บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

บันทึกของดอกไม้กลางทะเลทราย
โดย : ร.อ.หญิงคันธรส สินน้อย

บทนำ
เกี่ยวกับผู้เขียน

อ่านหน้า | 1  | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16

7
วินาทีแห่งชีวิต

11พ.ย. 46
        วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี 3 วันนี้ดิฉันก็โดนเจ้าฝนโจมตีอีกตามเคย ปรากฏว่าตรงที่ดิฉันนอนนั่นแหล่ะรั่วอยู่คนเดียวพี่ๆหลับสบายไปเลย มีแต่ดิฉันคนเดียวนี่แหล่ะที่คอยลี้ภัยอยู่ดูช่างเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราเสียจริงๆเลย วันนี้ดิฉันก็ออกไปทำงานที่โมบายคลินิกตามปกติเมื่อวานตรวจอาวุธ วันนี้ก็เลยต้องอยู่ข้างในตามตารางงานและก็เป็นจังหวะดีที่ เป็นเวรของพี่ๆชุดแพทย์ทรเลยทำงานกันเข้าขารู้ใจกันสนุกสนานตามประสาพี่ๆน้องๆพอสายๆคนเริ่มเยอะมากขึ้น พอดีมีรถแท็กซี่พุ่งเข้ามาอย่างแรงรีบที่จะมาส่งมีเด็กอายุ 2 ขวบ ซึ่งยายของเด็กอุ้มเด็กมาตอนนั้นกำลังตัวเขียว ซีด ตัวเปียกปอนน้ำ พี่ประมวลพยาบาลชุดแพทย์ทร.เห็นเป็นคนแรกเข้าอุ้มเด็กวิ่งมาแล้วคนอื่นๆก็ตามแพทย์หมอ อรรณพ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ขนาดนั้นก็รีบเข้าช่วยผู้ป่วยทันที ตอนที่ประเมินอาการในขณะนั้นถือว่า เด็กอยู่ในขั้นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะหยุดหายใจหัวใจหยุดเต้นดิฉันเห็นเหตุการณ์จึงได้รีบเข้าช่วย
         ต้องขอบคุณในความกล้าหาญและเสียสละของคุณหมออรรณพที่ช่วยเปิดทางเดินหายใจและช่วยผายปอดให้คนไข้แบบเม้าท์ทูเม้าท์ซึ่งนับว่าคุณหมอช่วยอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นดิฉันก็จึงเข้าไปช่วยและทำหน้าที่เป็นคนช่วยปั้มหัวใจ ในขณะที่คุณหมอ อรรณพเป็นคนช่วยผายปอดและดิฉันทำหน้าที่ปั้มหัวใจและให้พี่ๆช่วยเตรียมออกซิเจนและน้ำเกลือไว้ให้พร้อม พี่ๆทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ จนในที่สุดหลังจากที่เราได้ทำการกู้ชีพก็เป็นผลสำเร็จ เด็กหัวใจเริ่มเต้นและในขั้นสุดท้ายก็มีการไอ แสดงว่าเริ่มรู้สึกตัวดีขึ้น ในที่สุดเราก็สามารถช่วยชีวิตเด็กคนนั้นได้อย่างปลอดภัย นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ซึ่งเป็นเสมือนความภูมิใจของทหารไทยทุกคนที่ได้สามารถช่วยเหลือเด็กคนนั้นได้ทันท่วงที การทำงานแบบนี้ต้องอาศัยทีมงานและต้องมีประสบการณ์อย่างยิ่ง หากกระทำโดยที่ไม่รู้ก็อาจจะเกิดผลเสียได้เช่นกัน นับว่าเป็นความโชคดีของหนูน้อยคนนั้น และก็นับว่าเป็นความโชคดีของดิฉันที่ได้เคยมีประสบการณ์ในการอบรมการปฏิบัติการกู้ชีพในทารกและเด็กจนทำให้เด็กคนนั้นปลอดภัย ขอบคุณหมอ อรรณณพที่ได้เข้าช่วยโดยไม่คิดถึงชีวิตแต่จะด้วยเหตุใดก็ตามทีทุกคนก็สุดแสนจะอิ่มเอิบกับการที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มี เพื่อช่วยเหลือชีวิตน้อยๆอีกชีวิตหนึ่งดึงให้เขาหลุดพ้นจากเงื้อมือของมจุราช
            หลังจากที่สถานการคลี่คลายลงไปด้วยดี หมอและพยาบาลโปแลนด์ก็มาถึงแต่เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้กับเด็กไม่มีมีแต่เครื่องจับอ๊ออกซิเจน ดิฉันทำหน้าที่ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำหรือน้ำเกลือนั่นเอง ดิฉันเองก็ช่วยเขาแทงน้ำเกลือด้วยและระหว่างนั้นก็ยังคงให้อ๊อกซิเจนเด็กด้วย อาการเด็กเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ก็ยังคงไม่น่าไว้วางใจนักเพราะเด็กอาจจะกลับแย่ลงได้อีก และเด็กยังตัวเล็กอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการสูดสำลักเอาน้ำคลำซึ่งจะทำให้ปอดเสบได้

        อย่างไรก็ต้องนำส่งรพ.ในเมืองคาบาร่า ดิฉันจึงอาสาที่จะเป็นผู้ติดตามและดูแลอาการอย่างใกล้ชิดเวลาในขณะนั้นลืมคิดถึงความปลอดภัยของตัวเอง ยังคงทำหน้าที่อย่างเต้มความสามารถที่มี ลืมคิดถึงอันตรายที่เราอาจจะต้องเผชิญไปชั่ว ขณะนั้นเหลือเพียงแต่ความห่วงใยเด็กคนนั้น อยากให้เขาได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย วันนั้นจึงนับได้ว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มีโอกาสได้นำผู้ป่วยเด็กเข้าไปรับการรักษาต่อพร้อมกับคุณหมอคมสัน ซึ่งระหว่างการเดินทางพวกเราก็ต้องใส่เสื้อเกราะและหมวกเหล็กและมีรถของหน่วยระวังป้องกันนำขบวนและปิดท้ายขบวนเพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างที่อุ้มเด็ก ก็มีกลิ่นน้ำคลำเหม็นแบบคาวๆผสมกับกลิ่นอุจจาระที่เด็กถ่ายออกมาโดยไม่รู้สึกตัว แต่ตอนนั้นอะดรีนาลีนหลั่งค่ะเลยไม่ค่อยได้กลิ่นเท่าใดแต่หลังจากเสร็จภาระกิจแล้วถึงได้รู้สึกตัวยังนึกชื่นชมในความเสียสละของคุณหมอเลยที่ทุ่มเทที่สุด พอไปถึงที่รพ.แพทย์ก็เข้ามาถามอาการกันใหญ่ บางคนพอจะพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยพอไดสื่อสารกันทุกคนที่นั่นแสดงความขอบคุณพวกเรา ที่ได้ช่วยเหลือพวกเขาแม่กับยายของเด็กถึงกับโผเข้ากอดดิฉันด้วยความดีใจ อารมณ์นั้นดิฉันรู้สึกปิติเป็นอย่างยิ่งภาพวันนั้นยังไม่ลืม หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ทหารไทยได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของประชาชนชาวอิรักในเมือง คาบาร่ามากยิ่งขึ้น วันนั้นเป็นวันที่ดิฉันรู้สึกภูมิใจเป็นที่สุดที่ช่วยให้ชีวิตน้อยๆได้กลับมาคืนสู่ครอบครัวที่แสน อบอุ่นซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในความประทับใจที่ไม่เคยลืม

16 พย 46
         วันนี้เป็นวันที่ดฉันหยุดแต่วันหยุดเราก็มีภารกิจอีกอย่าง คือการต้องออกไปปฏิบัติงานข้างนอกค่ายพูดได้ว่าทำงานแทบทุกวัน ซึ่งก็ถือว่าหนักสำหรับผู้หญิง 4 คนที่ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงานโดยที่ไม่ได้พัก วันไหนไม่ได้ออกงานที่โอพีดีในค่ายก็ต้องไปทำหน้าที่ตรวจอาวุธหรือไม่ก็ช่วยแพทย์ตรวจจัดยาอธิบายยา ส่วนวันที่หมุนเวียนกันพักงาน ถ้ามีงานส่งคนไข้หรือต้องเผชิญเหตุคนที่ได้หยุดก็ต้องไปเรียกได้พร้อมที่จะปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชม. ส่วนคนที่มีหน้าที่ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนไปพูดได้ว่าเวลาป่วยห้ามป่วยเพราะอีก 3 คนจะเดือดร้อนมันจะทำให้โหลดงานกันเราต้องพยายามดูแลรักษาสุขภาพของเราให้ดีที่สุด
           วันนี้ก็เช่นกันวันนี้พี่ๆมีการแข่งกีฬาฟุตบอลกระชับความสามัคคี ซึ่งถือเป็นส่วนที่พอจะช่วยให้พวกเราได้คลายเครียดได้บ้างพี่ๆชุดทร.ของเราก็ลงแข่งด้วย แถมบอกให้ไปช่วยเชียร์ด้วย แต่พอดีมีภารกิจต้องออกไปปฏิบัติงานข้างนอกในหมู่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากค่ายมากนัก เป็นการเยี่ยมชุมชนเยี่ยมหมู่บ้านสานความสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยกับชาวอิรักโดยชุดแพทย์ออกหน่วย สำหรับตรวจแจกยาส่วนฝ่ายกิจการพลเรือนก็ทำหน้าที่แจกจ่ายของที่พวกเราเตรียมมา สำหรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นเริ่มออกเดินทางมีรถของหมวดระวังป้องกันคอยดูแลพวกเราเรื่องความปลอดภัย เดินทางไปประมาณ 20 นาที รถก็จอดบริเวณหน้ามัสยิดที่นี่ถือว่าศักดิ์สิทธิบนหลังคามัสยิดตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเขียวอ่อนสลับกับสีอื่นๆเป็นลวดลายสวยงามมากเราเองก็อยากถ่ายรูปเก็บเอาไว้จะเอามาไว้ดู แต่เขาห้ามถ่ายขนาดจอดรถใกล้ๆเขายังให้เลื่อนรถหนีไปทางอื่น เพราะเขาถือเป็นสถานที่เคารพของคนในหมู่บ้าน พอรถจอดหน่วยระวังป้องกัน 2 คันเจ้าหน้าที่ก็กระจายตัวกันตามจุดต่าง คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้พวกเรา ส่วนชุดแพทย์ก็เข้าไปในบ้านผู้นำหมู่บ้านเพื่อตั้งโต๊ะตรวจรักษา ดิฉันเองเดินสำรวจรอบบ้านดูว่ามีทางเข้าทางออก กี่ทางเผื่อมีเหตุการณ์อะไรก็จะได้หาทางเอาตัวรอดได้ ในที่นี้มีแค่ 2 ทางเลยวางแผนในการนำคนไข้เข้ามาจำนวนเท่าที่จำเป็น เพราะสถานที่คับแคบจัดวางอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมก็บอกกับชาวบ้านเป็นภาษาอารบิกว่า " อินทาเซีย ลาสซ่า " บอกให้เขารอสักครู่และก็บอกให้เขาเข้าแถว เรียง 1 แถว" ซีร่า....วาฮิดดะ คารัส" แบบว่าไม่ได้เก่งอะไรหรอกแค่เอาคำศัพท์ที่พอจะรู้มาพูด แล้วที่เหลือคนที่พอจะเดาใจเราออก เขาก็เลยบอกกันเองในที่สุดก็สามารถจัดการควบคุมสถานการณ์ได้ และก็ได้ช่วยในเรื่องการแนะนำการใช้ยาโดยภาษาอารบิกที่ได้เรียนมา การตรวจก็เข้าระบบระเบียบดี ตรวจคนไข้ได้เกือบ 100 คน แค่ช่วงเช้าเสร็จภาระกิจเสร็จเราก็เคลื่อนย้ายออกจาก พอเดินออกไปข้างนอกเด็กๆก็กรูเข้ามาข้างในและพูดบอกดิฉันว่า กิ๊ฟมี กิ๊ฟมี แล้วก็ชี้ๆจะเอาแว่นตาก็เลยตอบเขาว่า " ลา ลา " แปลว่าไม่ " วาฮิดดะ คาลาส มาฟี "บอกเขาว่าเรามีแค่อันเดียวให้ไม่ได้ไม่มีอีกแล้วอะไรประมาณนี้ เด็กๆก็น่ารักเด็กผู้หญิงก็วิ่งมาดึงแขนขอจับมือบ้างอารมณ์ว่านางสาวไทยเลย แล้วสุดท้ายดิฉันก็ขึ้นรถกลับเข้าค่ายสรุปว่าทุกอย่างในวันนั้น ดำเนินไปด้วยดีไม่มีปัญหาไม่มีอันตรายใดๆ ดิฉันก็สนุกกับการที่ได้ทำงานแม้ว่าจะมองไม่เห็นภัยที่ใกล้ตัวก็ตามที ส่วนพี่ๆผู้หญิงก็ทำม่าม่าผัด........... และก็อะไรเล็กน้อยแบ่งปันนักกีฬาทานกันส่วนดิฉันคงทำหน้าที่เป็นแผนกเก็บล้างๆแบบว่าเข้าครัวกะเขาไม่ค่อยเป็นจะไปก็เกะกะเขาเปล่าๆได้แค่ส่งกำลังใจอิๆ

 

19 พ.ย. 46
        วันนี้ดิฉันก็ถูกโทรตามตัวตั้งแต่เช้า เนื่องจากมีผู้ป่วยเด็กอายุประมาณ 6 ขวบได้มีอาการท้องเสียถ่ายเหลว มาหลายวันมีอาการ อ่อนเพลียมาก ตอนที่มาถึงที่คลินิกเราผู้ป่วยเริ่มซึมอ่อนเพลียมากๆ ซึ่งนับว่ามีโอกาสช็อคหมดสติได้ ดิฉันได้ทำการช่วยเปิดเส้นแทงน้ำเกลือให้ผู้ป่วยแต่ด้วยอาการของเด็กคนนั้นยังไม่น่าไว้วางใจนัก เพราะยังมีโอกาสช็อค ดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นต้องนำเด็กส่งรพ.และด้วยที่ดิฉันได้มีประสบการณ์ในการส่งตัวผู้ป่วยเด็กในการรักษาต่อในภาวะวิกฤติไปถึง 2 ครั้งแล้ว จึงได้รับคำสั่งให้ติดตามดูแลอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและทางฝ่ายหมวดระวังป้องกันก็วางแผนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยการเดินทาง ก็ใช้ระยะเวลาประมาณนานพอสมควรและก็เช่นเดิม การแต่งกายแบบครบสูตรเสื้อเกราะหมวกเหล็กอุปกรณ์ในการกู้ชีพเท่าที่มี รวมทั้งอาวุธที่จะป้องกันตัวเรามีติดตัวแค่ปืนพก ส่วนหมอที่ไปด้วยมีปืนM-16 ดิฉันเองทำหน้าที่เป็นผู้อุ้มเด็กน้อย ซึ่งน้ำหนักน่าจะประมาณเกือบ 10 กว่ากิโลได้การเดินทางเที่ยวนี้มีอุปสรรคพอสมควร เนื่องจากถนนบางสายปิด รถที่นำทางขบวนไม่ชำนาญเส้นทางจึงพาหลงทางนอกเส้นทางไปนิดหนึ่ง ทำให้เสียเวลานานเพราะเที่ยวนี้ถือว่าเป็นเด็กโต ระหว่างทางต้องถามเส้นทางไปด้วย จนในที่สุดก็ไปอีกรพ.หนึ่งซึ่ง เป็นรพ.สำหรับผู้ใหญ่เป็นเหมือน รพ.ประจำจังหวัด แต่รพ.แม้จะมีขนาดใหญ่กว่า ร.พ.เด็กที่เราเคยไปมาแล้ว แต่ยังคงอยู่ในสภาพที่ควรได้รับการซ่อมแซมเพราะมีร่องลอยของการรบพุ่งกันเพราะมีซากปรักหักพัง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุงแต่เท่าที่ทราบข้อมูลจากผู้ป่วยเขาเล่าให้เราทราบว่าเวลาที่เขามีการเจ็บป่วย ส่วนมากก็จะรักษากันเองหรือไม่ก็สวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าช่วยรักษาให้หาย เพราะการที่จะไปรักษาในรพ.รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายเองค่ายาก็แพงมากใครไม่มีเงินก็พลอยแย่ไป
           เมื่อเวลาที่คนไทยรักษาให้เขาให้ยาพวกเขา เมื่อเขาได้รับการรักษา และแสดงความขอบคุณพวกเราอย่างมาก ทางแพทย์พยาบาลที่รพ.นั้นต่างก้อแสดงความขอบคุณพวกเราอย่างมากช่วยดูแลเด็กอย่างปลอดภัย นับว่าเป็นโอกาสของดิฉันอีกครั้งมีโอกาสช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ช่วยเหลือจนผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของร.พ.ในเมืองคาบาร่าด้วยความปลอดภัย ได้มีโอกาสได้ส่งผู้ป่วยถึง 3 ครั้งด้วยกันนับเป็นความปลาบปลื้มและภูมิใจของดิฉันอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้พ้นจากอันตราย
           แล้ววันนั้นก็ทำงานตามปกติ จนกระทั่งช่วงเย็นดิฉันกับพี่ๆก็ไปรวมตัวกันอยู่ที่คลินิกของกองกำลังระหว่างที่นั่งคุยและวางแผนงานกันอยู่นั้น ก็มีคุณหมอท่านหนึ่งท่านร้องเพลง และเล่นกีต้าร์ซึ่งเรายืมเพื่อน โปแลนด์มา หลังจากที่ฟังเพลงซึ่งคุณหมอท่านนั้นแต่งเพลงอย่างชื่นชม ในความสามารถยังไม่ทันจบเพลงก็มีเสียงดังบึ้มก้องแต่ระยะไกล ถ้าเราไม่สังเกตก็จะเข้าใจว่าอาจจะมีหนุ่มโปแลนด์ซึ่ง เขาชอบเล่นยกน้ำหนักพอเพิ่มน้ำหนักมากๆเกิดเล่นไม่ไหวพี่แกก็ทิ้งลงโครมเล่นเอาพวกเราหวาดผวาเสียจนเกิดความเคยชิน เล่นยกน้ำหนักพอไม่ไหวก็ทุ่มลงกับพื้นแกล้งพวกที่ขวัญอ่อนเล่นซะอย่างนั้น ในที่สุดเราก็ไม่ได้สนใจยังคงทำกิจกรรมกันต่อปรากฏว่าลูกที่สองดังบึ้ม เที่ยวนี้ทุกคนลุกจากเก้าอี้เพราะว่ามันดังใกล้เข้ามามาก ก็มีคุณหมอท่านหนึ่งบอกด้วยความเป็นห่วงว่าพี่ๆมาหลบเคาร์เตอร์เร็ว ดิฉันก็เลยบอกหมอไปว่า"พี่ว่าไม่ปลอดภัยไปเอาเสื้อเกราะหมวกเหล็กแล้ววิ่งเข้าเชลล์เตอร์ดีกว่า" ว่าแล้วหันไปอีกทีพี่พันวิ่งตัวปลิวไปแล้วดิฉันก็วิ่งตามไปเวลานั้นเป็นเวลาโพล้เพล้ มองไม่เห็นอะไรต่างคนต่างวิ่งไม่ว่าพี่ไทยหรืออเมริการะหว่างที่วิ่งไปที่ฮัทเพื่อเอาอุปกรณ์ป้องกันตัวไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ทุกคนต่างวิ่งหาที่ปลอดภัย อย่างไม่คิดถึงชีวิตบางคนล้มคว่ำขมำหงาย ส่วนดิฉันด้วยความที่ตัวเล็กโดนชนนึกสภาพดูซิผู้หญิงตัวเล็กขนาดเราโดนฝรั่งชนกระเด็นเลย แต่ก้อไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรพอไปถึงที่ฮัทพี่ๆทุกคนอยู่ในฮัทพร้อมพี่เรียมของเราใส่เสื้อเกราะหมวกเหล็กเร็วที่สุด แถมยังช่วยน้องๆใส่เสื้อเกราะอีกต่างหากทั้งที่อารมณ์นั้นพี่เขาก็กลัวนะ แต่พี่มาเรียมมีความว่องไวรวดเร็วมากเลยเร็วกว่าดิฉันเสียอีก
            ด้วยสัญชาติญาณของคน แล้วลูกที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ก็ตามมาได้ยินคำสั่งว่าให้ผู้หญิงหลบอยู่ข้างในฮัทและให้ทุกที่ดับไฟเพราะว่าจะเป็นเป้าการโจมตีสำหรับพวกที่จะถูกโจมตี ส่วนพวกสารวัตรทหารของสหรัฐก็วิ่งขึ้นรถเตรียมลาดตระเวนทันที หลังจากที่เสียงสงบสักพักใหญ่เราได้ยินคนเดินกันข้างนอก จึงโผล่ออกไปสำรวจสถานการณ์ดูพวกพี่และผู้บังคับบัญชาก็ห่วงพวกเรา เพราะตั้งแต่ทำงานมาเรายังไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย อาจจะมีเสียขวัญบ้างเชื่อแน่ว่าทุกคนอยู่ในอาการที่ตกใจ แต่ก็พยายามที่จะตั้งสติและควบคุมสถานการณ์แถมยังพยายามหามุขตลกมา เพื่อให้คลายเครียดกัน ภายหลังจากที่เหตุการณ์เริ่มสงบทหารโปแลนด์และอเมริกาก็ได้ออกลาดตระเวนตลอดทั้งคืน แต่ด้วยฝ่ายตรงข้ามอาศัยความมืดในการอำพลางตัวหลบหนีไปได้จึงสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้
           หลังจากเหตุการณ์สงบลงทุกคนก็แยกย้ายกัน ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ อาจจะมีบางคนที่ยังตกใจอยู่บ้างเพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมากนัก ส่วนวันนั้นดิฉันก็หลับเป็นตายไปเลย ส่วนพี่ผู้ชายตอนเช้าก็มีบางคนบ่นว่านอนไม่หลับ ดิฉันเองไม่ค่อยคิดอะไรมากมายอาจเป็นเพราะทำใจเตรียมพร้อมและยอมรับมันแล้วเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรสักเท่าไหร่ มีพี่บางคนเล่าให้ฟังว่า กลัวมันกลับมายิงซ้ำอีกรอบเพราะที่พักพี่ๆผู้ชายเป็นเต็นท์ผ้าใบ ซึ่งก็ถือว่าอันตรายมากและบางคนก็เลยลงทุนนอนหนาวตากน้ำค้าง ช่วงนั้นอากาศเริ่มหนาวเย็นมาก แล้วบางคนทนนอนตากอากาศไม่ไหวก็เลยยอมกลับไปนอนในเต็นท์บางคนยอมนอนหนาวน้ำค้างดีกว่านอนหนาวเพราะลูก ค.ในที่สุดก็เลยต้องทน
        เช้ารุ่งขึ้นก็ได้ข้อมูลว่ามี ค. ตกทั้งหมด 5 ลูก แต่เนื่องด้วยพิกัดมันไม่ได้เลยกลายเป็นความโชคร้ายของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กับเรา มีเพียงลูกเดียวที่ตกอยู่ริมกำแพงตามผนังกำแพงแถวป้อม 5  ซึ่งมีร่องรอยของสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุนเล็กใหญ่จำนวนมาก ซึ่งทหารรัฐเวียก็ได้ออกไปทำการเก็บกู้มีอยู่หลายลูกเหมือนกันที่ตกแล้วไม่ระเบิด
ภายหลังจากที่ค่ายโดนโจมตีการออกลาดตระเวนก็ได้มีถี่มากขึ้นและรัศมีกว้างขึ้นเพื่อให้ทุกคนปลอดภัยแต่จะเสี่ยงก็คือทหารโปแลนด์กับสหรัฐ ส่วนทหารไทยก็ทำหน้าที่เข้าเวรยามตามป้อมรักษความปลอดภัยดูแลพวกเราในค่ายต่างๆรอบค่าย
        หลังจากเกิดลูกปืนค.ตกก็เลยไปขอข้อมูลจากเพื่อนๆระวังป้องกันได้ให้คำแนะนำว่าการโจมตีโดยปืนค.น่ากลัวตรงที่สะเก็ตระเบิด เพราะดูจากแรงที่ร่องรอยกำแพงลึกพอสมควรพูด ได้ว่าถ้าโดนเข้าก็ตัวใครตัวมันแน่ๆส่วนการหลบก็คือ พอมันตกลงพื้นจะมีสะเก็ดแตกกระจายทำมุมประมาณ 45 องศาให้เราหมอบหลบสะเก็ด ถ้ามีการยิงซ้ำส่วนใหญ่ตำแหน่งมักจะคลาดเคลื่อนไปจากที่เดิมไปมากดังนั้นเพื่อนเขายังพูดเล่นกะดิฉันอีกว่า ถ้ากลัวมากก็วิ่ง ไปหลบในที่ๆมันตกครั้งแรกซิจะได้ปลอดภัย"ว่าแล้วเขาก็เลยหัวเราะเพราะคิดว่าเราจะรู้ไม่ทัน เหตุที่เป็นอย่างที่เขาว่าเพราะว่าโอกาสที่มันจะตกจุดเดิมเป็นไปได้น้อยใครเชื่อก็โง่แล้ว เราก็วิ่งหาที่กำบังก่อนซิ
ใครจะบ้าไปนอนให้มันตกใส่หัวกันทำไมหล่ะนะ เกิดบังเอิญแม่นขึ้นมาก็ได้กลับบ้านก่อนกำหนดกันพอดี (กลับบ้านเก่าหล่ะนะไม่ใช่เมืองไทย)
         ส่วนการโจมตีด้วยการบอมบ์เช่น คาร์บอม หรือ คนบอมบ์ ( Suiside bobm ) มีแค่แรงอัดเท่านั้นไม่น่ากลัวอะไรว่าก็ว่าเถอะใครหล่ะจะอยากเจอ นับเป็นความโชคดีของคนในค่ายรวมถึงทหารไทยที่ไม่มีใครได้รับอันตรายอะไร อาจจะเป็นเพราะบรรดาพระที่พวกเรานิมนต์มาปกปักษ์คุ้มครองพวกเรามากกว่า 6,000 กว่าองค์ ส่วนของดิฉันคนเดียวก็เกือบ 30 ได้แล้วไม่ใช่เพราะกลัวนะแต่ผู้บังคับบัญชาพี่ๆน้องญาติๆให้มา ก็เลยต้องพกเพื่อไม่ให้เสียศรัทธา ส่วนพี่ๆบางคนมีมากกว่าดิฉัน บางคนห้อยที่คอจนปวดคอก็ไม่ประมาณเป็นหลายโลได้มั้ง นอกจากนี้วันที่ทำพิธีส่งตัวก็ยังมียันตาข่ายเพชรมาด้วย ดิฉันพกติดตัวใส่กระเสื้อตลอดแต่ ตอนหลังหนักเลยนิมนต์ไว้บ้านพักบ้างส่วน ที่ติดตัวของเราก็เป็นสเด็จเตี่ยสมเด็จพระปิ่นเกล้าและหลวงปู่ทวดและก็ด้วย พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถที่ทรงแผ่พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมคุ้มครองพวกเราทุกคน ตลอดจนดวงพระวิญญาณขององค์พระนเรศวรมหาราชและเสด็จเตี่ย(กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่ทหารเรือเคารพนับถือ ที่ช่วยคุ้มครองให้ทหารไทยแคล้วคลาดจากภัยพิบัติในครั้งนี้นับว่าเป็นความโชคดีของพวกเราจริงๆ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook