บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

บันทึกของดอกไม้กลางทะเลทราย
โดย : ร.อ.หญิงคันธรส สินน้อย

บทนำ
เกี่ยวกับผู้เขียน

อ่านหน้า | 1  | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16

8
ช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรังที่หน้าค่าย

24 พ.ย. 46
        วันนี้ทำงานที่โมบายคลินิก และเดิมทำงานที่ไรก็ได้จังหวะที่เราต้องตรวจอาวุธทุกทีเลย พอดีวันนี้ระหว่างที่ทำงานอยู่ก็มีนายสิบมาตามดิฉันไปบอกให้ไปดูคนไข้ที่รถ ก็รีบแจ้นไปทันทีเข้าไปพบสภาพผู้หญิงคนหนึ่งโดนไฟลวกทั้งตัวรักษามาเป็นเดือนแล้วไม่หาย เขาเคยไปรักษาที่รพ.ในเมืองก็ไม่ดีขึ้น ที่ตามลำตัวมีตุ่มน้ำขนาดใหญ่บางอันมีน้ำเหลืองตึงเต่งรอการระเบิดอยู่เลย ส่งกลิ่นเหม็นมากๆ บางอันแตกแล้วมีลักษณะเน่าเฟะส่งกลิ่นเหม็น แมงวันแมงหวี่ตอมตรึมเลย เวลาที่ช่วยเขาทำแผลต้องกลั้นหายใจ น่าสงสารเขามากเลยทำแผลเกือบครึ่งชม.เห็นจะได้กว่าจะทำได้หมดตัวเลยต้องแนะนำญาติเขาว่าให้พาผู้ป่วยไปรพ.ดีกว่า เพราะแผลพวกนี้ต้องได้ยาปฏิชีวนะด้วยไม่งั้นอาจจะติดเชื้อถึงกระแสเลือดแล้วทำให้เสียชีวิตได้ ญาติเขาอยากจะให้พวกเรารักษาเพราะเขาไม่มีเงินแต่มันเกินความสามารถที่เราจะทำได้ จึงต้องอธิบายให้พวกเขาเข้าใจพอเสร็จเขาก็ขอบคุณพวกเราใหญ่เลย พูดถึงชาวบ้านเขาคิดว่าทหารเป็นเหมือนคนที่พระเจ้าส่งมาช่วยเขา บางครั้งเจอโรคแปลกๆอาการแปลกซึ่งเราไม่เคยเจอ บางคนเขารักษามาหลายที่แล้วไม่ดีขึ้นพอรู้ว่าทหารไทยมาตรวจรักษาเขาก็อุตส่าห์ดั้นด้นกันมา
        บางคนอยู่คนละเมืองไกลจากพวกเรามากต้องเดินทาง 6-7 ชม.ก็ยังอุตส่าห์มาหาพวกเราและก็หวังว่าพวกเราจะสามารถรักษาพวกเขาได้ รับผู้ป้วยเพื่อรับการรักษารายไหนเราก็ได้รักษาให้อย่างเต็มที่เต็มที่ ส่วนรายไหนควรส่งรักษาต่อรพ.ใหญ่เราก็แนะนำ พอสักประมาณใกล้เที่ยงมีชายคนหนึ่งให้หญิงชราขึ้นขี่คอตัวหญิงคนนั้นตัวสูงใหญ่และอ้วนขี่หลังคนที่เป็นลูกเป็นเด็กหนุ่มๆอายุน่าจะยังไม่ถึง 20 ปีได้ ซึ่งก็ตัวเล็กๆเดินโซซัดโซเซมาที่ด้านหน้าของค่ายของพวกเรา ดิฉันเห็นก็เลยรีบเข้าไปดูใกล้ๆและก็ขอให้พี่นายสิบช่วยเอาเปลไปรับคนไข้ เพราะคนไข้เดินไม่ได้ลูกชายพาโดยให้ขี่หลังมาเนื่องจากมีอาการขาบวมมีน้ำเหลืองไหลซึมระหว่างที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยปรากฏว่าพี่ผู้สื่อข่าวเห็นเหตุการณ์พอดีเลยได้ภาพเก็บเอาไว้ดูแต่ตอนนั้นดิฉันเองโดนผู้บังคับบัญชาบางท่านตำหนิว่า ทำเกินกว่าเหตุธรรมดาต้องมีการรายงานว่าต้องเคลื่อนย้ายและก็บอกว่า ถ้ากรณีนี้อาจให้หมอมาดูข้างนอกได้ดิฉันไม่ทราบหรอกว่าระบบอะไรอย่างไร แต่กลัวว่าถ้าผู้ชายคนนั้นเกิดรับน้ำหนักไม่ไหวจะยิ่งอันตรายกับคนไข้อาจจะมีการกระดูกหักเพิ่มก็ได้ หากพลาดล้มลงคงจะมองคนละมุมก็ได้ แต่ยอมรับสภาพเพราะก็ถือว่าทำผิดจริงแต่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แต่ก็ไม่เสียใจเพราะคิดว่า เราทำดีที่สุดแล้ว

        ตอนเย็นก็มีการถ่ายทำ สกู๊ปชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราและให้เราเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย ช่วยบริจาคสิ่งของใช้จำเป็นให้ประชาชนชาวอิรัก ชวนเข้าร่วมโครงการร้อยใจไทยสู่อิรัก ซึ่งครั้งหน้าจะมีการจับรางวัลและให้ผู้ที่ได้รับรางวัลได้มาเยี่ยมพวกเราในครั้งหน้า มีคนแอบให้ยาหอมว่าเที่ยวหน้าอาจจะมีดารามาเยี่ยมและมีดนตรีมาปลอบขวัญเหมือนพวกที่ไปทำงานที่ติมอร์เพื่อช่วยให้เราคลายเครียด ตลกแล้วคุณว่าไหมใครจะกล้ามาที่นี่ ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้แต่ก็ทำให้พอมีกำลังใจลุยต่อกันต่อ
 


5 ธ.ค. 46........
         วันนี้เราทำงานที่โมบายคลินิกหลังจากที่ เมื่อคืนมีการซ้อมใหญ่รับการป้องกันการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ดิฉันนอนหลับได้ไม่เต็มตื่น เพราะจะต้องระวังแต่ก้อต้องตื่นแต่เช้า เพื่อโทรอวยพรคุณพ่อเนื่องในโอกาสวันพ่อ เวลาที่อิรักช้ากว่าเมืองไทยประมาณ 4 ชม. ถ้าเราตื่นสายก็จะกลายเป็นบ่ายเลยต้องตื่นเช้า เพื่อที่จะได้มาโทรหาคุณพ่อที่รักและเคารพของเราสักหน่อย ปรากฏว่าคิวคนโทรศัพท์ยาวมากเลยกว่าจะถึงคิวดิฉัน ทุกคนโทรกลับ เพราะใครก็คิดถึงบ้านทั้งนั้นนอกจากจะเจอพ่อแล้วยังเจอน้องชายพอดี น้องชายได้หยุดกลับบ้านไปพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกด้วย น่าเสียดายทุกปีเราจะกลับบ้านไปพร้อมกันแต่ปีนี้ ดิฉันไม่ได้กลับแต่ก็นับว่าไม่ก็ไม่เสียเที่ยวที่โทรกลับเพราะได้คุยครบทุกคนเลย พอเวลาล่วงเลยประมาณ 5 โมงเย็นเวลานั้นก็เริ่มใกล้ค่ำแล้ว เพราะที่นี่เริ่มอากาศหนาวแล้วพระอาทิตย์ดวงกลมโตตกดินเร็วขึ้น มีก็แสงของพระจันทร์ที่กำลังส่องแสงแทนแสงพระอาทิตย์เริ่มดับมืดลงทีละเล็กละน้อย
         จนในที่สุดก็เวลาประมาณ 6 โมงกว่าทุกคนก็เข้าแถว ส่วนดิฉันกับพี่พันก็ทำหน้าที่อัญเชิญพานเงินพานทอง เพื่อเป็นการถวายสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแสดงให้เห็นสำนึกของพวกเราชาวไทยไม่ว่าจะอยู่ณ. ที่แห่งใดยังคงรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย พวกเราสำนึกถึงพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของพวกเราและขอพระบารมีแห่งพระองค์ที่ทรงปกป้องคุ้มครองพวกเราให้พ้นจากภัยทั้งปวง และขอบารมีแห่งพระองค์ให้พวกเราสามารถปฏิบัติงานตามภารกิจที่เราได้ตั้งใจเอาไว้ ดิฉันรู้สึกประทับใจที่ได้มีโอกาสได้อันเชิญพานพุ่มเพื่อถวาย เสมือนหนึ่งเป็นตัวแทนของทหารไทยในอิรักทุกคนซึ่งนับเป็นเกียรติสูงส่งอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่อันสำคัญนี้

6 ธ.ค. 46
         วันนี้ตื่นแต่เช้าจัดเตรียมข้าวของให้พร้อมซึ่งวันก่อนได้จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ล่วงหน้าแล้ว วันนี้รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเพราะนับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการชุดแพทย์ออกตรวจร่วมกับทหารโปแลนด์ เพราะในการที่ได้ออกปจว.ในแต่ละครั้งจะออกเฉพาะชุดทหารไทยเท่านั้น ดังนั้นในการออกปจว.ร่วมกับกองกำลังนานาชาตินับเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงภัยอยู่บ้างไม่น้อย เพราะอาจจะเกิดการก่อการร้ายจากกองกำลังที่ต่อต้าน กองกำลังนานาชาติอาจะเกิดอันตรายได้เช่นกัน
           ในการเดินทางเราเดินทางเข้าร่วมในขบวนรถของโปแลนด์ ซึ่งมีการจัดรูปขบวนแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางจากค่ายในเมืองคาบาร่าไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ร่วมกับโปแลนด์ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าระหว่างการเดินทางจะมีอันตรายอะไร หรือไม่ในส่วนของทหารไทยได้จัดส่งแพทย์ 2 ท่าน ผบ.ตอนชุดแพทย์ 1 ท่านนายสิบ 2 ท่านและดิฉันอีก 1 คน....... นอกจากนี้ยังมีรถจากหน่วยระวังป้องกันของเรามาอีก 2 คัน โดยมีทั้งหมด 8 นายเมื่อรถไปถึงพื้นที่หน่วยระวังป้องกันได้วางกองกำลังรักษาความปลอดภัยภายนอกค่าย ส่วนทหารโปแลนด์ ก็เช่นกันอาคารที่เราจัดวางยาและจัดหน่วยสำหรับตรวจ ก็คือเป็นลักษณะคล้ายอนามัยบ้านเรามีชั้นเดียวภายในแบ่งซอยเป็นห้องเล็กๆหลายห้อง วัสดุอุปกรณ์ในรพ.ยังไม่ค่อยมีอะไรไม่มีแม้กระทั่งเครื่องวัดความดันเราได้จัดตรียมสักพักก็เริ่มลงมือตรวจกันเลย
           ส่วนของโปแลนด์ใช้ห้องตรวจอีกห้องหนึ่งส่วนผู้ป่วยรายไหนที่ต้องจ่ายยา สำหรับเด็กหรือยาบางตัวของเขาไม่มี เขาก็จะส่งให้คนไข้มารับยาที่คนไทยเตรียมไป หลังจากนั้นเราก็เริ่มตรวจไปเรื่อยๆจนกระทั่งเกือบเที่ยงวันแล้ว พวกเราไม่ได้เตรียมอาหารกลางวันมาสำหรับรับประทาน เพราะเข้าใจว่าจะตรวจแค่ช่วงครึ่งวัน ส่วนโปแลนด์เขาเตรียมอาหารมาพร้อมเลย ซึ่งเราก็ไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนพูดถึงห้องน้ำที่นี่ทำแปลกมากเลยไม่เหมือนบ้านเราเลยนะ ตัวโถส้วมถูกสร้างแบบฝังลึกไปกับพื้นเวลานั่งต้องนั่งยองๆ และส่วนถังสำหรับกดชักโครกอยู่สูงเหนือศีรษะประมาณเกือบ 2 เมตร เวลาจะชักโครกที่สุดแสนจะลำบากยังคิดเลยว่า ถ้าคนตัวเตี้ยหรือเด็กจะชักโครกกันอย่างไร
            พวกเราตรวจผู้ป่วยจนคนไข้เกือบหมดแล้ว ในที่สุดเราก็ได้รับคำสั่งให้เตรียมเก็บข้าวของต่างๆ ซึ่งหลังจากที่เราตรวจเสร็จแล้วยาบางตัวของเราก็หมด ยาซึ่งเราเตรียมมาอย่างดีก็หมดลงก็เลยเตรียมเก็บข้าวของ เพื่อกลับหลังจากที่เก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็เลยแวะไป ดูเพื่อนโปแลนด์เขาจัดเตรียมสถานที่ได้ดีมากเหมือนมีการตรวจแบบถาวรเลย แอบถามว่าเขาตรวจได้กี่คนเขาบอกเราว่าได้ประมาณ 40 กว่าคน ในขณะที่ทหารไทยตรวจได้ประมาณ 212 คนก็เป็นที่น่าแปลกอาจเป็นเพราะเขามีเวชภัณฑ์ที่จำกัดหรือ ไม่ก็อาจตรวจละเอียดมากๆเลยทำให้ตรวจได้น้อยเพราะเสียเวลาไปเยอะก็เป็นได้แต่อย่างไรก็ตาม ยังไงก็ได้มีโอกาสได้ปฏิบัติงานร่วมทำงานร่วมกับกองกำลังนานาชาติก็ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต...................
          ในที่สุดภารกิจของเราก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พวกเราก็เดินทางออกมาพบกับเด็กๆก็มาลุมล้อมเรา มีเด็กหญิงตัวเล็กๆมาจับมือเราแล้วเอาไปจูบแล้วดึงมือเราไปแนบกับอกแนบกับแก้มเขาเป็นภาพที่น่าประทับใจ ดิฉันได้ถ่ายรูปกับเด็กเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก พอหลังจากที่รถเราเคลื่อนออกเด็กๆก็วิ่งตามรถเป็นแถวบ้างก็โบกไม้โบกมือด้วยความดีใจ พูดถึงเด็กก็น่ารักดีหน้าตาสวยและคมเหมือนตุ๊กตาเลย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook