บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

25…ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี

งามมยุราค่อนข้างแม่นยำกับเส้นทางที่เธอบังเอิญต้องผ่านมาหลายครั้ง จากช่องเขาขาดเข้าสู่ป่าผลัดใบที่ค่อนข้างชุ่มชื้น แล้วเดินลัดเลาะอีกหลายชั่วโมงจนมาถึงส่วนของเทือกเขาสูงที่เธอมองเห็นเป็นฉากหลัง ช่วงหาทางตัดออกไปจากภูเขาเพื่อไปสู่หุบเขาอีกด้าน เป็นหน้าที่ของลุงทองสุกที่ใช้ความชำนาญหาเส้นทาง เขาบอกว่าเคยขึ้นมาถึงแค่ตรงหน้าผา ซึ่งมีอยู่หลายชะง่อนผา ชั่วเวลาไม่นานนัก งามมยุรา ลุงทองสุกและสาวใช้อีกสองคนก็สามารถหาทางลัดตามไหล่เขา เพื่อลงไปสู่หุบเขาด้านล่าง

งามมยุราอยากจะเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่าหุบเขาสัตตคีรี แทบไม่น่าเชื่อ เพียงเทือกเขากั้น บริเวณนี้จะประสบกับความแห้งแล้งถึงเพียงนี้ ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่บริเวณนี้แล้งจากน้ำฝน ต้นไม้ที่ขึ้นให้เห็นเป็นพวกต้นไม้ที่สามารถทนแล้งได้ ไม่ว่าใครได้มาเห็นจะต้องไม่อยากเชื่อว่าผืนดินเดียวกันนี้ ครั้งหนึ่งตรงนี้เคยเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำจากแม่น้ำสองสายที่ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ สองริมฝั่งน้ำเป็นพื้นที่เกษตรที่ดีเยี่ยม แล้วมหาอาณาจักรก็ได้ก่อร่างขึ้นมีความรุ่งเรืองในช่วงเวลาหนึ่ง

ตามทางที่เดินผ่านมา ได้เห็นร่องรอยการพังทลายของโบราณสถาน ก้อนหินขนาดใหญ่คาดว่าจะเป็นส่วนของกำแพงเมืองหรือตัวสิ่งก่อสร้างอื่น ได้กระจัดกระจาย โดยมีบางส่วนที่โผล่ขึ้นมาให้เห็น จุดสังเกตอย่างหนึ่งที่ทำให้ทราบว่าดินแดนนี้เคยมีอย่างน้อยสองอาณาจักรตั้งอยู่ นั่นก็คือลักษณะของหินทั้งขนาดและชนิดของหินที่นำมาใช้ก่อสร้าง ซึ่งในแต่ละยุคจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

นอกจากนี้เธอยังได้เห็นร่องรอยการขุดค้น ซึ่งยังปรากฏให้เห็นชัดเจน คาดว่าคนกลุ่มนั้นคงมาขุดไว้ไม่นานนัก และสภาพอากาศของที่นี่ก็มีผลทำให้ร่องรอยไม่เปลี่ยนแปลงสภาพ

อันเนื่องมาจากงามมยุราออกเดินทาง หลังจากดร.วัลลภออกมาประมาณสามชั่วโมง พอมาตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็น ถ้าเธอต้องการเดินต่อไปก็ยังไปได้ แต่จะต้องเดินท่ามกลางความมืด ซึ่งจะกระชั้นชิดกลุ่มของดร.วัลลภมากขึ้น แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง เธอบอกกับทุกคนว่าจะหยุดพักกันที่นี่สักคืน ก่อนจะไปกันต่อวันพรุ่งนี้ เมื่อเลือกได้สถานที่พอเหมาะ จึงช่วยกันกางเต็นท์พักแรม

ขณะที่แย้มกับบัวช่วยกันทำอาหารและก่อไฟ ลุงทองสุกไปตัดฟืนมาให้ งามมยุราขลุกอยู่กับอุปกรณ์ดักฟังที่ทำมาพิเศษติดมากับโทรศัพท์มือถือ ถ้าในรัศมีห้ากิโลเมตรโดยไม่มีอะไรมารบกวนคลื่น ถ้ามีการติดต่อสื่อสารกัน เธอจะต้องได้รู้ความเคลื่อนไหวของพวกเขา แล้วเธอก็เปิดเครื่องนี้ทิ้งไว้

ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน งามมยุราคิดว่าตนเองเลือกไม่ผิดที่ต้องการพักตรงนี้ เพราะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นจันทราคีรีในแสงสุดท้ายของวันนี้ได้ชัดเจนและสวยงามที่สุด แสงสุดท้ายจากดวงอาทิตย์ที่คล้อยไปทางด้านตะวันตก ให้แสงเงากับจันทราคีรีได้น่าพิศว งามมยุรามองจันทราคีรีจากตรงนี้จนกระทั่งแสงอาทิตย์ค่อยน้อยลง…ความมืดคืบเข้ามาแทนที่

เธอหันกลับมาสนใจกับแสงจากกองไฟ เวลานี้ดูจะเป็นเวลาที่จะหาความจริงกันแล้ว ลุงทองสุกยังง่วนอยู่กับการม้วนยาเส้น ซึ่งเธอสังเกตว่าเขาทำเป็นงานอดิเรกไม่ให้มือว่างมากกว่าจะสูบแบบจริงจัง

“ฉันอยากจะถามอะไรลุงสักนิด” งามมยุราเดินเข้าไปหา และหย่อนตัวนั่งบนก้อนหินใกล้กัน “วันนั้นลุงหายไปไหนคะ ฉันกับสองคนนั้นรอจนต้องค้างอยู่ที่นั่น” งามมยุราถามแบบชวนคุยมากกว่าคาดคั้น

ลุงทองสุกเหลือบตาขึ้นมอง ก่อนตอบมาสั้นๆ “ผมหลงทางครับ” จากนั้นก็เงียบไปชั่วครู่ ก่อนพูดต่อ “อ้ายปันมันถูกผีป่าเล่นงาน ทำให้ผมต้องโดนไปกับมันด้วย หาทางกลับกันไม่ได้ ต้องนอนกันกลางป่า” ลุงทองสุกเล่ามาด้วยน้ำเสียงซื่อๆ

“ทำไมลุงถึงบอกบัวกับแย้มว่าฉันกลับบ้านไปแล้วล่ะคะ”

“เอ่อ….” ลุงคนนำทางอ้ำอึ้งไปพักหนึ่ง แล้วตอบกลับมาทำเอางามมยุราอึ้งไปเหมือนกัน “ผมฝันว่ามีคนบอกอย่างนี้”

“งั้นหรือ…” ทีแรกเธอกะว่าจะถามต่อ แต่คิดไปอีกที เรื่องเพียงแค่นี้ เทียบกับการที่เขาดีกับเธอมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร คิดว่าจะต้องเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ถึงได้พลาดการนัดหมายกันอย่างนั้น

งามมยุราพูดต่อ “คราวหน้าถ้าลุงเจอคนที่เดินมาบอกว่าฉันกลับบ้านไปแล้วอีกครั้ง อย่าลืมถามชื่อให้ด้วยนะ จะได้รู้ว่าคนนั้นเป็นใคร” เธอกำชับ

“ครับ” ลุงทองสุกรับคำอย่างมั่นเหมาะ ด้วยท่าทีจริงจัง

งามมยุราลุกขึ้นเดินไปนั่งรวมกับบัวและแย้มที่ช่วยกันเติมฟืน อากาศในหุบเขาหลังพระอาทิตย์ตกดินเริ่มเย็นลงทีละน้อย เสียงฟืนปะทุสะเก็ดไฟแตก ภายในใจของเธอเกิดความอ้างว้างอย่างประหลาด ยังดีที่ล้อมรอบกายเธอมีมิตรที่แสนดีทั้งสามคน

งามมยุรานั่งครุ่นคิดอย่างจริงจัง เธอไม่เคยต้องกลายเป็นคนอ่อนแออย่างนี้มาก่อน แล้วยังอาการอ่อนไหวเจ้าน้ำตา…. และความรู้สึกถูกพันธนาการด้วยบางสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ

ในค่ำคืนกลางหุบเขาสัตตคีรี เมื่องามมยุราหลับตาลง ภาพต่างๆ ได้เบียดเข้ามาในดวงจิตในร่างที่หลับใหล ในความฝันนั้นตัวเธอได้ลอยข้ามไปยังที่แห่งหนึ่ง แล้วลมแรงก็พัดวูบเข้ามา พร้อมกับภาพของม้าศึกที่มีนักรบถือทวนปลายแหลมพร้อมจ้วงแทงศตรู นักรบกลุ่มนั้นห้อตะบึงผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว ฉากต่อไปเธอมองเห็นทั่วทุกสารทิศมีเปลวเพลิงลุกโชน

เปลวเพลิงที่เผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ ในที่นั้นทุกคนจมอยู่กับความทุกข์อย่างแสนสาหัส เว้นแต่ตัวเธอที่เป็นผู้เฝ้ามอง….

ผู้คนต่างล้มตาย บ้านเรือนพังพินาศ คนบาดเจ็บนอนจมกองเลือดร้องโอดโอย ไม่เว้นกระทั้งผู้หญิง คนชราและเด็ก พวกเชลยศึกที่ยังมีชีวิตถูกกวาดต้อน พวกเขาต่างทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจที่พลัดพรากจากพ่อแม่พี่น้องและคนรัก บนบ่าของเชลยผู้น่าสงสารเหล่านั้นแบกไม้ที่ใช้ล่ามมือเท้า

ในห้วงแห่งเปลวเพลิงทั่วทั้งพิภพ ความทุกข์ทรมานนั้นดูยาวนานอย่างไม่สิ้นสุด….

ด้านฝ่ายผู้มีชัย พวกเขาต่างหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่ง ทรัพย์สมบัติถูกกวาดนำมารวมกันเป็นกองเกวียน เลือดและน้ำตาอาบบนประกายของมีค่าเหล่านั้น

งามมยุราสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืด หัวใจของตนเองเต้นแรง ภาพฝันยังคงฉายซ้ำมาในยามตื่น

นี่คือการกระทำของกองทัพปีศาจ ! เคราะห์ดีที่ทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน ความหวาดกลัวจึงไกลตัวออกไป

งามมยุราพยายามรวบรวมสติก่อนจะหลับไปอีกครั้ง

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook