บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

34…ล้วงความลับ

       หัวค่ำของอีกสองวันต่อมา พิชยุทธกับลัดดานั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ภายในห้องคูหาใต้จันทราคีรี ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบ้านพักชั่วคราวส่วนตัวของทั้งสองคน เนื่องจากว่าตอนนี้ดร.สถิตย์ถูกคอกับโลกียะเป็นอย่างมาก หลังจากได้รู้จักกันไม่นาน พวกเขามีเรื่องพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่พูดกันคนละภาษา บางทีติดพันข้ามวันข้ามคืน จนตอนนี้เรียกได้ว่าดร.สถิตย์ไปกินไปนอนอยู่ที่พำนักแห่งใหม่ของโลกียะแล้ว       ส่วนศิลป์ธรเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกคนหนึ่ง ตั้งแต่พากันหลงมาอยู่ที่นี่ เป็นโอกาสที่เขาจะปลีกตัวออกห่างไป เพราะข้อสัญญาที่ทำกันไว้กลายเป็นสิ่งที่อยู่ในชาติภพที่แล้ว คำอ้างนี้ลัดดาเป็นคนต้นคิดเพื่อใช้เหน็บแนม ดังนั้นจึงหมดความหมายไปโดยปริยาย นานๆ ครั้งศิลป์ธรจะแวะเวียนมาแถวนี้ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการตระเวนไปตามกลุ่มบ้านต่างๆ ของทักษิณายันนคร ดูเขาจะค้นพบโลกที่เขาต้องการและค้นหามานาน คงเหลือแต่พิชยุทธกับลัดดา ที่ยังเห็นประโยชน์อยู่กับการได้เข้าใกล้ตัวเจ้าหญิง

      “ผมมองเห็นทางให้เรากลับมาสุขสบายกันอีกครั้งแล้ว” พิชยุทธเปิดเรื่องขึ้น “เราจะอยู่กันที่นี่อีกพักหนึ่ง แล้วหาทางไปสัตตคีรีนครกัน แถวนั้นดูเจริญรุ่งเรืองกว่านี้เยอะ เราสามารถจะสร้างสินค้าใหม่ ๆ ดูแล้วเราได้เปรียบอยู่หลายก้าว เทียบกับพวกพ่อค้าพื้นเมือง ยิ่งมีดร.สถิตย์ด้วย แค่ผลิตนาฬิกากับหลอดไฟแทนการดูการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ กับการพึ่งแสงสว่างจากคบไฟและตะเกียงน้ำมัน เท่านี้เราก็รวยกันเละ”

      ลัดดาหัวเราะอย่างมีความหวังไปกับเขาด้วย “แต่ดาคิดว่า ขุมสมบัติของสัตตคีรีนคร ดูจะเร็วและรวยกว่าการขายนาฬิกากับหลอดไฟ ยุทธแอบคิดเหมือนกันใช่ไหมคะ”

      “คุณก็…” พิชยุทธหัวเราะในลำคอ ลัดดาพูดแทงใจดำเขา

      ลัดดาพูดต่อ “เจ้าหญิงคนนี้ดูฉลาดไม่เบานะคะ กว่าจะตะล่อมถามแต่ละเรื่องได้ ทำเอาเหนื่อยไปเหมือนกัน ดูเธอจะสนใจทุกเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ที่เราอยู่ ไม่ว่าดาจะพูดถึงอะไร เธอจะสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ก่อนนี้ดาคิดว่าบางเรื่องที่ในชีวิตคนคนหนึ่งไม่เคยพบเห็น ไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง มันจะเข้าใจยาก ให้จินตนาการก็ยังไม่ออกเลย ดูอย่างเรื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และเครื่องบิน ดาเล่าแค่ให้เห็นภาพเพียงครั้งเดียว เธอถามกลับมาอย่างนึกภาพได้ราวกับเคยรู้เคยเห็นมาก่อน” ลัดดาพูดในทำนองชื่นชมเจ้าหญิง สำหรับคนที่รู้จักลัดดามาก่อน คงอดแปลกใจไม่ได้ว่าแทบจะนับครั้งได้ที่ลัดดาจะเอ่ยปากชื่นชมใครให้ได้ยิน นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าความถูกอกถูกใจกับสิ่งตอบแทนที่ได้รับมา

      ในการพยายามล้วงความลับเกี่ยวกับขุมสมบัติของสัตตคีรีนคร ลัดดามาคุยปรึกษากับพิชยุทธว่าจะทำอย่างไรดีให้เจ้าหญิงยอมบอก เพราะลัดดาเคยถาม เจ้าหญิงได้เผลอแย้มออกมาเล็กน้อย ดังนั้นจึงคิดว่าเจ้าหญิงน่าจะรู้แน่ อีกทั้งจากข้อมูลที่เคยรู้กันมาก่อนว่าเจ้าหญิงมีสายสัมพันธ์กับตรีศูล คนที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ของสัตตคีรีนครในอีกไม่ช้า เจ้าหญิงจึงมีสถานะเป็นคนที่สำคัญยิ่งของสัตตคีรีนคร บวกกับอุปนิสัยช่างสงสัยของเจ้าหญิง เธอกับพิชยุทธจึงมั่นใจว่าเจ้าหญิงจะต้องรู้ที่เก็บขุมทรัพย์อย่างแน่นอน เมื่อมาพิจารณาดู ความสนใจของเจ้าหญิงนั้นอยู่ในเรื่องสิ่งไกลตัวของดินแดนที่เธอไม่เคยเห็น ฟังแต่เพียงเธอเขียนเล่าให้ฟัง ดูจะยังไม่มีน้ำหนักพอ ถ้ามีหลักฐานยืนยันว่าสิ่งที่บอกกับเจ้าหญิงว่าเป็นความจริง ลัดดาคิดว่าเจ้าหญิงจะต้องยอมบอกทุกอย่างที่เธออยากรู้ออกมาแน่นอน

      ซึ่งก็ได้ผล… ลัดดาตัดใจใช้นาฬิกาเรือนสวยฝังเพชร สมบัติชิ้นเดียวที่เธอมีอยู่ มอบให้เป็นของขวัญกับเจ้าหญิง เพื่อเป็นการขอบคุณการต้อนรับพวกเธอเป็นอย่างดี เจ้าหญิงดูซาบซึ้งและตื่นเต้นกับนาฬิกาแสนแพงเรือนนั้นเป็นอย่างมาก และเพื่อเป็นการไม่ให้เป็นหนี้บุญคุณกัน เจ้าหญิงเดินกลับเข้าไปในห้อง หยิบเอาของสะสมของตนเอง สิ่งที่คิดว่าจะต้องถูกใจกับลัดดาอย่างแน่นอน

      สร้อยทองคำฝังเพชรสีชมพู ! 

      ฝีมือช่างโบราณแท้ ในยุคสี่พันสองร้อยปีที่แล้ว ลัดดารับมาไว้ในมือ พยายามไม่ให้แสดงอาการตื่นเต้นจนออกนอกหน้า เจ้าหญิงหยิบส่งให้ราวกับเป็นสร้อยลูกปัดดินเผาที่จะปั้นเอาเมื่อไหร่ก็ได้ เจ้าหญิงเห็นว่านาฬิกาที่ฝังเสี้ยวเพชรเม็ดเล็กๆ มีค่ามากกว่าสร้อยทองคำฝังเพชรเม็ดโตเป็นสิบๆเม็ด

      เมื่อทำคะแนนกับเจ้าหญิงได้มากขึ้นแล้ว ลัดดาได้เริ่มแผนขั้นต่อไป โดยการเปิดภาพจากกล้องถ่ายวีดีโอให้เจ้าหญิงได้เห็นภาพของบริเวณจันทราคีรี ภาพที่เห็นจากจอขนาดเล็กที่ติดอยู่กับตัวกล้องคือภาพในอนาคตอีกสี่พันสองร้อยปีข้างหน้า จันทราคีรีในเวลานั้นจะถูกรายล้อมด้วยผืนน้ำสีน้ำเงิน ทั้งเมืองจะจมหายไป เห็นแต่เพียงส่วนของจันทราคีรีบางส่วนที่โผล่พ้นน้ำ

      เจ้าหญิงตกตะลึงกับภาพที่เห็น เห็นได้จากอึ้งไปพักใหญ่ ลัดดาบอกต่อว่าภาพเหล่านี้ยังมีต่อ แต่ว่าชำรุดไป จะต้องขอเวลาซ่อมแซมอีกสักพักจึงจะให้ดูต่อได้

      ดูเหมือนเจ้าหญิงจะเข้าใจในข้อต่อรองอันนี้ดี เจ้าหญิงใช้เวลาคิดอีกสองวัน จึงตัดสินใจบอกเส้นทางเข้าขุมทรัพย์ของสัตตคีรีนครโดยไม่ปิดบัง เมื่อได้มาคนที่อยากกระโดดด้วยความดีใจสุดขีดคือพิชยุทธ เขาร่างแผนที่คร่าวๆ แล้วให้เจ้าหญิงระบุตำแหน่งที่สังเกตได้ชัดอย่างละเอียด 

      เมื่อได้ดังใจแล้ว ลัดดาจึงให้เจ้าหญิงดูภาพต่อของวีดีโอ ภาพต่อจากภาพมุมกว้างที่มองเห็นท้องฟ้ากับผืนน้ำสีน้ำเงินที่มองเห็นบางส่วนของจันทราคีรี เป็นภาพที่เริ่มลงไปใต้น้ำ ภาพของเสาหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ด้านหน้าพระราชวังศิลา ผ่านจากระเบียงเข้าไปในห้องโถงกลาง มีภาพของลัดดาในชุดดำน้ำลึก โบกมือให้กล้อง ลัดดาบอกว่านี่คือตัวเธอเอง แล้วเข้าไปในส่วนห้องโถงขนาดเล็กที่มีจารึกที่เจ้าหญิงเขียนไว้ 

      เจ้าหญิงดูภาพเหล่านั้นอย่างสนใจเป็นที่สุด ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ เจ้าหญิงถามต่อถึงเรื่องการมาของพวกเขาว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น ลัดดาเองก็เล่าทั้งหมดเท่าที่ตนเองรู้

      พิชยุทธยกกาน้ำชาเติมในถ้วยตนเอง “โลกียะที่เราอยากเห็นตัวจริงนี่ก็อัจฉริยะแท้ ผมเห็นเขาเข้ากับดร.สถิตย์ได้ดี อย่างกับรู้จักกันมานาน” พิชยุทธเอ่ยถึงคนสำคัญอีกคนหนึ่ง อาจถือว่าเป็นโลกียะนี่เองที่ชี้นำดวงชะตาของพวกเขาให้มาถึงที่นี่

      “ยุทธคิดว่าโลกียะเขาจะเป็นอมตะ ขนาดที่เขียนจารึกได้ทุกเจ็ดร้อยปีอย่างนั้นหรือ” ลัดดาสงสัย

      “ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ ดูรูปการณ์แล้ว น่าจะเป็นการไปปรากฏตัวในแต่ละรอบเจ็ดร้อยปีมากกว่า”

      “หมายความว่าอย่างไรคะ” ลัดดาถามต่อ พยายามคิดตามไปด้วย

      “ตอนนี้อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น” พิชยุทธก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน เพียงแต่คาดเดาในสิ่งที่น่าจะถูกต้องที่สุด “อย่างน้อยที่สุดเราก็เชื่อได้ว่าโลกียะผู้ไม่มีวันตายนั้น มีความเป็นไปได้ว่าเขาเขียนจารึกแต่ละแผ่นนั้นจริง แต่วิธีไหนไม่รู้ ถามกับเขาตอนนี้ ผมว่าเขาก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น ตัวเขาเองก็ไม่น่าจะรู้เหมือนกัน”

      “จะเป็นไปได้ไหมคะที่เราจะกลับบ้านได้” ลัดดาพึมพำกับตนเอง ทั้งที่เริ่มไม่มีความหวังแล้ว แม้จะโชคดีที่มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควรในดินแดนที่หลงเข้ามา เธอเพิ่งเข้าใจว่าความรู้สึกรักถิ่นฐานที่ตนเกิดมาเป็นอย่างไร

      พิชยุทธไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด คงเงียบไป

      “เอ้อ…” ลัดดานึกขึ้นมาได้ “ดายังไม่หายสงสัย ภาพของงามมยุรา ลูกสาวของดร.วัลลภ มาอยู่ในมือของเจ้าหญิงได้อย่างไร”

      “เจ้าหญิงบอกว่างามมยุราเป็นตัวเจ้าหญิงไม่ใช่หรือ”

      “แบบกลับชาติมาเกิดน่ะหรือคะ” ลัดดาหัวเราะ “ตลกน่า” ลัดดาลืมไปว่าพิชยุทธค่อนข้างเชื่อในเรื่องนี้ เมื่อนึกได้รีบพูดแก้ตัว “ดาไม่ได้ว่ายุทธตลกนะ”

      “ผมไม่ว่าอะไรหรอก ถ้าคุณจะไม่เชื่อเรื่องนี้ ตัวผมเชื่อว่าการเกิดใหม่ในภพอื่นมีจริง แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถต่อได้ติดกับการเกิดใหม่ คนเราเกิดมาแต่ละครั้งความทรงจำกับเรื่องราวต่างๆ ก็ต้องเริ่มกันใหม่ จะมียกเว้นบางคนเท่านั้นที่ระลึกชาติได้ แต่ก็น้อยคนจริงๆ ที่จะเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เชื่อคนพวกนี้อยู่ดี”

      “ดานะคะตกใจ ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะตามมาหลอกหลอนได้ถึงที่นี่ เจ้าหญิงก็คอยจ้องถามแต่เรื่องนี้ ดาไม่รู้จะตอบอย่างไร บอกได้แต่ว่ามีคนหน้าตาแบบนี้อยู่จริง กับเจ้าหญิงนี่ มีเรื่องแปลกประหลาดไม่แพ้โลกียะนะคะ ดูเด็กหนุ่มรูปหล่อคนนั้นสิ แต่เดิมเราคิดว่าเจ้าหญิงเป็นคู่รักกับกษัตริย์ตรีศูลผู้เรืองอำนาจคนนั้นเสียอีก ดูก็รู้ เด็กหนุ่มคนที่มาคลอเคลียกับเจ้าหญิง เป็นคู่รักของเจ้าหญิงแน่ๆ”

      “เป็นคู่รักหรืออะไรกันแน่” พิชยุทธท้วง เขาคิดไปไกลกว่านั้น “คุณลืมเรื่องพิธีกรรมบูชายัญมนุษย์ของทักษิณายันนครแล้วหรือ”

      “จริงสิ !” ลัดดานึกขึ้นมาได้ “ดารู้สึกกลัวเจ้าหญิงคนนี้แล้ว นี่เจ้าหญิงกำลังใช้มารยาหญิงหลอกเด็กหนุ่มคนนี้ เพื่อเป็นเหยื่อบูชาพระแม่เจ้า” ลัดดาพูดไปรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ

      พิชยุทธทวนความจำ “คืนวันนั้นเราก็เห็นไม่ใช่หรือ บนระเบียงหน้าวิหารนั่น มีชายหนุ่มสวมเสื้อเกราะคนหนึ่งยืนคุยกับเจ้าหญิง ดูสง่าราศีแล้ว ต้องเป็นกษัตริย์หนุ่มนามว่าตรีศูลแน่ เมื่อเราแอบเข้าไปใกล้ เรายังเห็นว่าเจ้าหญิงปกป้องเขาด้วยการเดินมาส่งด้วยตนเอง ไม่ให้พวกที่ซุ่มอยู่เข้าถึงตัว”

      “เขาสองคนยังจับมือลากันอย่างอ้อยอิ่งด้วย” ลัดดาเสริม “น่าสงสารเด็กหนุ่มคนนั้นนะคะ” เธอพูดด้วยแววตายิ้ม

      “คุณชอบเขาใช่ไหม” พิชยุทธถาม

      “บ้าน่า…ยุทธหึงหรือ” ลัดดาเอื้อมมือไปตีแขนเขา

      พิชยุทธหัวเราะ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ เขากำลังวาดภาพสวยหรูที่ไม่ไกลเกินเอื้อม 

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook