บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

29…ในสายตาของพระแม่เจ้า

      ขณะเดินตามเจ้าหญิงขึ้นบันไดไป โดยทิ้งระยะห่างพอสมควร คีตะสัมผัสได้กับสิ่งหนึ่งโดยทันที แต่ไหนแต่ไรมา จันทราคีรีเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คงความลึกลับจวบจนทุกวันนี้ ตามที่ได้ยิน จากปากทางเข้าจันทราคีรีเป็นห้องโถงกว้าง ถัดจากนั้นจะเป็นบันไดทางขึ้นมืดๆ คดเคี้ยว ดูน่าสะพรึงกลัว

      เมื่อได้มาสัมผัสกับตนเอง ไม่รู้สึกว่าจะเป็นไปตามคำบอกเล่านั้น

      บันไดทางขึ้นจันทราคีรีเป็นหินตัดเรียบประณีต ผนังทั้งสองด้านก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ความสูงเกินศรีษะเล็กน้อย ลงมาถึงพื้นขั้นบันได ล้วนถูกตัดให้เรียบสวยงาม แล้วยังกลิ่นหอมจากเครื่องบูชาที่อบอวล ดูเป็นกลิ่นเฉพาะชวนหลงใหลของสถานที่นี้

      ตลอดทางที่เดินขึ้นไปมีคบไฟจุดสว่างอยู่เป็นระยะ ที่ตรงกันเห็นจะเป็นความคดเคี้ยวของบันไดที่จะเวียนไปทางซ้ายบ้างขวาบ้าง

      ระหว่างทางเขาไม่มีโอกาสสนทนากับเจ้าหญิง อาจจะเป็นเจตนาของเธอ หรือไม่ก็เป็นเจตนาของสถานที่ เพราะบางช่วงที่ดูกว้างพอจะเดินเคียงกันไปได้สักสองสามคน แต่ไปสักพักทางจะแคบลงจนต้องแยกจากกัน เพื่อเดินเรียงกันขึ้นไป

      เมื่อครู่เจ้าหญิงบอกว่าพาเขามาที่นี่ด้วยเรื่องเกี่ยวกับตัวเขา….

      เขาคิดทบทวนว่าเป็นเรื่องอะไร หากเดาไม่ผิดน่าจะเป็นเรื่องการเฟ้นหาผู้ภักดีที่จะเข้าร่วมพิธีกรรมกับเจ้าหญิง อีกสี่วันเพ็ญหน้า…

      เขามั่นใจว่าตนเองต้องถูกเลือกแน่นอน เจ้าหญิงก็น่าจะคิดเช่นกัน เขารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้เข้าพิธีนี้ ลองคิดดูว่าวันเวลาข้างหน้า เมื่อสามารถปลดปล่อยผีเสื้อออกจากจันทราคีรี ทักษิณายันนครจะสวยงามและอุดมสมบูรณ์เช่นดังทุกวันนี้ ซึ่งเขาจะได้มีส่วนสำคัญทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ น่าปลาบปลึ้มสักเพียงใด

      แม้ว่าหลังจากวันนั้น…เขาจะเป็นเช่นใดก็ตาม

      คราวที่แล้ว เมื่อสี่ปีก่อน พระอาจารย์ของเจ้าหญิงได้รับเกียรติได้ยืนในตำแหน่งนี้ หลังจากพิธีในวันนั้น เขาก็สูญหายไป ไม่มีใครได้พบเห็นเขาอีก

      สำหรับคีตะ เขามองการหายตัวไปของพระอาจารย์เวคินแตกต่างกับผู้อื่น จริงอยู่ที่พระอาจารย์ของเจ้าหญิงสูญหายไปจากสายตาของผู้คน แต่สำหรับเจ้าหญิง เขายังคงอยู่ใกล้ชิดกับเธอตลอดเวลา สิ่งที่ชัดเจนมาก ทุกสิ่งในคัมภีร์อนันตภพที่เคยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระอาจารย์เวคิน ได้ฝังหยั่งลึกอยู่กับตัวเจ้าหญิงดุจเดียวกัน

      ถ้าเป็นตัวเขาบ้างเล่า !

      เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาสัมผัสได้กับความรู้สึกอิ่มเอม บังเกิดเป็นแรงบันดาลใจขึ้นอย่างประหลาด

      ขณะที่เผลอเดินไปยิ้มไป เขามารู้สึกตัวอีกที เมื่อร่างงดงามราวกับภาพฝันหยุดยืนและหันชำเลืองมองลงมาเล็กน้อย คล้ายกับลังเลใจที่จะบอกบางสิ่ง แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจหันกลับ เดินขึ้นบันไดดังเดิม

      ทางเดินช่วงสุดท้ายก่อนถึงคูหาชั้นบนสุดของจันทราคีรี แสงสว่างจากภายนอกเริ่มเข้ามาให้เห็น เขาสัมผัสได้กับสายลมเอื่อยเย็นลงมาถึงตรงที่เขายืนอยู่

      เจ้าหญิงหันกลับมามองหน้าเขาอีกที

      เดิมทีเขาไม่ได้คิดอะไรนัก แต่แล้วความประหม่าได้เกิดขึ้นภายในจิตใจเขา เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ และอีกไม่นานเขาจะได้เห็น…พระแม่เจ้า พร้อมกันกับเจ้าหญิงซึ่งเป็นตัวตนอันมีชีวิตของนาง

      ความตื่นเต้นทำให้เขาแทบจะก้าวขาไม่ออก อีกทั้งอาการหนาวๆ ร้อนๆ จากบางสิ่งที่ครอบงำจิตใจ เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผู้ศรัทธาต่อพระแม่เจ้าทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ทันทีที่เห็นประกายแสงเจิดจำรัสพร้อมมวลหมู่ผีเสื้อที่โบยบิน ภาพอันตราตรึงนั้นเกิดอยู่บนคูหาสูงสุดของจันทราคีรี ใกล้เพียงเท่านี้ ถึงแม้วันนี้จะต่างกับวันนั้นก็ตาม

      เวลานี้สรรพเสียงเงียบเบา

      ในวันที่ผู้ศรัทธาทุกคนต่างครึกครื้น จิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจ วันนั้นเจ้าหญิงได้เดินขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว โดยมีผู้ภักดีคนหนึ่งเดินตามมาห่างๆ เช่นดังเขาในวันนี้หรือ

      พอพ้นจากบันไดขั้นสุดท้าย คีตะได้มายืนอยู่บนห้องคูหาสูงสุดของจันทราคีรี

      ทุกสิ่งกระจ่างชัด สายลมเย็นพัดผ่านตัว

      พระแม่เจ้ายืนอยู่ตรงนั้น… คีตะรำพึงอยู่ในใจ

      นานสักเท่าใดที่คีตะไม่รู้สึกตัว เขาได้แต่ยืนตะลึงมองรูปปั้นหญิงสาวนางหนึ่ง

      น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ใครกันที่สลักรูปนี้ขึ้นมา !

      ในอาการที่ลืมทุกสิ่งไปจนหมด คีตะก้าวเข้าไปพิจารณาใกล้ๆ ด้วยความหลงใหล

      “งามมาก…งามจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นรูปสลักของผู้ใดงดงามเช่นนี้มาก่อน” น้ำเสียงของเขาสั่นอย่างปิติเหลือล้น

      จันทราหันมามองรูปปั้นอย่างเต็มตาบ้าง เป็นจริงดังที่คีตะกล่าว เธอรู้สึกแปลกประหลาดกับตนเอง จากเดิมในความรู้สึกของเธอ รูปปั้นพระแม่เจ้าคือสิ่งที่ทำให้เธอหวั่นเกรง ในความรู้สึกเช่นนั้น ทุกสิ่งที่ผ่านสายตาล้วนปราศจากความสวยงาม รูปปั้นพระแม่เจ้าคือหินที่หยาบกระด้างเย็นชา

      “เจ้าหญิงทำท่าราวกับไม่เคยเห็นรูปสลักนี้” คีตะเอ่ยทัก

      จันทรานิ่งอึ้งไป รูปปั้นพระแม่เจ้าที่กุมชะตาชีวิตของเธอทั้งหมด พอมาตกอยู่ในสายตาของคีตะ กลับกลายเป็นสิ่งสวยงามสมบูรณ์แบบเกินคำบรรยาย ไม่มีสิ่งใดน่ากลัว ไม่มีมนต์มายา ไม่มีคำสาป 

      เธอกระพริบตาถี่ๆ ใบหน้าเนียนขาวปรากฏเลือดฝาดเป็นสีชมพูเรื่อที่แก้ม

      คีตะละสายตาจากรูปปั้นชั่วคราว เอียงคอพิศดูใบหน้าเจ้าหญิง

      “พระแม่เจ้าของเจ้าหญิง ดูเป็นคนละคนกับพระแม่เจ้าที่ข้าเห็น” เขาพูดไปตามความรู้สึก เพราะที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เอ่ยพาดพิงถึงเรื่องนี้ เจ้าหญิงจะมีแต่ความเศร้าหมองปวดร้าว

      “มารดาเจ้าสอนเวทมนตร์บทใดหรือ จึงบันดาลให้พระแม่เจ้ามีเมตตาได้ถึงเพียงนี้” เจ้าหญิงถามด้วยท่าทีจริงจัง

      คีตะหัวเราะเล็กน้อย

      “ตัวข้าเห็นจะเรียนเวทมนตร์ใดมิได้ เพราะมารดามักพูดอยู่เสมอ เวลาข้าไปที่แห่งใด มนตรามักจะคลายออกไป”

      เจ้าหญิงหลบตาต่ำลง

      “ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ก็ดีสิ”

      ขณะที่คีตะกลับมามองรูปปั้นอย่างพิจารณาถ้วนถี่ เจ้าหญิงเดินห่างออกไปยังระเบียงด้านนอก เขาสังเกตว่ารูปปั้นเท่าตัวจริงนี้ดูคล้ายกับเจ้าหญิงมาก ไม่ว่าจะเป็นความสูงหรือรูปร่าง บนศรีษะของรูปปั้นสลักให้สวมรัดเกล้าประดับตรงกลางด้วยอัญมณีเม็ดงามรูปหยดน้ำ ตัวรูปปั้นนั้นอยู่ติดกับข้างฝา เขามองดูใกล้ๆ

      รูปปั้นนี้ไม่ได้ติดกับผนัง เนื้อหินเป็นคนละชนิดกัน เขาไม่เคยพบหินอ่อนชนิดที่นำมาสลักเป็นรูปปั้นนี้มาก่อน นั่นย่อมหมายความว่ารูปปั้นนี้จะต้องถูกยกนำมาตั้งเอาไว้ที่นี่ ตั้งแต่เมื่อใดและใครเป็นช่างสลัก เรื่องนี้เขาอยากรู้เหมือนกัน และยังมีความสงสัยอีกอย่างหนึ่ง รูปปั้นนี้ยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มลงมา เขาลองเอื้อมมือไปแตะที่เอวของรูปปั้น ลองผลักดู จากเบาแรงเป็นหนักขึ้น ไม่มีขยับเขยื้อนสักนิด ครั้นลองผลักจากไหล่ รูปปั้นก็นิ่งสนิทเช่นเดิม

      คีตะเช็ดเหงื่อที่ซึมอยู่ตรงหน้าผาก

      ไม่เคยมีเรื่องเล่าหรือตำนานใดเคยบอกเกี่ยวกับการสร้างรูปปั้นพระแม่เจ้า ถ้ามีเขาย่อมรู้ เพราะกลุ่มบ้านช่างแกะสลัก บ้านเกิดของบิดา เป็นสถานที่แห่งเดียวของทักษิณายันนครที่รวมช่างแกะสลักฝีมือดีที่สุด 

      เขาขยับไปมองด้านซ้าย แล้วเดินไปเล็งทางด้านขวา และลองยืนมองตรง น่าพิศวงยิ่งนักที่รูปใบหน้าอันงดงามหมดจดของเธอ แลดูเปลี่ยนแปรไปได้หลายใบหน้า จากเดิมที่เขาคิดว่ารูปสลักนี้ถอดแบบมาจากเจ้าหญิงราวกับเป็นคนเดียวกัน ซึ่งทุกคนดูจะเชื่อเช่นนี้ด้วย

      ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจเสียแล้ว…

      ถ้าบอกว่ารูปปั้นนี้ดูคล้ายเจ้าหญิง เขาจ้องมองและคิดดังนั้น เขาต้องตกตะลึง !

      เขาหันหลังไปมองเจ้าหญิงที่ยืนหันหลังให้ที่ตรงระเบียง ใบหน้านี้ปรากฏเป็นรูปใบหน้าของเจ้าหญิงไม่มีผิดเพี้ยน เขาลองหลับตาลงพยายามสงบจิตใจ แต่แม้จะหลับตาวงพักตร์ของเจ้าหญิงยังคงลอยเด่นขึ้นมา เขาไม่สามารถมองเห็นภาพหญิงอื่นใดได้เลย ครั้นลืมตาขึ้นมามอง พระแม่เจ้ายังคงมีใบหน้าเช่นเดียวกับเจ้าหญิง เป็นดังเสียงเล่าลือ

      มาถึงตอนนี้คีตะเริ่มรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจ เขาพอจะเข้าใจแล้ว ทำไมเจ้าหญิงไม่ใคร่ชอบจะอยู่ใกล้รูปเหมือนของเธอผู้นี้

      เขาเดินตามออกไประเบียงด้านนอก แม้ลมจะแรงพัดเส้นผมจนปลิว แต่เจ้าหญิงดูจะไม่รับรู้ เธอกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

      “ถ้ามีใครบอกให้เจ้าเข้าร่วมพิธีปลดปล่อยผีเสื้อ ในฐานะผู้ภักดีของข้า เจ้าอย่าตอบรับคำได้ไหม” เจ้าหญิงพูดโดยไม่หันมามองเขา

      “ข้าไม่มีเกียรติพออย่างนั้นหรือ” คีตะรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ พูดจบเขาก็เงียบไป

      เจ้าหญิงหันกลับมาด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ

      “เจ้าพูดราวกับไม่เข้าใจและไม่รู้อะไรเลย เจ้ารู้ไหม เวลาที่มีคนมายืนตรงหน้าแล้วพูดว่า เขาไม่รู้สึกเสียใจที่จะตายเพื่อข้า ในใจของข้าเจ็บปวดเพียงใด” น้ำเสียงของเจ้าหญิงสั่นเครือ เธอพยายามกลั้นความรู้สึก “ข้าไม่ต้องการเกิดมาเพื่อให้ใครโชคร้าย ไม่ต้องการกลืนกินชีวิตผู้ใด แม้ว่าคนผู้นั้นจะเต็มใจ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ข้าฝันร้ายและตื่นขึ้นมายามดึก เฝ้าถามตนเองตลอดเวลา ทำไมตัวข้าไม่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง มีชีวิตเหมือนกับผู้อื่น นี่ตัวข้ากลายเป็นอะไรไปแล้ว ร่างกายของข้าคือตัวแทนพระแม่เจ้าที่ต้องซัดเซมายืนตรงนี้ เพื่อนำแสงสว่างมาให้กับผู้คน เจ้ารู้ไหมในเวลานั้น หัวใจของข้าแตกสลาย สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องพิธีกรรมยังติดตา โอย…ข้าไม่อยากนึกถึงมันอีก” ร่างกายของเจ้าหญิงสั่นสะท้าน สองมือปิดหน้า

      คีตะตกใจ ถลันตัวเข้าไปจับตัวเธอไว้

      “ไม่เป็นไรเจ้าหญิง…ไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปนึกถึงมันอีก” เจ้าหญิงยังปล่อยให้ตนเองอยู่ในความสะเทือนใจอีกพักหนึ่ง เขาทำได้เพียงปลอบประโลมและให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ คีตะมองย้อนกลับเข้าไปข้างใน

      ทุกสิ่งล้วนตกอยู่ในสายตาของพระแม่เจ้า !

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook