บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

27…ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย

เสียงปืนยิงต่อสู้กันตรงเชิงเขา สะท้อนดังไปทั้งหุบเขา งามมยุราสะดุ้งสุดตัวตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรก เธอไม่รอช้าและดูเหมือนจะลืมทุกคนที่มาด้วยกัน เธอวิ่งไปทางเสียงปืนที่ยิงต่อสู้กัน ยิ่งช่วงที่มีเสียงปืนยิงรัวกันติดๆ ใจของเธอยิ่งไม่อยู่กับตัว เสียงนั้นน่าจะอยู่สูงขึ้นไปจากตีนเขาเล็กน้อย

คุณพ่อจะเป็นอย่างไรบ้าง !

กระทั่งเสียงปืนเงียบลง งามมยุรายังวิ่งและเดินจ้ำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอีกครู่หนึ่ง เหงื่อไหลออกมาเป็นน้ำทั้งหน้าตาและเนื้อตัว จนกระทั่งมาหยุดหอบเหนื่อยเพราะเริ่มไปต่อไม่ไหว เหลียวไปมองด้านหลัง มองไกลๆ เห็นบัวกับแย้มถลกปลายผ้าซิ่นวิ่งตามมาอย่างไม่รู้สติเหมือนกัน

“รอด้วยเจ้าค่ะ….” เมื่อเข้ามาใกล้เสียงแหบหมดแรงของแย้มบอกมา ขณะที่บัวได้แต่โบกมือเพราะพูดไม่ออก พอมาถึงทั้งคู่ก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่กับพื้น

“โอย….คุณ” บัวผงกหัวขึ้นมาทำท่าจะพูด แต่ก็ทิ้งตัวลงไปขอพักก่อน

เห็นจะมีแต่ลุงทองสุกเท่านั้นที่ไม่เสียสติ ค่อยเดินตามมาทีหลัง ด้วยท่าทางไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่

“คุณเขาคงไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมเห็นท่าของคุณไม่ใช่เป็นคนจับปืน คงหลบทันไม่ไปดวลปืนสู้กัน” ลุงทองสุกพูดปลอบงามมยุรา

“ขอบคุณค่ะ”

หลังจากนั่งพักงามมยุราที่พอตั้งสติได้แล้ว เธอได้แต่นั่งหัวเราะขำตัวเองกับสาวใช้สองคน

บริเวณนี้ดูแห้งแล้งเหลือเกิน เพียงแค่ยามสายแดดยังร้อนถึงเพียงนี้ เธอบอกให้สองคนนั้นกินน้ำช้าๆ ไม่อย่างนั้นจะสำลัก

“ลุงเคยบอกฉันว่าบนภูเขานั้นมีน้ำขังอยู่ใช่ไหมคะ”

“ครับ”

“เราใกล้จะได้เห็นกันแล้วนะ” งามมยุราพูดขณะที่หยิบกล้องส่องทางไกลออกมาดู เธอเห็นบริเวณเชิงเขาทางที่จะขึ้นไปบนภูเขาแล้ว

ขณะนั่งพักเอาแรงกันอยู่ ก็มีเสียงแปลกประหลาดแทรกขึ้นมาอยู่ในเป้หนังของงามมยุรา เธอรีบเปิดกระเป๋าที่วางไว้ที่พื้น ดึงเอาโทรศัพท์มือถือที่ตั้งระบบดักฟังเอาไว้ขึ้นมาแนบหู

“คุณให้คนมาบอกข้อเสนอ มีเงื่อนไขอะไรไหมครับ”

“อย่างที่บอกไว้ ทำอย่างไรก็ได้ให้ดร.วัลลภ ไม่ต้องเข้ามาใกล้กลุ่มของผม และต้องไม่สามารถมาตามทวงของคืนได้อีก ถ้าตกลงผมจะโทรศัพท์โอนเงินค่าเหนื่อยให้คุณก้อนแรกครึ่งหนึ่งของทั้งหมด”

ปลายสายอีกด้านเงียบไปชั่วครู่อย่างคิดไม่ถึงว่าทำไมถึงได้ลาภลอยมาเร็วขนาดนี้

“ตกลงครับ”

“อืม…ดี แล้วผมหวังว่าพวกคุณก็จะต้องหายตัวออกไปด้วยนะ อย่าให้เรื่องมาถึงผม ถ้าเรียบร้อยอีกสองอาทิตย์ผมจะโอนส่วนที่เหลือให้”

อีกฝ่ายหนึ่งรับคำสั้นๆ แล้วการติดต่อก็สิ้นสุด

งามมยุรากำโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ นั่งอึ้งอยู่ชั่วครู่ ช่วงเวลานี้ดูวิกฤติอย่างแท้จริง

“ลุงคะ….เขาจะเก็บคุณพ่อ”

 

เมื่อทำข้อตกลงกับศักดาเป็นที่เรียบร้อย พิชยุทธก็ยักไหล่ทีหนึ่ง แล้วพูดกับตนเอง “คุณเข้ามาหาเรื่องกับผมเอง เฮ้อ…หมดเรื่องซะที” พิชยุทธล้วงเอากระสุนปืนที่มากเกินควรออกจากกระเป๋ากางเกง เหลือแต่ที่อยู่ในตัวปืนที่เหน็บติดเอวเอาไว้ จากนั้นเขาก็เปิดประตูเต็นท์ออกไปสั่งงานข้างนอก

เมื่อพิชยุทธก้าวออกมา ศิลป์ธรได้เบี่ยงตัวหลบได้ทันโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เขาได้ยินทุกคำพูดที่พิชยุทธพูดทางโทรศัพท์ เขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว ทำให้รู้ว่าคนพวกนี้ไปขโมยของอะไรบางอย่างมา แล้วดร.วัลลภก็ตามมาทวงคืน เขานึกออก ต้องใช่แน่ ! น่าจะเป็นเครื่องฉายภาพอดีตที่ดร.สถิตย์เฝ้าดูแลไม่ให้ห่างตัวอันนั้น

แล้วนี่อะไร…ถึงกับจะต้องสั่งเก็บกันเชียวหรือ ศิลป์ธรกัดกรามตนเองแน่น เขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นจะต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต

 

หลังจากวางโทรศัพท์ ศักดาเดินกลับเข้ามาคุยกับลูกน้องทั้งสองคน เมื่อรู้กันดีแล้วจึงย้อนกลับเข้าไปหาดร.วัลลภ ตรงที่ปลอดภัยที่เขาได้บอกให้คอยอยู่ตรงนั้น

ดร.วัลลภที่ศักดาปล่อยให้อยู่กับลูกน้องคนหนึ่ง เขารู้สึกสังหรณ์ใจและหวาดระแวงมากขึ้น คนที่อยู่กับเขาดูท่าทางมันไม่น่าไว้ใจเลย ขณะไม่มีอะไรทำ เขาเห็นมันหยิบเอาปืนใส่กระสุนจนเต็มออกมาควง เอามาเล็งไปตรงนั้นทีตรงนี้ที ราวกับคันมือเป็นอย่างมาก เห็นท่าไม่ดีอย่างนั้นเขาจึงหาทางออกห่าง โดยบอกว่าจะไปทำธุระส่วนตัวตรงด้านหลังเนินด้านโน้น พอพ้นสายตาออกไป เขาก็สาวเท้าหาทางเพื่อหนีกลับลงมาจากภูเขาให้ได้

อีกไม่ถึงสิบนาที ศักดากับพวกอีกสองคนก็มาถึง เขามองไม่เห็นดร.วัลลภ เห็นแต่ไอ้คนที่ให้เฝ้าไว้เพียงคนเดียว เจ้านั่นไม่ทันได้รู้เรื่องทำหน้าตื่นๆ สงสัยว่าทำไมนายต้องหัวเสีย พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขาจึงรีบวิ่งไปตาม ปรากฏว่าดร.วัลลภหายตัวไปแล้ว

ศักดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด่าลูกน้องและคาดโทษไว้ จากนั้นกระจายตัวกันตามหา

ดร.วัลลภที่ไม่เคยจะต้องมาเดินตามป่า สภาพของเขาไม่ต่างอะไรกับคนตาบอด เขาเริ่มเดินหลงทาง ขณะเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างไม่มีจุดหมาย เขาได้ยินเสียงศักดากับพวกตะโกนเรียกชื่อเขา เขาเริ่มรู้สึกลังเลใจ ไม่รู้ว่าตนเองหวาดระแวงมากเกินไปหรือเปล่า บางทีพวกนั้นอาจจะไม่คิดหักหลังก็ได้ โดยที่เขาไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ ลูกน้องคนหนึ่งของศักดาก็มาพบตัวเขา จากแววตาของมันที่มองเขา จึงได้รู้ว่าสถานการณ์ของตนเองนั้นดูจะเลวร้ายกว่าที่ระแวงหลายเท่า

ศักดาที่ตามเข้ามา เดินตรงเข้ามาช้าๆ “มาทำอะไรแถวนี้ครับ” น้ำเสียงของศักดากระด้าง แสดงความรู้สึกไม่พอใจ

“ผมเคยไว้ใจให้คุณทำงานให้หลายครั้ง แล้วคุณก็ทำได้ดีทุกครั้ง” ดร.วัลลภพยายามเจรจา เผื่อว่าอะไรจะดีขึ้น

“ขอบคุณครับ แต่ดูเหมือนตอนนี้คุณจะไม่ไว้ใจผมแล้ว” ศักดายิ้มเหี้ยมๆ

ดร.วัลลภเริ่มหมดความอดทน “คุณจะเอาอย่างไรก็ว่ามา จะเอาค่าจ้างเพิ่มใช่ไหม จะเอาเท่าไหร่”

“เงินของดอกเตอร์น่ะ ผมไม่ต้องการ” ศักดาตอบกลับมาเสียงดัง พร้อมกับเสียงหัวเราะ

ดร.วัลลภผงะ ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาจบชีวิตแบบนี้ ศักดาดึงปืนสั้นออกมาจากเอว ก่อนที่เขาจะเหนี่ยวไก ได้มีร่างของใครคนหนึ่งกระโจนมาจากหลังเนินสูง ลงมากระแทกตัวศักดาจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน ปืนในมือของศักดากระเด็นหลุดจากมือ ในช่วงชุลมุน ลูกน้องของศักดาต่างชักปืนมาไว้ในมือ แต่ยังไม่สามารถยิงได้เพราะไม่รู้ใครเป็นใครจากฝุ่นและเศษใบไม้ที่กระจุยกระจายขึ้นมาคลุ้งไปหมด ศิลป์ธรถูกต่อยคว่ำเสียหลักไปทางหนึ่ง ศักดาตามเข้าไปซ้ำ ศิลป์ธรใช้เท้าถีบอีกฝ่าย พร้อมกับลุกขึ้นมายืน ทั้งสองคนแลกหมัดกันอีกสองสามที ศิลป์ธรคิ้วแตก ในขณะที่ศักดาปากแตก

จังหวะที่ศิลป์ธรเริ่มถอย ลูกน้องศักดาสองคนก็เข้ามารุมจับตัวไว้ แล้วก็มีความชุนมุลขึ้นอีกเมื่อลูกน้องอีกคนหนึ่งของศักดาที่จับตัวดร.วัลลภไว้ ถูกไม้ท่อนใหญ่ฟาดกลางกบาล จนม่อยสลบไป ศักดาเอี้ยวตัวไปมอง เห็นชายแต่งตัวแบบชาวบ้านคนหนึ่งยืนปล่อยไม้ออกจากมือ เพื่อหยิบดาบทำด้วยเหล็กกล้ากระชับไว้กับมือ แล้วยังมีหญิงชาวบ้านอีกสองคนยืนส่งเสียงเอะอะ ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไร ที่หัวเขาก็มีปืนจ่อไว้

“บอกให้สองคนนั้นทิ้งปืนเดี๋ยวนี้” เสียงที่ออกคำสั่งกับเขาเป็นเสียงผู้หญิง ศักดายังเฉย ขณะที่ศิลป์ธรได้จังหวะชักปืนออกมาบ้าง เขาเลือกเล็งไปตรงหน้าศักดาเพียงคนเดียว เพราะรู้ว่าลูกน้องเขาอีกสองคนไม่กล้าทำอะไรถ้านายไม่สั่ง และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ศักดามองด้วยสายตาอาฆาตกับศิลป์ธร นึกอยากจะเห็นหน้าคนที่เอาปืนมาจ่อหัวเขา แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ น่าจะลูกสาวคนสวยของดร.วัลลภที่เห็นหน้าเมื่อวันก่อนนั่นเอง

ศักดาบอกให้ลูกน้องทั้งสองคนวางปืน ศิลป์ธรใช้เท้าเขี่ยปืนให้ห่างออกไป บัวเดินมาเก็บไป

“หันหลังไปให้หมด” งามมยุราสั่งต่อ คราวนี้ทุกคนปฏิบัติแต่โดยดี เธอพยักหน้าให้ลุงทองสุกมามัดพวกนี้ไว้

เมื่อคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว ทุกคนได้เดินห่างออกมาพูดคุยซักถามกัน

“ขอบคุณมากนะคะ ที่เสี่ยงชีวิตมาช่วยคุณพ่อ” งามมยุรากล่าวขอบคุณศิลป์ธรอย่างสำนึกในบุญคุณ เธอส่งผ้าเช็ดหน้าให้เขาซับเลือดที่ซึมออกมาเล็กน้อยที่หางคิ้ว

“ผมคงเสียใจไปตลอดชีวิต ถ้าคุณพ่อคุณเป็นอะไรไป ผมมาเข้าทำงานกับคนพวกนี้ เดินทางผิดจริงๆ ผมกะว่าจะทำงานให้เขาอีกครั้งเดียวเท่านั้น แล้วจะถอนตัว ผมเริ่มที่จะรับไม่ได้แล้ว”

ดร.วัลลภเดินมาจับมือศิลป์ธร “ขอบคุณจริงๆ ไม่ได้คุณ ผมตายไปแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าให้ผมตอบแทนบ้าง”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ นี่ผมต้องรีบกลับไปแล้ว ถ้าพวกเขารู้ว่าคุณปลอดภัย พวกคุณจะแย่อีก ของที่พวกเขาขโมยมา ผมจะหาทางคืนให้นะครับ”

“คุณรู้หรือ” ดร.วัลลภถามอย่างตื่นเต้น “ดร.สถิตย์เก็บไว้ที่ไหน”

“เครื่องฉายภาพอดีตใช่ไหมครับ” ศิลป์ธรถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง ดร.วัลลภพยักหน้า

“ตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมตัวจะลงไปสำรวจในน้ำ ตัวผมต้องลงไปด้วย เขาจะเอาเครื่องลงไปในน้ำด้วย โดยจะผูกติดกับสายเคเบิลบนเรือยาง อย่าผลีผลามเข้าไปนะครับ ลูกน้องเขามีปืนกันทุกคน” ศิลป์ธรกำชับทิ้งท้ายก่อนจะวิ่งกลับขึ้นไป

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook