บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

26…ลูกน้องจอมทรยศ

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น ดร.วัลลภกับกลุ่มของศักดา ได้ออกเดินทางกันอย่างรีบเร่ง จากเมื่อคืนนี้พวกเขาพักแรมกันที่ตีนเขา ตรงปลายเขตแดนของสัตตคีรีนครเมืองเก่า ศักดาให้การรับรองกับดร.วัลลภว่าอีกไม่เกินสองชั่วโมงจะต้องได้เจอกับดร.สถิตย์แน่

ก่อนออกเดินทาง ดร.วัลลภตรวจดูตำแหน่งการเคลื่อนไหวของเครื่องฉายภาพอดีตอีกครั้ง ปรากฏว่าเป้าหมายยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อคืน

เช้าวันเดียวกัน เมื่อแสงสว่างยามเช้าเปิดให้เห็นอาณาบริเวณกว้าง พิชยุทธได้เดินย้อนเข้าไปตรงส่วนที่เป็นเนินสูง ที่จะสามารถมองย้อนลงไปยังหุบเขาด้านล่าง เขาใช้กล้องส่องทางไกลสุ่มมองลงไปทีละด้าน แล้วเขาก็สะดุดตากับอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวผิดแผกไปจากสิ่งแวดล้อมอื่น เขาจับตามองจนแน่ใจว่าเป็นกลุ่มคนไม่น้อยกว่าสามคนกำลังเดินเป็นจุดเล็ก ๆ ตรงนั้น ที่ทำให้แน่ใจมากขึ้นคือเสื้อสีฟ้าของใครคนหนึ่งในกลุ่ม มองเห็นได้ค่อนข้างชัดผ่านเลนส์

ดูเหมือนว่าคนกลุ่มนั้นจะระวังตัวอยู่ด้วยเช่นกัน เขาเห็นเป็นตัวคนได้เพียงแวบเดียว ก็เห็นแต่กิ่งไม้พุ่มไม้บังเกะกะสายตาไปหมด

พิชยุทธขมวดคิ้ว แล้วเดินเข้าไปในกลุ่มลูกน้องเพื่อสั่งการทันที

หลังจากสั่งการ ทำให้คนอื่นรู้ถึงความผิดปกติ ลูกน้องคนสนิทของเขาทั้งสามคนคือนายโทน นายว่อง และนายบุญสม ที่จากเดิมก็พกปืนสั้นคาดเอวกันอยู่แล้ว พวกเขาพากันเบิกแม็กกาซีนปืนไว้สำรองกันอีกสองอัน และกระสุนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปจับกลุ่มฟังพิชยุทธอธิบายนัดแนะ เมื่อรู้กันดีแล้วทั้งสามคนได้พากันเดินหายลงไปตรงเส้นทางเดิมที่ผ่านกันมาแล้ว

ดร.สถิตย์มีท่าทางตื่นๆ เขายืนอยู่ข้างลัดดาที่เตรียมจะถาม

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ” ลัดดาถาม

พิชยุทธเหลือบตามองคนถาม พร้อมกับมองสบตาดร.สถิตย์อีกคน

“มีคนกลุ่มหนึ่งตามเรามา มองเห็นอยู่ไกลๆ กลางหุบเขา” เขาตอบด้วยท่าทางเครียดเล็กน้อย

“มีกี่คน” ลัดดาถามต่อ

“คงจะไม่ต่ำกว่าสามคน”

“แล้วคนของเราสามคนจะไหวหรือ” ลัดดาแสดงความกังวล ในขณะที่ดร.สถิตย์เงียบกริบ ไม่พูดหรือถามอะไรสักคำ

“จากตรงนั้นมาถึงที่นี่ ถ้าเขาเดินกันไม่หยุด คิดว่าน่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามสี่ชั่วโมง ผมให้สามคนนั้นไปเฝ้าตรงบริเวณทางขึ้น เราได้เปรียบด้านภูมิประเทศอยู่แล้ว ส่วนพวกข้างบนก็มีปืนลูกซองอีกสามกระบอก คิดว่ารับมือไหว อืม…ดอกเตอร์ เดี๋ยวผมขอคุยอะไรส่วนตัวสักหน่อย” พิชยุทธดึงตัวดร.สถิตย์ออกไปจากวงที่มีศิลป์ธรเดินเข้ามาฟังอีกคน

ลัดดาหันมามองศิลป์ธร “เอ่อ…ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ศัตรูเก่าทางธุรกิจของยุทธ ไม่รู้ว่าตามมาได้อย่างไร” ลัดดาตอบแบบปัดไปให้พ้นตัว โดยไม่ต้องการอธิบายไปมากกว่านี้

“ผมช่วยอะไรได้ไหม”

ลัดดามองเขาอย่างชั่งใจ แล้วเดินกลับเข้าไปในเต็นท์หยิบปืนสั้นกระบอกหนึ่งกับลูกกระสุนจำนวนหนึ่งมาส่งให้ แล้วบอกกับเขา

“เอาไว้ป้องกันตัวนะคะ เราคงไม่ถึงกับต้องลงมือเอง”

“ขอบคุณครับ”

เมื่อแยกออกมาคุยกันสองคน พิชยุทธถามดร.สถิตย์ “พอจะรู้ไหมครับ ดร.วัลลภเขาน่าจะติดต่อใคร ให้มาทำงานให้เขา ลองคิดให้ดี” พิชยุทธถาม ขณะเดียวกันก็ต้องการให้อีกฝ่ายรวบรวมสติให้ได้

ดร.สถิตย์เงียบไปชั่วครู่ “อืม…รู้แล้ว ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นนายศักดา โยธาชัย เขาเคยเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยให้กับบริษัทเอกชนรายใหญ่ แต่ถ้ามีงานพิเศษที่มีค่าตอบแทนสูง เขาก็จะปลีกตัวมารับงานเอง ไอ้พวกนี้ ไม่น่ามาให้เสียเรื่องเลย” เขาบ่น จริงๆ แล้วตอนสายของวันนี้ได้มีการตกลงกันไว้ว่าศิลป์ธร พิชยุทธ ลัดดา จะลงไปสำรวจใต้น้ำ ส่วนตัวเขายังสองจิตสองใจ ไม่รู้ว่าจะลงไปดีหรือไม่

“ตกลงว่าดอกเตอร์ให้ผมนำเครื่องลงไปด้วยนะครับ ไม่ต้องเป็นกังวล ผมจะใช้สายเคเบิลยึดติดกับเครื่องไว้ รับรองว่าผมจะดูแลเป็นอย่างดี และจะถ่ายภาพการทำงานมาให้ดูอย่างละเอียด” พิชยุทธทบทวนเรื่องที่คุยกันไว้ตั้งแต่เมื่อวาน แล้วเดินแยกออกไป

“บางทีผมจะลงไปด้วยนะ” ดร.สถิตย์พูดไล่หลังพิชยุทธ หลังจากที่ใช้เวลาครู่หนึ่งตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาคิดว่าไม่มีใครจะดูแลและเข้าใจเครื่องฉายภาพอดีตได้ดีเท่ากับเขา การซักซ้อมอธิบายการใช้งานให้พิชยุทธรู้ อย่างไรก็ยังไม่เพียงพอ อีกอย่างหนึ่งมันเป็นของรักของเขา เขาควรจะได้เห็นประสิทธิภาพของมันด้วยตาตัวเอง แล้วยังดร.วัลลภพาคนออกมาตามทวงคืน ยิ่งทำให้เขารู้สึกกดดันมากขึ้น

ขณะนั่งล้อมวงกินอาหารเช้าที่ปราศจากรดชาดความอร่อยกันอยู่ เสียงปืนก็ดังขึ้น ทุกคนผุดลุกขึ้นพร้อมกัน

อะไรกันวะ !

พิชยุทธอุทานในใจ ทำไมพวกนั้นมาถึงกันเร็วนัก จะต้องมีอะไรผิดพลาดแน่…

บริเวณแคมป์ตอนนี้ดูสับสนวุ่นวายกันไปหมด ลูกน้องของพิชยุทธฉวยปืนลูกซอง วิ่งตรงไปทางที่มาของเสียงปืนที่ยังยิงต่อสู้กันเป็นระยะ พิชยุทธตะโกนบอกให้พวกนั้นอย่าออกไปไกล ให้หาที่หลบกันแถวนี้

พิชยุทธกับศิลป์ธรถือปืนสั้นอยู่ในมือ ตอนนี้ทุกคนหาที่ปลอดภัยหลบกระสุนที่อาจจะมีใครบุกขึ้นมาได้แล้ว

หลังจากมีเสียงยิงรัวอีกชุดหนึ่ง ไม่นานนักเสียงปืนก็เงียบไป ทุกคนยังซุ่มหลบกันอีกพักหนึ่ง จนกระทั่งนายโทนให้เสียงมาว่าตัวเขากลับเข้ามาแล้ว

“ถอยไปแล้วครับนาย ผมให้สองคนนั้นเฝ้าไว้ก่อน” นายโทนวิ่งมาบอกกับนายทันทีที่เห็นหน้า

“ใครยิงก่อน” พิชยุทธถาม

“ผมเอง พวกนั้นมีคนที่ถือเอ็มสิบหกมาด้วย ผมเห็นแบบนี้ เลยยิงก่อนเลย ถ้ารอให้มันตั้งตัวได้ท่าจะแย่”

“เออ….ดีแล้ว” พิชยุทธตบไหล่นายโทน “มีใครเป็นอะไรไหม”

“คิดว่าไม่ครับ พวกผมซุ่มกันตรงแถวต้นไม้ใหญ่ที่มีเถาวัลย์คลุม แถวนั้นมันรก ยิงกันอย่างไรก็ไม่ถูกตัว”

พิชยุทธนึกภาพที่นายโทนบอกมาได้ เพราะเมื่อวันก่อนช่วงที่ผ่านบริเวณนั้นมา เขาได้ใช้เวลาสังเกตมากเป็นพิเศษ ถ้าจะขึ้นมาบนนี้ ไม่น่าจะมีทางไหนสะดวกเท่ากับเดินผ่านทางนี้ ถ้าแยกเดินอ้อมไปก็น่าจะไปออกอีกฝั่งด้านโน้น ซึ่งก็ไม่สามารถเดินผ่านมาทางนี้ เว้นเสียแต่จะใช้เรือ ซึ่งทางฝั่งเขาจะต้องเห็นก่อน การที่เขาได้เปรียบทางภูมิประเทศ ทำให้อาวุธที่ร้ายแรงกว่าของอีกฝ่ายแทบไม่มีความหมาย แต่เขามีอีกความคิดหนึ่งที่ดีกว่านี้ เขาไม่ต้องการมานั่งรำคาญกับการส่งคนไปเฝ้าตรึงกำลังอยู่ตรงนั้น

 

การยิงต่อสู้กันเมื่อครู่ ศักดาและพวกเขาอีกสามคนไม่ทันได้ตั้งตัว จึงได้แต่ป้องกันตนเองและนายจ้าง แล้วถอยไปตั้งหลัก ในชีวิตของเขาไม่เคยเกิดเหตุผิดพลาดถึงขนาดนี้มาก่อน เขาแปลกใจว่าอีกฝ่ายรู้ตัวและเป็นฝ่ายซุ่มดักรออยู่ได้อย่างไร

“เห็นตัวดร.สถิตย์ไหม” ดร.วัลลภถามเป็นคำแรก

“ยังครับ ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะตั้งแคมป์อยู่ข้างบน” ศักดาตอบอย่างค่อนข้างมั่นใจ ท่าทางเขาไม่ได้ดูร้อนใจ แว่นกันแดดสีดำที่เขามักสวมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถสบตาเดาใจได้

“พวกเขารู้ตัวก่อนได้อย่างไร….หือ” ดร.วัลลภพูดด้วยความหงุดหงิดใจ เขาคิดว่าได้พามือดีมาด้วยแล้ว ไม่คิดว่าจะมีปัญหา จนเขาเกือบตายอย่างเมื่อครู่ มาถึงตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจ แล้วเริ่มนึกถึงคำพูดของลูกสาวที่มีสีหน้าห่วงใยกังวล มาถึงตอนนี้การจะเข้าไปชิงสิ่งประดิษฐ์คืนมาดูไม่ง่ายเสียแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวและเตรียมพร้อมถึงขนาดนี้ แล้วพวกนั้นยังยึดที่มั่นได้ดีกว่า

“จะทำอย่างไรกันต่อไป” ดร.วัลลภพยายามทำใจ มีความรู้สึกว่าตนเองกำลังตกเป็นรอง ทั้งที่เป็นนายจ้าง ลูกน้องทั้งสามคนของศักดาก็เชื่อฟังคำสั่งของเขาเพียงคนเดียว พวกนั้นถามคำตอบคำ

“ผมคิดว่าจะแอบเข้าไปอีกทีตอนกลางคืน ต่อให้ระวังตัวกันขนาดไหนก็ต้องมีพลั้งเผลอกันบ้าง ตอนนี้ผมจะหาที่ปลอดภัยให้คุณ และให้ลูกน้องคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนคอยคุ้มกัน พวกผมจะออกไปสำรวจแถวนี้ดูก่อน”

ดร.วัลลภได้แต่พยักหน้ารับ

ขณะที่ศักดากับพวกอีกสองคนแยกออกไป เขาพยายามหาเส้นทางอื่นที่จะตัดขึ้นไป เพื่อจะตีตลบหลังกลับมาให้ตนเองได้เปรียบบ้าง แต่ดูแล้วยังไม่เห็นความเป็นไปได้ เขาไม่ต้องการให้ตนเองเสี่ยงในสภาวะเสียเปรียบ กับลูกน้องเขาก็ไม่ต้องการให้ใครบาดเจ็บล้มตาย เพราะหมายถึงรายได้ของเขาจะหายไปจากการจ่ายค่าชดเชย ถ้าเป็นสักห้าหกปีที่แล้วที่เขามาเริ่มทำงานด้านนี้ เขาไม่คิดอย่างนี้ ตอนนั้นเขากล้าหาญบ้าบิ่นไม่กลัวตาย จนมีชื่อเสียงในวงการ แต่ตอนนี้มันต่างไปแล้ว เขามีเงินมากขึ้น และความสุขจากการใช้เงินก็รออยู่ทุกขณะ เขาไม่คิดว่าใครจะดีหรือไม่ดีไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่จ้างวานหรืออีกฝ่ายหนึ่ง พวกเขาต่างก็ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเองทั้งนั้น

ในการรับงานครั้งนี้ เขาไม่ได้หวังแค่เพียงเงินค่าจ้างจากการมาชิงสิ่งประดิษฐ์ที่ดร.สถิตย์ขโมยมา เขารับงานนี้และมาด้วยตนเอง เพราะสืบรู้มาว่าดร.สถิตย์เดินทางมากับปีเตอร์ ซีเวลล์ นักค้าวัตถุโบราณระหว่างประเทศ ไม่ว่าใครก็ต้องคิดออกว่าพวกเขามาตามหาสมบัติกันแน่ๆ

ขณะที่แยกตัวออกมาทำธุระส่วนตัว มีเสียงของบางอย่างร่วงตุ๊บลงมาที่พื้น เขากระโดดหลบนอนราบคว่ำหน้าที่พื้นโดยสัญชาตญาณ เกรงว่าจะเป็นระเบิด เมื่อเวลาผ่านไปจนดูปลอดภัยแล้ว เขาจึงลุกขึ้นมา

แม่งเอ๊ย ! ศักดาสบถ พลางปัดเศษดินเศษใบไม้ที่ติดกับตัว

เขาเดินตามหาที่มาของเสียง ห่างออกไปพอควรเขามองเห็นห่อผ้าอันหนึ่งมัดพันมาอย่างแน่นหนา น่าจะเป็นใครคนหนึ่งเป็นฝ่ายโยนเข้ามา แล้วก็วิ่งหลบหายออกไปอย่างรวดเร็ว

เขาเดินไปหยิบมาดูและแกะออกอย่างรวดเร็ว ในห่อผ้านั้นมีโทรศัพท์มือถืออันหนึ่ง กับกระดาษโน้ตเขียนข้อความ

ผมยินดีจ่ายให้คุณมากกว่าดร.วัลลภสามเท่า ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาไม่ต้องมาตามของได้อีก ถ้าตกลงให้ติดต่อกลับด่วน !

 

ศักดายิ้มที่มุมปาก ค่าจ้างคูณสามกับงานง่ายๆ แค่นี้เองหรือ !  

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook