บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

37…พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ

      ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง คืนวันเพ็ญของปีอธิกสุรทิน พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกของต้นฤดูหนาว มีผู้คนมากมายตรงลานกว้างรอบจันทราคีรี แม้ปีนี้พรมแดนทักษิณายันนครจะปิด ไม่ให้ผู้คนจากสัตตคีรีนครขึ้นมา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคของผู้ศรัทธา ชาวเมืองสัตตคีรีนครผู้ศรัทธาต่อพระแม่เจ้า ได้พากันไปรวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้างของเมือง ตรงที่สามารถมองเห็นจันทราคีรีได้ชัดเจน ในมือของแต่ละคนมีเทียนติดมาเพื่อจุดบูชา

      เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เริ่มมองเห็นดวงจันทราลอยขึ้นสูงบนฟ้า แสงเทียนนับหมื่นเล่มเริ่มสว่างจุดต่อกันไป

      ภายในห้องโถงชั้นล่างของจันทราคีรี เจ้าหญิงสวมชุดสีขาว ที่ศรีษะสวมรัดเกล้า หยดน้ำพระแม่สมุทร แสงสีฟ้าอ่อนจากอัญมณีเปล่งประกายเป็นรัศมีอาบตัวเจ้าหญิง บรรดาคนที่ได้รับเกียรติเข้ามาส่งเจ้าหญิง ได้แก่ตัวแทนจากสามสิบกลุ่มบ้าน และคนเก่าแก่ที่เคยรับใช้ในพระราชวัง ทุกคนต่างจับตามองเจ้าหญิงเป็นตาเดียว ผู้พลัดหลงมาจากอนาคตทั้งสี่คนได้รับเกียรติให้เข้ามาส่งอย่างใกล้ชิด 

      เจ้าหญิงทักทายทีละคน หญิงบางคนจับมือเจ้าหญิงไว้แน่น มีอาการตื้นตันพูดไม่ออก เจ้าหญิงสัมผัสมือผู้มาจากอนาคตทั้งสี่คนที่จับตามองอย่างสนใจ จากนั้นหันไปทักทายไต่ถามคนในกลุ่มบ้านต่างๆ มีบางคนที่เธอจำได้ หลายคนมาเป็นครั้งที่สอง หลังจากเคยมาอยู่ตรงนี้เมื่อสี่ปีที่แล้ว อีกพักใหญ่นางดลยาเข้ามากระซิบบอกว่าได้เวลาแล้ว

      ก่อนก้าวขึ้นบันได เธอชำเลืองมองคีตะเล็กน้อย น้ำตาพาลจะไหลลงมา จึงไม่หันหน้ากลับไปมองผู้ที่มาส่งเหมือนกับคราวที่แล้ว

      ขาเดินขึ้นไป…ความเงียบคือเพื่อนที่ดีที่สุดของทั้งคู่ !

      แต่ละก้าวของเจ้าหญิงที่เดินขึ้นไป ทุกจังหวะคือความทึมทึบ โลกของเธอมีเพียงเท่านี้เอง บันไดทางขึ้นจันทราคีรี กับฝันร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง !

      เมื่อถึงคูหาชั้นบนสุด มีแสงไฟสว่างไสว คูหาชั้นบนของจันทราคีรีสวยงามกว่าทุกวัน มีดอกไม้หลากสีประดับทั่วทั้งห้อง ไม่เว้นกระทั่งที่พื้น เจ้าหญิงพาคีตะนั่งคุกเข่าขอพรจากพระแม่เจ้า เพื่อให้เธอและเขาประสบผลสำเร็จกับพิธีกรรมในครั้งนี้

      ผนังด้านหลังรูปปั้นพระแม่เจ้าเปิดออกเป็นช่องประตู เจ้าหญิงผู้สวมวิญญาณของพระแม่เจ้าที่ไม่ยินยลกับสิ่งใด พาคีตะเดินผ่านอุโมงค์บันไดลงมายืนอยู่บนลานของห้องพิธีกรรม หยดน้ำพระแม่สมุทร อัญมณีสีน้ำเงินที่รัดเกล้าของเจ้าหญิงเปล่งประกายแวววาวราวกับมีหยดน้ำเพชรกลิ้งอยู่ภายใน

      คีตะยืนอยู่ด้านตรงกันข้ามกับเจ้าหญิง ใบหน้าเขาดูสงบนิ่ง ไม่แสดงอาการหวั่นเกรงกับโชคชะตา ด้วยความมืดของห้องแม้จะยืนเผชิญหน้า แต่ต่างคนมองไม่เห็นหน้ากัน จนกระทั่งหยดน้ำพระแม่สมุทรได้รับแสงตกกระทบที่ส่องลงมาจากช่องเล็กๆ ด้านบนเพดาน

      “ข้ายินดีกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น” เสียงทุ้มกังวานของคีตะพูดออกมา

      หยดน้ำจากนัยน์ตาเจ้าหญิงไหลลงมาเป็นทาง ภาพเขายังชัดเจนอยู่ในใจ เธออยากให้กาลเวลานี้ยาวนานออกไปโดยไม่มีจุดจบ

      ปรากฏการณ์ของแสงจันทร์วันเพ็ญของปีอธิกสุรทินกับหยดน้ำพระแม่สมุทร…อัญมณีแห่งทักษิณายันนคร แสงในห้องเริ่มสว่างไสวขึ้นทีละน้อย พร้อมกันกับลำแสงสีเขียวค่อยหว่านลงมาครอบกายของเจ้าหญิง จากนั้นลำแสงสีเขียวจากอัญมณีรูปหยดน้ำได้พุ่งไปที่ตัวของคีตะ คีตะรู้สึกเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย แขนทั้งสองข้างกางออกด้านข้างลำตัวเล็กน้อย ต่อมาราวกับว่ามีหัตถ์ของเทพเจ้าเอื้อมลงมากดที่ไหล่ทั้งสองข้างของเขา ทำให้ทั้งร่างกายถูกกดตรึงให้ยืนนิ่งอยู่กับที่

      ก่อนจะลืมตาว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น อย่างไม่คาดคิดและรวดเร็วเหลือเกิน ตัวเขาถูกดึงไปด้านหลังอย่างแรง เขามองเห็นมือของใครคนหนึ่งรัดรอบลำคอ และมีดปลายแหลมจี้อยู่ข้างลำตัว

      “ไม่อยากตาย… อย่าดิ้น” 

      คีตะรู้ความหมายของภาษาที่ฟังไม่ออกจากการจี้บังคับ เขาจำเสียงชายคนนี้ได้ ห่างออกไปเล็กน้อย เขามองเห็นตัวเจ้าหญิงถูกดึงหงายไปด้านหลังเช่นกัน มีปลายมีดคมวาวจี้บังคับเช่นกัน ดูว่าทางด้านโน้นจะชุลมุนมากกว่า เพราะว่าร่างกายของเขาหมดกำลังไปชั่วคราว หญิงสาวที่จี้บังคับตัวเจ้าหญิง ได้ดึงรัดเกล้าออกจากศรีษะของเธอ

      นั่นเอง ! สิ่งที่พวกเขาต้องการ

      เมื่อหยดน้ำพระแม่สมุทรหลุดไปจากตำแหน่งเดิม ทั้งห้องเริ่มกลับเข้าสู่ความมืดสลัวอีกครั้ง คงมีแต่ประกายแสงสีฟ้าจางๆ ที่ยังคงอยู่กับอัญมณี

      เจ้าหญิงตกใจไม่แพ้คีตะ เธอถูกดึงตัวไปทางด้านหลัง พร้อมทั้งรัดเกล้าถูกดึงออกจากศรีษะ ด้วยความกังวลเกรงจะเกิดเหตุร้ายแรงซึ่งส่งผลต่อความเป็นไปของทักษิณายันนคร เจ้าหญิงสะบัดตัวเต็มแรง มีดที่ลัดดาถือเข้ามากระเด็นตกหายไปในความมืด

      ลัดดาซึ่งได้เพชรสีน้ำเงินอันเป็นสุดยอดปรารถนามาอยู่ในมือ ไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้หลุดมือไปอย่างเด็ดขาด ลัดดาสวมรัดเกล้าไว้กับศรีษะของตนเอง แล้วใช้สองมือผลักตัวเจ้าหญิงเต็มแรง จนตัวเจ้าหญิงกระเด็นไปชนกับผนังด้านหนึ่ง 

      ส่วนตัวของลัดดา อานุภาพลึกลับของหยดน้ำพระแม่สมุทร ได้ยึดดึงตัวเธอไปยืนยังตำแหน่งเดียวกับเจ้าหญิง ลัดดาซึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พยายามดิ้นรนขืนตัว แต่ร่างกายดูไม่เป็นของตนเองเสียแล้ว

      ขณะเดียวกันคีตะได้กำลังกลับคืนมาบางส่วน เขาดิ้นจนหลุด เมื่อเป็นอิสระเขาได้กระโจนมาหาเจ้าหญิงทันที

      พิชยุทธซึ่งกำลังจะกระโดดตามคีตะ สะดุ้งเฮือก อย่างรวดเร็วที่ลำแสงจากหยดน้ำพระแม่สมุทรพุ่งตรงไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไปกระทบตัวพิชยุทธอย่างจัง ด้วยอานุภาพมากกว่าครั้งแรก ชายหนุ่มสะท้านไปทั้งตัว เส้นประสาททุกส่วนของร่างกายเขาถูกควบคุมด้วยพลังงานลึกลับ 

      เมื่อเส้นทางของแสงแห่งจันทราและพลังงานสะสมของหยดน้ำพระแม่สมุทร ได้สำแดงฤทธิ์ออกมาอีกครั้ง ภายในห้องค่อยสว่างขึ้น

      คงมีแต่ดวงตาตระหนกอย่างสุดขีดของพิชยุทธเท่านั้นที่เคลื่อนไหวไปมา ปากพยายามจะพูดแต่ขยับริมฝีปากไม่ได้ แขนทั้งสองข้างกางห่างลำตัวเล็กน้อย ไหล่ทั้งสองข้างถูกกด ทำให้ขาทั้งสองข้างต้องปักหลักขยับไปไหนไม่ได้

      คีตะและเจ้าหญิงพยายามมองเข้าไปว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่ร่างของสองคนนั้น ดูว่าประสาทสัมผัสทางการมองของทั้งคู่จะเสียไปแล้ว ทั้งห้องดูพร่าเลือนและสั่นไหวราวกับจะถล่มเสียให้ได้ สภาวะที่ร่างกายเริ่มทนไม่ได้อยู่ที่ความรู้สึกแปลบเป็นระยะ แบบโดนไฟจี้ทั้งแขนขาเนื้อตัว คีตะเดินซวนเซ ขณะที่เจ้าหญิงหมดสติลงไปอยู่กับพื้น

      ชั่ววินาทีของการเอาชีวิตรอด คีตะใช้พละกำลังสุดท้าย กอดอุ้มเจ้าหญิงไว้กับตัว แล้วกระโดดลงจากลานของห้องพิธีกรรมเพื่อออกไปจากห้อง แล้วเลาะผ่านอุโมงค์ด้านเส้นทางเก่าของจันทราคีรี

      เพียงก้าวพ้นรัศมีจากห้องพิธีกรรมแค่นั้นเอง ความสั่นไหวของห้อง สภาพก่อนถล่มทลายกลับหายไป ทุกอย่างนิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

      คีตะใช้แรงสุดท้ายคลายมือที่กอดเจ้าหญิงไว้กับอก วางร่างอันหมดสติของเธอนั่งพิงกับผนังหินใกล้กับขั้นบันไดด้านทางลง ตัวเขาหมดแล้วกำลังร่างกาย ยังเหลือแต่สติที่พยายามขืนไว้ เขาไม่สามารถแม้แต่จะดึงตัวเองให้นั่ง ร่างของคีตะเอนกลิ้งลงไปกับบันไดไปนับสิบขั้น จนกระทั่งไปนอนพังพาบอยู่กับช่วงพักของบันได เขานอนนิ่งอยู่เช่นนั้น ดีที่ว่าใบหน้าเขาเอียงหันมาทางเจ้าหญิง ทำให้เธอยังอยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา

      ภายในห้องพิธีกรรม สิ่งเลวร้ายไม่คาดฝันได้เกิดขึ้นกับพิชยุทธและลัดดา เพราะความโลภ ทั้งที่ไม่มีความหวังที่จะได้กลับไปเสวยสุขยังที่ตนเองมา ดูไม่คุ้มค่าสักนิดกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

 ทว่า…ทุกอย่างสายไปเสียแล้ว

      พิธีกรรมปลดปล่อยผีเสื้อเป็นพิธีบูชายัญมนุษย์ !

      ทั้งคู่ดูจะลืมข้อมูลที่ได้รับรู้มาก่อนหน้านี้เสียสนิท

      เมื่อทั้งสองร่างถูกตรึงนิ่งสนิท ผนังทั้งสองด้านหลังลัดดาและพิชยุทธ ปรากฏมีอักษรภาพสว่างไสว ลัดดาซึ่งคุ้นเคยกับอักษรภาพเหล่านี้ดี สามารถอ่านและเข้าใจทุกข้อความ

            ถ้าผู้ภักดีจิตใจมั่นคง…. ยินดีมอบกายและวิญญาณแก่พระแม่เจ้า

            หญิงสาวจะปลอดภัย… เขาจะเป็นผู้ปลดปล่อยผีเสื้อแห่งทักษิณายันนคร

      หญิงสาวจะปลอดภัย ! ลัดดาสะดุดกับข้อความอันนี้ ในใจเกิดความประหวั่นพรั่นพรึง สังหรณ์ใจกับสิ่งที่จะเกิดกับตนเอง คำว่าพิธีบูชายัญมนุษย์เข้ามารบกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลา

      ถ้าพิชยุทธภักดีต่อเธอ และยินดีจะถูกบูชายัญ เธอจะปลอดภัย !

      ลัดดาอยากจะกรีดร้องและหัวเราะในคราวเดียวกัน แทบมองไม่เห็นหนทางรอดของตนเอง เขาหรือที่จะภักดีต่อเธอ เขาหรือพร้อมจะตายแทน นี่มันอะไรกัน ! ยิ่งเธอมองเห็นแววตาหวาดกลัวในเวลาที่เขามองเห็นอักษรภาพที่ปรากฏอยู่ข้างหลังเธอ หัวใจของลัดดาร่วงลงไปก่อนแล้ว สิ่งที่พิชยุทธมองเห็นที่ผนังด้านหลังลัดดา

      เมื่อแผ่นหินเปิดออก ร่างกายผู้ภักดีมอบแด่มวลหมู่ผีเสื้อ วิญญาณจักโบยบินไปกับผีเสื้อแห่งทักษิณายันนคร พระแม่เจ้าชี้ทาง ไปสู่ภพอันประเสริฐ…

      ถ้าผู้ภักดีไม่ยินยอม  หญิงสาวจักต้องรับโทษทัณฑ์ ร่างกายและวิญญาณถูกกักขังในโลงหิน ตราบนานชั่วนาน…

      ปกติพิชยุทธอ่านอักษรภาพไม่ออก แต่ด้วยอะไรบางอย่าง ความหมายของอักษรภาพเหล่านั้น ได้ปรากฏเป็นภาพภายในสมองของเขาอย่างชัดเจน

      ภาพแสดงให้เห็นว่าถ้าตัวเขายินยอม แผ่นหินตรงที่เขายืนจะเปิดออก ร่างกายเขาจะตกลงไปอยู่ข้างใต้จันทราคีรี แล้วผีเสื้อจะโบยบินออกมาทางนี้ ถ้าเขาไม่ยินยอม ก้าวเดินออกไป แผ่นหินตรงพื้นของหญิงสาวจะเปิดออก เธอจะร่วงลงไปถูกกักขังอยู่ในโลงหิน !

      พิชยุทธหน้าซีดตาเบิกกว้าง เขามองเห็นลัดดาน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม แววตาหวาดกลัววิงวอนต่อเขา

      แต่ละวินาทีของความทรมานผ่านไปอย่างเชื่องช้า ลำแสงที่ตรึงร่างกายพิชยุทธค่อยคลายลง เขาเกือบเป็นอิสระ แผ่นหินตรงพื้นที่เขายืนเริ่มสะเทือนพร้อมเปิดออก พิชยุทธหลับตาพึมพำอยู่ที่ริมฝีปาก “ลัดดา…ผมขอโทษ”

      พิชยุทธเลือกชีวิตตนเอง !

      ทันใดที่ขยับตัวได้ เขาก้าวออกมาจากตรงนั้น แผ่นหินเปิดออกมาอย่างรวดเร็ว ลำแสงที่ตรึงร่างทั้งสองไว้เบี่ยงไปตามการเคลื่อนไหวของพิชยุทธ เขาพยายามกระโจนไปดึงตัวลัดดาออกมา แต่ช้าไปแค่ปลายมือ ร่างของลัดดาร่วงลงไปหลังแผ่นหินด้านนั้นเปิดออก เสียงกรีดร้องของเธอดังแว่วมาสั้นๆ เพราะแผ่นหินทั้งสองได้ปิดลงดังเดิมอย่างรวดเร็ว

      พิชยุทธฟุบตัวลงกับพื้น สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ ราวกับกับฝันร้าย เขาใช้มือทั้งสองคลำหาแผ่นหินตรงที่ลัดดาร่วงหายลงไป ไม่มีร่องรอยอะไรเลย ! ภายในห้องมีเพียงแสงสลัวจากหยดน้ำพระแม่สมุทรที่ลอยขึ้นไปติดบนเพดาน

      พิชยุทธร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร ทำไมต้องเป็นแบบนี้…ทำไมต้องเป็นแบบนี้ เขาวิ่งวนไปมาภายในห้องราวกับคนบ้า จากนั้นวิ่งออกไปทางเดียวกับที่คีตะพาเจ้าหญิงออกไป ก่อนหน้านี้เขากับลัดดาได้ค้นพบห้องนี้ จากทางขึ้นด้านหลังจันทราคีรีใกล้กับที่พัก และได้ขึ้นมาสำรวจกันก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาไม่ได้วางแผนมาก่อน เป็นเพราะความเย้ายวนของเพชรสีน้ำเงิน ที่ลัดดาบอกว่าเป็นเพชรน้ำงามเม็ดโตที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ด้วยความโลภจนไม่สามารถระงับจิตใจได้ หลังจากทักทายกับเจ้าหญิงก่อนที่เธอจะเดินขึ้นบันไดมากับผู้ภักดี เขากับลัดดาได้แอบขึ้นมาซุ่มรออยู่ก่อน

      คีตะที่นอนพังพาบอยู่ มองเห็นชายหนุ่มซึ่งปองร้ายเขากับเจ้าหญิงร้องเรียกชื่อ “ลัดดา…ลัดดา” พิชยุทธวิ่งออกมาจากห้อง จากนั้นวิ่งลงบันได อาการบ้าคลั่งของเขาแทบจะเหยียบร่างคีตะที่นอนขวางอยู่ ชายหนุ่มคนนั้น ยังร้องเรียก “ลัดดา…ลัดดา” ดังลั่น เมื่อเสียงเรียกห่างออกไป ความชุลมุนอึกทึกทั้งหมดดูสงบราบคาบ คีตะคิดว่าทุกสิ่งภายในห้องพิธีกรรมได้จบสิ้นแล้ว

      คีตะยิ้มที่ริมฝีปาก พูดออกมาเบาๆ “เห็นไหม…เจ้าหญิง เป็นดังที่ข้าเคยบอก เหตุการณ์ไม่อาจเกิดทับรอยเดิมทุกครั้ง” 

      ก่อนเปลือกตาจะปิดหลับไป คีตะได้อธิษฐานอยู่ในใจ เขาจะภาวนาเช่นนี้ทุกลมหายใจ

      เมื่อข้าตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง  ขอให้ได้พบหน้าเจ้าหญิง…

 ข้างใต้ห้องพิธีกรรมเยื้องลงไป ยังมีห้องลับอีกห้องหนึ่ง ดลยานั่งคุกเข่าประสานมือก้มหน้าภาวนา นางขอให้เจ้าหญิงปลอดภัย ขอให้พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ประสบความสำเร็จ 

      สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามกฎของจันทราคีรี ไม่มีข้อห้ามไม่ให้บอกความเรื่องกฎอันนี้ต่อเจ้าหญิง เป็นความสมัครใจของนาง ที่ไม่ต้องการบอกแก่เจ้าหญิง

      เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ ความคาดหวังของนางอยู่สูงสุด นางพยายามเงี่ยหูฟังเสียงของผู้ศรัทธานับหมื่น พวกเขาจะส่งเสียงด้วยความยินดี ที่ได้มองเห็นเจ้าหญิงเดินออกไปที่ระเบียง ยังทันที่นางจะวิ่งออกไปชม มวลหมู่ผีเสื้อแห่งทักษิณายันนคร โบยบินอยู่เบื้องหลังเหนือตัวเจ้าหญิง และบินหายไปสู่ผืนป่า

      การภาวนาของนางยังไม่สิ้นสุด โดยไม่ล่วงรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างบนแม้แต่นิดเดียว

      แผ่นหินข้างบนเลื่อนออกเสียงดังสนั่น หัวใจของนางเต้นไม่เป็นจังหวะ ชีวิตของนางแทบดับสูญลงไป เสียงดังอึกทึกยังดำเนินต่อไป โลงหินใบหนึ่งสลักเป็นรูปหญิงสาววางมือประสานไว้กับอก เลื่อนออกมาจากช่องผนังด้านที่นางเฝ้ามองอยู่

      โลงหินอันนี้ประกบร่างหญิงสาวเอาไว้ !

      ดลยาอ้าปากร้อง ก้นกระแทกพื้น นัยน์ตาเย็นชาของนางมีน้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ในชีวิตที่โดดเดี่ยวเย็นชาของนาง เคยร้องไห้เพียงไม่กี่ครั้ง

      “เจ้าหญิง…เจ้าหญิง ทำไมเป็นแบบนี้” นางร้องไห้กอดโลงหินเอาไว้ อีกพักใหญ่นางจึงสงบสติอารมณ์ได้ ยังมีหน้าที่ที่ต้องทำ ดลยาลุกขึ้นยืนและเดินอย่างฝืนเรี่ยวแรง มีหม้อใบหนึ่งบรรจุปูนเหลวเอาไว้

      นางตะแคงหม้อใบนั้น ปล่อยปูนเหลวไหลไปตามรางที่ยกสูงเอียงลงไปยังส่วนบนของโลงหิน ปูนเหลวนี้จะไหลเข้าไปแทนที่ทุกช่องว่างในโลงหิน เมื่อปูนเหลวเย็น จะเกิดการแข็งตัว

      ร่างที่อยู่ภายในโลงหินจะถูกปิดตายชั่วนิจนิรันดร !

      ดลยาเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยแววตาเย็นชาไร้ชีวิตเช่นเดิม นางได้ทำหน้าที่ของตนเองแล้ว อีกครู่หนึ่งเมื่อของเหลวไหลเข้าไปจนเต็ม ดลยาเดินไปที่ผนัง เอื้อมมือไปกดกลไก พื้นส่วนเว้าลึกเพื่อวางโลงหินได้พอดีเปิดออก โลงหินเลื่อนลงสู่เบื้องล่างอีกครั้ง

      หน้าที่ของผู้คุมกฎจันทราคีรี เสร็จสิ้นสมบูรณ์บัดนี้ !

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook