกแย้มให้เข้าไปคุยในห้องนอน

แย้มเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนวานขณะที่นอนอยู่บนบ้านนางพิน ทุกอย่างดูปกติดี ไม่มีเหตุร้ายอะไร แต่พอรุ่งสางตะวันยังไม่ขึ้นดี แย้มตื่นขึ้นมา รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเธอหายไป ตามหาตะโกนเรียกอย่างไรก็ไม่เจอ ถามนางพินก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเพิ่งตื่นขึ้นมาเหมือนกัน ถามถึงผัวแกที่หายออกไปกับลุงทองสุกตั้งแต่เย็นวาน แกดูท่าทีไม่ทุกข์ร้อน แกบอกว่าผัวแกเข้าป่าลึกไปทีหนึ่งจะหายไปหลายวัน

แย้มกับบัวไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่นึกเป็นห่วง บัวบอกว่าเธอเคยบอกไว้ว่าถ้าหายตัวไป ไม่ต้องตกใจ ก็วางใจไปได้บ้าง จนกระทั่งตอนสายลุงทองสุกกับนายปันกลับมาบ้าน แย้มปราดเข้าไปถาม ลุงทองสุกบอกว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว ยังฝากให้มาบอกด้วย ให้แย้มกับบัวเดินกลับตามไป แย้มบอกว่ารู้สึกงง ถามอย่างไรก็ได้คำตอบอย่างนี้ แย้มกับบัวอยู่กินข้าวเช้า จากนั้นจึงได้กลับกันมาเลย

ประมาณบ่ายสามโมง พอมาถึงบ้านไม่ทันได้เห็นเจ้านาย ไม่รู้ใครต่อใครมานั่งอยู่เต็มบ้าน รู้จักอยู่คนเดียวคือนายวัลลภคุณพ่อของเธอ พอเขาได้รู้ว่าเธอหายตัวไป เขาซักถามไล่เลียง แย้มกับบัวก็ช่วยกันตอบเท่าที่รู้ จากนั้นนายวัลลภก็เรียกคนที่มาด้วยกัน มานั่งปรึกษากันพักใหญ่ แย้มพอได้ยินว่าทีแรกพวกเขาจะเข้าป่ากันพรุ่งนี้เช้า แต่เธอหายตัวไป คุณพ่อของเธอจึงอยากจะออกไปตามทันที แต่ไม่รู้อย่างไร เหมือนยังไม่พร้อม ต่างรีๆ รอๆ กันอยู่ จนกระทั่งเธอกลับเข้ามา

ในสมองของงามมยุราตอนนี้ดูสับสนวุ่นวายไปหมด เรื่องลุงทองสุกที่บอกให้แย้มกับบัวกลับมาก่อน ดูจะต้องพักไว้ก่อน เรื่องเฉพาะหน้าดูจะมากลบการสอบสวนเรื่องนี้ชั่วคราว การที่คุณพ่อมาปรากฏตัวที่นี่โดยไม่บอกก่อน เป็นเรื่องไม่ปกติแน่นอน เขาจะต้องมีเหตุด่วนสำคัญมาก เธอเดาว่าน่าจะเป็นงานโครงการลับที่คุณพ่อทำ การที่เธอเรียกชื่อโครงการแบบนี้ เป็นเพราะเขาไม่ค่อยยอมบอกอะไร ไม่ว่าจะถามสักกี่ครั้งก็ตาม

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงกลับลงมาข้างล่าง ดร.วัลลภนั่งอยู่คนเดียว เขากำลังทดสอบอุปกรณ์สื่อสาร คนอื่น ๆ อยู่ข้างนอกกันหมด

“ใจคอคุณพ่อจะไม่บอกให้ลูกรู้เลยหรือคะ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณพ่อถึงได้พาพวกมือปืนมาด้วยตั้งหลายคน” งามมยุรานั่งเก้าอี้ไม้รับแขกฝั่งตรงข้าม แทนที่เธอจะโดนถาม กลับเป็นดร.วัลลภที่ต้องตอบคำถามเธอให้ได้

“ลูกจำดร.สถิตย์ได้ไหม เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อ เมื่อครั้งที่ทำงานอยู่สถาบันวิทยาศาสตร์ที่รัสเซีย”

“อืม…ค่ะ จำได้ คนที่ผิวขาวร่างเล็ก เพื่อนรักคุณพ่อนี่ ” งามมยุราทบทวนความจำ

“นั่นละ” ดร.วัลลภกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ “เขาขโมยสิ่งประดิษฐ์เอามาใช้คนเดียว”

“หือ…สิ่งประดิษฐ์อันที่คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าทำร่วมกันมานับสิบปีเหรอคะ” งามมยุราคิดว่าตนเองเดาถูก เพราะไม่มีอะไรที่เขาจะหวงแหนมากกว่านี้อีกแล้ว

“เป็นไปได้อย่างไรคะ ที่โน่นเขามีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดีไม่ใช่หรือ”

“พ่อประมาทเอง สืบเนื่องมาตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เศรษฐกิจตกต่ำ สถาบันวิทยาศาสตร์ของเอกชนแห่งนั้น มีการตัดงบประมาณหลายด้าน รวมไปถึงระบบการรักษาความปลอดภัยดูแลอุปกรณ์ต่างๆ ที่เก็บในนั้น พ่อเคยคิดว่าถ้าเครื่องนี้ประกอบออกมาได้สำเร็จ จะนำไปเก็บรักษาที่อื่น แต่ก็ติดอยู่ตรงสัญญาบางข้อที่ยังตกลงกันไม่ได้ เมื่อเวลาล่วงเลยไป จึงได้ลืมเรื่องนี้ไปสนิท” ดร.วัลลภพูดอย่างช้ำใจ

“เขาจะเอาอุปกรณ์อันนั้นมาทำอะไรแถวนี้คะ แล้วเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” งามมยุรากำลังคิดไปถึงว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับพวกที่มาขุดสมบัติโบราณนั่นไหม

“พ่อรู้เรื่องนี้เมื่อวันก่อน เลยไปเปิดเครื่องส่งสัญญาณที่พ่อแอบติดเอาไว้กับเครื่อง ทำให้รู้ว่าเครื่องถูกขโมยมาแถวนี้ พ่อถามเด็กรับใช้สองคนของลูก เห็นว่ามีกลุ่มคนในเมืองเพิ่งจะเข้าป่าไปเมื่อวันก่อน คิดว่าไอ้หัวขโมยนี่ ต้องมากับพวกนี้แน่” ดร.วัลลภยังมีอาการเป็นฟืนเป็นไฟขณะเล่าไป งามมยุราคิดว่าเขาจะต้องมีเหตุให้เชื่อมั่นว่าดร.สถิตย์มากับคนกลุ่มนี้

“ก่อนที่พวกเขาจะเข้าป่าไป ลูกเจอพวกเขาสองคนที่ตลาด พวกนี้เขามาขุดหาสมบัติโบราณกันนี่คะคุณพ่อ จะไปเกี่ยวข้องกับดร.สถิตย์ได้อย่างไร” งามมยุรารอคำตอบอย่างตั้งใจ

“เกี่ยวข้องกันอย่างที่สุดเลย เขาจะต้องวางแผนร่วมกันมาก่อนแน่นอน ก็ไอ้เครื่องตัวนั้นน่ะ…” ดร.วัลลภหยุดไปเล็กน้อย ในที่สุดก็ตัดสินใจบอก เพราะมันดูไม่เป็นความลับตั้งแต่ถูกขโมยออกมาแล้ว “มันคือเครื่องฉายภาพอดีต”

“เครื่องฉายภาพอดีต !” งามมยุราทวนคำ ดึงหลังมาจากที่พนักเก้าอี้ บางทีตนเองอาจฟังผิด

“พ่อจะอธิบายคร่าวๆ นะ จริงๆแล้วสิ่งประดิษฐ์ตัวนี้ยังไม่ถึงขั้นนำมาใช้งานได้ ซึ่งก็พักเก็บไว้เป็นปีแล้ว แต่ดร.สถิตย์ดูจะร้อนใจกว่าใครเพื่อน เขาเคี่ยวเข็ญจนพ่อต้องยอมที่จะนำเครื่องนี้มาทดสอบ นัดกันไว้อีกสองเดือนจะนำเครื่องนี้ไปที่ถ้ำแถบขั้วโลกเหนือ บริเวณที่ค้นพบโครงกระดูกของช้างโบราณ คือเครื่องนี้ถ้าสามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมได้ และในสถานที่นั้นมีวัตถุพยานที่คงความสมบูรณ์ไว้ได้มาก เราคาดว่าจะสามารถเรียกภาพในอดีตของสิ่งนั้นกลับมาดูได้ โดยไล่ไปตามช่วงเวลาที่คาดว่าของชิ้นนั้นยังสมบูรณ์อยู่”

“ดร.สถิตย์ก็เลยชิงเอาเครื่องนี้มาค้นหาสมบัติ” งามมยุราสรุปให้ เอนหลังไปที่พนักพิงเหมือนเดิม “แล้วใครกันเล่าคะ ที่คุณพ่อพามาด้วย ไว้ใจได้หรือเปล่า” มาถึงตอนนี้งามมยุราไม่คิดว่าคุณพ่อจะไว้ใจใครได้ เพราะแม้แต่เพื่อนรักที่ทำงานร่วมกัน คบกันมานานนับสิบปี ยังหักหลังกันได้

“คนตัวสูงผิวคล้ำชื่อศักดา โยธาชัย เคยเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของบริษัทใหญ่ พ่อเคยติดต่อให้เขามาดูแลสองสามครั้ง อีกสามคนเป็นคนของเขา”

งามมยุราดูจากหลายอย่างแล้ว คิดว่าคุณพ่อไม่ได้สนใจเรื่องที่เธอเป็นห่วงสักเท่าไหร่ เขากังวลอยู่เรื่องเดียวกับเครื่องฉายภาพอดีตอันนั้น นึกไม่ออกเหมือนกันว่าทำไมจึงได้ดูสำคัญมากถึงขนาดนี้ แล้วมันจะใช้ได้จริงดังว่าหรือ

งามมยุรายังพูดคุยกับดร.วัลลภอีกพักหนึ่ง โดยเธอเลี่ยงที่จะตอบว่าเธอหายไปไหน ซึ่งเขาก็ไม่คาดคั้นเพราะเห็นว่าเธอกลับมาอย่างปลอดภัย อีกประการหนึ่งภายในใจของเขาก็ยังกังวลอยู่แต่กับเครื่องฉายภาพอดีตที่ถูกขโมยไป จึงไม่มีจิตใจคิดถึงเรื่องอื่น

ก่อนแยกย้ายกันไปนอน งามมยุราเตือนให้คุณพ่อระวังตัวให้มาก เพราะรู้ว่าเขาไม่เคยชินกับการเที่ยวไปเดินลำบากกลางป่า ดร.วัลลภลูบศรีษะลูกสาวที่เติบโตขึ้นมาจนตัวสูงเท่าตัวเขา เขาเอ่ยปากปรามไว้ก่อน ไม่ให้เธอตามไปด้วย ซึ่งงามมยุราไม่ได้ดื้อดึง ดร.วัลลภแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมบุตรสาวจึงว่าง่าย เป็นการดีที่เขาจะไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะครั้งนี้ประเมินสถานการณ์ดู เป็นเรื่องอันตราย เพราะฝ่ายนั้นน่าจะนำคนมาด้วยหลายคน คาดว่าจะมีอาวุธด้วย

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook