บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

บันทึกของดอกไม้กลางทะเลทราย
โดย : ร.อ.หญิงคันธรส สินน้อย

บทนำ
เกี่ยวกับผู้เขียน

อ่านหน้า | 1  | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16

12
บรรยากาศของวันปีใหม่ ที่มีบางสิ่งที่ขาดหายไป

1 ม.ค. 46
         เช้าวันปีใหม่บรรยากาศดูสดใสมากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเพื่อนต่างชาติร่วมค่ายของเราดูคึกคักเป็นพิเศษ วันนี้เราได้เจอนีล เพื่อนซึ่งเป็นชาวอเมริกาเราได้เล่าให้ นีลและเพื่อนฟังว่าเราอยู่ที่โน่นพยายามติดต่อนีลแต่เราติดต่อไม่ได้ นีลเองแสดงความเสียใจกับพวกเราที่ได้สูญเสียเพื่อนไป เขาเล่าให้ฟังว่าประมาณต้นเดือนมี.ค. จะมีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลของสหรัฐ เขาดีใจมากที่จะได้กลับบ้านแล้ว สำหรับเขาเวลา 6 เดือน ก็ถือว่ายาวนานมาก ดิฉันเองก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกันนี่เราเพิ่งเดินทางมาได้ครึ่งทางเอง พวกเรากลับต้องมายอมรับกับการสูญเสียพี่ๆของเราไปก่อนออกเดินทางจำได้ดิฉันเองเคยบนกับพระนเศวรว่า ขอให้เราทำภารกิจเสร็จสิ้นไปด้วยดี และขอให้คนไทยทุกคนกลับบ้านด้วยความปลอดภัย กลับมาแล้วดิฉันจะมาวิ่งแก้บนรอบลานท่าน ถึงแม้ดิฉันจะรู้สึกผิดหวังไม่น้อย แต่ก็ได้แค่ปลอบใจตัวเองว่าพี่เขาได้ทำหน้าที่ของทหารกล้าและหน้าที่ของวีระบุรุษอย่างเต็มกำลังความสามารถและสมความภาคภูมิแล้ว ถ้าพวกเราไม่มีพี่ทั้ง 2 คน พวกเราอาจต้องสูญเสียมากกว่านี้เป็นแน่ การตายในสนามรบเป็นเกียรติของทหารเราขอเชิดชูเกียรติของวีรชนผู้กล้า คือพ.อ.มิตร กล้าหาญ และพ.อ.อัมพร ชูเลิศ ไว้ของดวงวิญญาณของพี่ๆทั้ง 2 จงไปสู่สุขคติ
        หลังจากที่ทำการปิดซ่อมค่ายเกือบอาทิตย์ได้ พวกเราก็เริ่มทำงานกันเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะผู้บังคับบัญชาท่านบอกว่าให้เราเชื่อมั่นในความปลอดภัยและอยากให้ลืมความรู้สึกเศร้าโศกเพราะถ้าคนเราเศร้านานๆอาจจะทำให้ยิ่งตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการทำงานจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ภารกิจเราสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทางโมบายคลินิกก็ได้จัดรูปแบบการเข้าตรวจให้เป็นระบบมากเพิ่มขึ้น โดยการยืดการเดินทางเข้า ส่วนรถก็มีสิ่งกีดขวางมาเพื่อทำให้ต้องลดความเร็ว ตรงผนังติดขอบริมถนนทำทางโดยวางแท่งคอนกรีดขนาดใหญ่ทำกำแพงเป็น 2 ชั้นเพื่อเพิ่มความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น ตรงกำแพงเราเจาะทำประตูเล็กพอให้เดินเข้าออก ได้การจัดเข้าตรวจเราจะมีการคัดแยก ก่อนที่จะเข้ามารับการรักษาโดยได้ มีการจ้าง หมอ มูฮัมหมัดซึ่ง เดิมมาทำหน้าที่ล่ามให้เรา ให้เขาไปช่วยตรวจและคัดแยกผู้ป่วยเลือกเอาเฉพาะในรายที่จำเป็นจริงๆ ส่วนเรื่องความปลอดภัยในการตรวจค้นอาวุธได้จ้างล่ามผู้หญิง ให้มาช่วยตรวจค้นอาวุธตามร่างกายของผู้หญิงและเด็กก่อน จะมาถึงเราก็ทำการตรวจเช็คซ้ำอีกครั้ง
            หลังจากที่เกิดเหตุการณ์พี่ๆหลายคน ยังไม่ค่อยไว้วางใจกับสถานการณ์มากสักเท่าใดนัก แต่พวกเราก็ไม่ได้ประมาทได้มีการซักซ้อมความเข้าใจกันทำแผนหากมีการเกิดการพลีชีพ โดยคนเข้ามาในค่ายเราจะทำแผนกันอย่างไร แต่เท่าที่ได้คุยกับพี่ๆหลายคนก็ยังมีอาการหวาดกลัวกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับขนาดที่จะทำงานไม่ได้ งานก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยแต่บรรยากาศอาจจะมีเครียดบ้างเล็กน้อย อย่างเช่นวันหนึ่งขณะที่กำลังตรวจคนไข้พี่โปแลนด์ปิดประตูดังโครม เสียงประตูทำด้วยเหล็กแต่โปล่งเวลากระแทกมันดังก้องดังโคร้ม ก็มีคนบ่นด่าให้บางทีก็ตกใจแต่ก็เป็นเรื่องขำๆกันในหมู่เพื่อน จากการที่ได้พูดคุยกับพี่ๆหลายคนที่พูดถึงฟังดูหลายๆคนยังกังวลใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่น้อย และยังมีหวาดกลัวอยู่บ้าง ทำให้ดิฉันอดนึกที่จะหาทางช่วยเรียกขวัญกำลังใจของพวกเราในการทำงานให้คืนกลับมา นึกถึงกุศโลบายต่างๆที่จะช่วยเรียกให้พวกเรามีขวัญและ กำลังใจโดยเรียนปรึกษาผู้บังคับบัญชาว่าจะขอนิมนต์พระพุทธรุปและพระนเรศวรที่เราได้อัญเชิญมา ที่ท่านอยู่ที่ห้องพระให้มาสรงแล้วขอน้ำมนต์ ให้กับพวกเราเพราะมีเรื่องเล่ากันว่าวันที่เกิดเหตุการณ์คาร์บอมแรงกระเทือนทำให้บ้านของเราพังไปครึ่งแถบและข้าวของตกแตกกระจายเสียหาย ในห้องพระของกองกำลังมีเพียงพระพุทธรูปกับพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรเท่านั้น ที่ยังคงอยู่กับที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน   ส่วนแจกันล้มระเนระนาดหมด ดังนั้นเราจึงคิดว่าจะดึงเอาแรงของศรัทธามาใช้ โดยการที่เรายึดว่าพวกเราส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราได้ในอีกทาง เพราะคนไทยมีความเชื่อในบุญกุศลเชื่อในความศักดิ์สิทธิต่างๆ ดังจะเห็นได้จากกำลังพลทุกคนก็จะมีการอัญเชิญพระมาจากวัดต่างๆ ที่ตัวเองนับถือเอาติดตัวมาด้วยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ
           ดังนั้นวิธีนี้น่าจะสามารถใช้ได้ผล ท่านผู้บังคับบัญชาหลายท่านก็เห็นด้วย ท่านผบ.กองกำลังท่านเลยบอกว่างั้นจะให้นิมนต์น้ำมนต์มาจากเมืองไทยเอามาเลยน้ำมนต์ 9 วัด มาให้พวกเราได้พรมกันในวันที่ 25 ม.ค.47 ซึ่งตรงกับวันกองทัพไทยเรื่องนี้ดูเหมือนจะงมงายไปสัดนิด แต่ถ้าพูดถึงกำลังใจดูเราจะมีกำลังใจในการทำงานกันมากขึ้น ประกอบกับการเสริมแรงโดยให้กำลังใจว่าอีกไม่นานภารกิจเราก็จะเสร็จแล้ว ให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำงานส่วนเรื่องความปลอดภัยในด้านต่างๆก็ได้จัดนายทหารผู้ใหญ่ ช่วยตรวจเยี่ยมตามป้อมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในอีกทางว่าอย่างน้อยก็มีผู้บังคับบัญชาคอยห่วงใยและจัดให้มีหน่วยทาซานซึ่งคอยทำหน้าที่ลาดตระเวนตรวจตามป้อมเพื่อให้ขวัญกำลังใจแก่พี่ๆเขาที่เข้าเวรตามป้อมออีกที ทำให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยมากขึ้น

14 ม.ค. 47
        การทำงานของเราที่ค่ายเป็นไปด้วยความระมัดระวังมากเพิ่มขึ้น หลังจากที่ได้มีข่าวว่ามีคนที่ไม่ใช่คนอิรักเข้ามาในพื้นที่ในเมืองคาบาร่าและ บางส่วนบอกว่า มีคนอิหร่านมาเพื่อจะทำการพลีชีพมีทั้งผู้หญิงและเด็กหลายร้อยคนเข้ามาให้ระมัดระวังให้ดีนอกจาก นี้ก็มีรถที่อยู่ตามชายแดนไม่ว่าจะเป็นรถทหารหรือ พลเรือนสูญหายเราต้องมีการตรวจตราและสังเกตุสิ่งผิดปกติใหมากเพิ่มขึ้นบ้าง ก็มีชาวบ้านมาส่งข่าวเกี่ยวกับการซุ่มโจมตีเช่นอาจจะมีการตั้งฐานยิงปืนค. พอได้รับแจ้งพวกเราก็แจ้งโปแลนด์กับสหรัฐให้ออกไปลาดตระเวนทุกครั้งที่ได้ยินข่าวก็มีการตรวจจับได้ทุกที นับว่าเป็นความโชคดีของทหารไทยที่เป็นที่รักของชาวอิรัก เวลาที่เกิดมีอะไรผิดปกติหรือ มีใครที่คอยมุ่งหวังที่จะทำร้ายพวกเรา ชาวบ้านก็จะช่วยเป็นหูเป็นตาและมาคอยส่งข่าวให้กับพวกเราอยู่เป็นประจำ มีเป็นบางครั้งที่ไปแล้วจับไม่ได้มันไหวตัวทันและได้หลบหนีไปเสียก่อน ค่ายก็จะโดนโจมตีด้วยอาวุธวิถีโค้งหรือปืนค.นั่นเอง ส่วนช่วงหลังๆเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับการมีสงครามชีวภาพ อาจจะเล่นพวกเชื้อโรคซึ่งทางอเมริกาก็ได้มีการตรวจสอบอาหารที่ขนย้ายมาทำให้เราทานอาหาร ส่วนใหญ่จะนำเข้าและขนย้ายมาจาคูเวต แม้กระทั่งน้ำดื่มน้ำใช้บางครั้งก็มีข่าวเกี่ยวกับการจะใช้แก๊สพิษ ซึ่งจะยิงเข้ามาดังนั้นเราต้องมีการักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อป้องกันและแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์เราทุกคนต้องพกเอายา สำหรับแก้สารพิษติดด้วยเอาไว้ ดังนั้นการแต่งกายเวลาปฏิบัติงานหรือทำกิจกรรมทุกอย่าง จึงต้องมีอุปกรณ์ป้องกันร่างกายเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อรับกับสถานการณ์ทุกสถานการณ์ได้เลยก็ว่าได้…………………….

17ม.ค.47
      หลังจากที่เกิดเหตุคาร์บอมทหารช่างเอง ก็มีงานมากมายหลายอย่างด้วยกันอันดับแรกช่วยซ่อมแซมฮัทของผู้หญิงที่พังไป มีที่คลินิกของกองกำลังที่ข้าวของตกแตกกระจายรวมทั้งหลอดไฟต่างๆที่ต้องเปลี่ยนซ่อม นอกจากนี้ก็มีที่สยามก็ได้รับความเสียหายอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการซ่อมแซมแนวรั้วที่อยู่ป้อม 5และดูแลขุดทำคูคลองรอบค่ายเป็น 2 ชั้นมีการติดแฟร์สะดุดเวลาที่มีใครลักลอบเข้ามาในแนวเขตของค่ายเรา ก็จะมีแฟร์พุ่งขึ้นสูงทำให้สังเกตุการณ์รอบค่ายได้ ก็มีเรื่องตลกอยู่ว่าพอดีบ้านที่อยู่ด้านข้างมีสุนัขแล้วก็บังเอิญเจ้ากรรมก็ชอบมาป้วนเปี้ยนซะด้วย บางทีก็มีแฟร์สะดุดพุ่งทีละลูก 2 ลูกติดกันก็ เป็นที่สนุกสนานแต่คนที่อยู่แถวๆใกล้เคียงก็เสียวๆเล็กน้อยพอไม่ให้ง่วงเวลาเข้าเวร……………
         นอกจากนี้แล้วทหารช่างก็ได้วางแท่งคอนกรีต สำหรับทำที่หลบภัยให้แก่พวกเราเพิ่มขึ้นและวางแท่งคอนกรีตขนาดใหญ่ตามแนวรั้ว ที่ติดถนนใหญ่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุคาร์บอมได้อีกโดยชั้นที่ 1 เป็นถุงตระแกรงใส่ดินวางตามแนวอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นแท่งคอนกรีตส่วนทางเข้าก็ได้เกตุดินที่ข้างเคียงค่ายทำทางเข้าโดยการยืดเส้นทางออกไป และวางแท่งคอนกรีตทำสิ่งกีดขวางเพื่อลดความเร็วรถและ ง่ายต่อการสังเกตุการณ์ หลังจากนั้นทางค่ายทางหน่วยเคบีอาร์ก็ได้เอาตู้คอนเทนเนอร์ มาลงเพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงและความปลอดภัยให้กับพวกเรา โดยการจัดหาตู้คอนเทนเนอร์แบบสำเร็จรูปวางแทนเต็ท์นที่อยู่และ ส่วนผู้หญิงก็ให้ย้ายเข้าไปอยู่ตู้มีความกว้างประมาณ 3 ฟุตกว่าความยาวน่าจะ 8 ฟุตได้ เราถูกจัดให้เข้าอยู่ตู้ละ 4 คน ส่วนผู้หญิงมี 5 คนเลยต้องแบ่งเป็น 3 กับ 2 คนโดยเราอยู่กับพี่มาเรียม
         ส่วนพี่เป้พี่แตนพี่พันอยู่ด้วยกันข้างในที่พักมีเครื่องทำความอุ่นและเครื่องปรับอากาศในตัว ถึงจะคับแคบไปนิดแต่พวกเราก็คงนอนหลับด้วยความปลอดภัยอย่างน้อยก็ดีกว่านอนเต็นท์ ซึ่งเราก็ไม่รู้ได้ว่าเมื่อไหร่จะมีลูกปืนค.มาตกตรงหัวนอนเรา………แม้ว่าคอนเทนเนอร์จะไม่สามารถป้องกันคาร์บอมได้ เพราะแรงระเบิดมันทำให้อากาศขยายจะสังเกตุได้จากตู้คอนเทนเนอร์ที่เขาสร้างไว้ทำโรงซักรีด ให้พวกเราอะมันโก่งออกแล้วก็บุบบู้บี้เหมือนกระป๋องน้ำอัดลมที่โดนแรงบีบ แต่มันมีแรงอัดให้โก่งออกแต่อย่างน้อยพวกเราก็ได้นอนหลับละปลอดภัยมาขึ้นจากลูกปืนค……………

25 มค 47
         วันนี้เป็นวันกองทัพไทยเป็นอีกวันหนึ่งในชีวิตที่ดูจะภูมิใจไม่แพ้การได้รับปริญญาเลยเป็นวันที่ดิฉันจดจำได้ไม่มีวันลืมเลย ในช่วงเช้ามีเหตุการณ์ที่ระทึกใจดิฉันออกเวรโอพีดี หลังจากที่ได้เข้าร่วมพิธีประดับยศ พี่ๆบางท่านรวมทั้งพี่มาเรียมประดับในสนามรบ สิ่งนี้ถือเป็นเกียรติของทหารอย่างยิ่งเลย ดิฉันได้ร่วมแสดงความยินดีกับพี่เรียมประดับยศ พันจ่าโทและก็หมอกลางที่ได้เป็นร้อยโท และก็ยังมีพี่ๆคนอื่นๆอีกซึ่งก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจและในตอนเย็นก็ยังต้องทำหน้าที่เชิญใบประกาศให้พี่ๆเขาด้วย พอเวลาสักประมาณ 10 โมง มีคนยิงปืนค.มาตกห่างจากป้อมที่อยู่บริเวณสระแก้วไม่ไกลจากจุดเช็คพอยต์ของตำรวจชาวอิรักก่อนที่จะมาถึงค่ายเสียงดังสนั่น ก็เกือบวิ่งเหมือนกันสักพักก็เงียบเราก็รอฟังรายงานข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น


         เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้เวลาช่วงเย็นก็มีการรวมแถวใหญ่เพื่อทำพิธีมอบรางวัล ใบประกาศชมเชย การปฏิบัติงานของพวกเราโดยมีการส่งรายชื่อเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อรับใบประกาศถึงคุณงามความดีที่ได้ตั้งใจในการปฏิบัติงานในช่วงวันเกิดเหตุการณ์คาร์บอมดิฉันทำหน้าที่เชิญรางวัลและ ส่วนพี่ๆผู้หญิงทำกระเพาะปลาฝีมือแบบสามแม่ครัวให้พี่ๆทหารทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ในที่ประชุมมีพี่ทหารช่างหมวดระวังป้องกันส่วนบก.สูงสุดและชุดแพทย์ซึ่ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพี่ๆผู้ชายพอสุดท้ายของชุดแพทย์มีแพทย์ได้รับรางวัลทั้งหมด 4 คน
        ส่วนดิฉันเองถือว่าเป็นตัวแทนพยาบาล และทหารหญิงคนเดียวที่ได้รับเกียรติได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ในการตั้งใจที่จะปฏิบัติงานด้วยความกล้าหาญและเสียสละคือภารกิจในช่วงที่ไปส่งผู้ป่วยในกรุงแบกแดดนับว่าเป็นพื้นที่อันตรายซึ่งพี่ทุกคนก็มีความคิดเห็นเหมือนกัน ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของดิฉันและวงศ์ตระกูลอย่างมาก ถ้าถามตัวดิฉันเองนะว่าต้องการที่จะทำอะไรเพื่อที่จะได้รางวัลตอบแทนไหมบอกเลยโดยไม่ต้องคิดว่าไม่ใช่ แต่ที่เหตุการณ์วันที่เกิดเหตุคาร์บอมเป็นเพราะรู้ว่าหน้าที่ว่าควรทำอะไรและพยายามที่จะทุ่มเทสุดกำลังความสามารถที่มี โดยไม่ได้นึกถึงอันตรายใดเลยแต่สิ่งที่ดิฉันได้รับจากการที่ทุ่มเทมันช่างน่าภาคภูมิใจเสียนี่กระไร คุณพ่อคุณแม่คงภูมิใจในตัวเราไม่น้อย อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าความกล้าหาญ ไม่ใช่จะมีแต่เฉพาะทหารชายทหารหญิงที่ได้รับการขัดเกลาให้เป็นทหารหญิงอย่างเช่นเราก็ทำได้ มันเป็นสิ่งที่รู้สึกภูมิใจเป็นที่สุดแม้มันจะเป็นแค่กระดาษเพียงแผ่นเดียว แต่สำหรับเด็กอย่างดิฉันี่เพิ่งรับราชการได้ไม่นานนัก นับว่าได้รับเกียรติอันสูงสุดเท่าที่ทหารหญิงคนหนึ่งพึงจะได้ จากการที่ได้ปฏิบัติงานในภาคสนามคงเป็นความโชคดีของดิฉันมากกว่ามากกว่าที่ได้มีโอกาสและก็ได้ใช้โอกาสและก็ทุ่มเทกับมันเต็มความสามารถ ความรู้สึกนี้มันคงอยู่กับเราไปอีกนานแสนนานนับเป็นสิ่งที่สุดสำหรับการรับราชการในช่วงเวลาที่น้อยนิด สำหรับดิฉันนับว่าดีที่สุดแล้วเท่าที่เราทำได้แล้วและคือที่สุดแห่งความภูมิใจเป็นเกียรติสูงสุดแก่วงศ์ตระกูล………..

31 มค 47
         วันนี้ดิฉันเตรียมตัวแต่เช้า จัดข้าวของขึ้นรถเตรียมตัวออกปจว.กับพี่ๆชุดทร.ไปรร. ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านห่างจากค่ายไม่ไกลมากนัก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ออก ปจว. ภายหลังจากการที่ได้เกิดเหตุการณ์ คาร์บอมการทำงานออกนอกค่ายก็เป็นอันต้องหยุดชะงักลง เพราะเราเกรงว่าอาจจะมีการโจมตีพวกเราซ้ำขณะที่ไปปฏิบัติงานข้างนอก แต่เราก็โชคดีตรงที่เราได้ออกปจว.ร่วมกับพี่ในชุดของดิฉัน ซึ่งพี่ๆเราทุกคนก็สุดแสนจะน่ารัก ช่วยกันทำงานคนละไม้ละมือเราค่อนข้างทำงานกันเป็นทีม เหมือนดอกประดู่นาวีบานที่ไหนเราก็บานพร้อมกัน วันไหนร่วงโรยดอกโปรยตกพรู เราทำงานอย่างสบายใจทั้งๆ ที่น่าจะกลัวกันเรื่องเกี่ยวกับการซุ่มโจมตีแต่พวกเราก็ไม่ได้ประมาท ได้มีการวางแผนสำหรับการตั้งรับกับสถานการณ์ต่างให้พร้อมอีกอย่างเราไปสำรวจหลายวัน แล้วพอเห็นทางหนีที่ไล่หากมีเหตุการณ์และเราก็ไม่ได้แจ้งเกี่ยวกับการเดินทางล่วงหน้ามีเพียงผอ.รร.เท่านั้น ที่ทราบเราได้จัดรถส่วนรถที่เรากับพี่ๆนั่งเป็นรถ จีเอ็มซีเปิดประทุน(ไม่มีหลังคา) ทุกคนช่วยกันขนของกันคนละไม้ละมือ เมื่อไปถึงรร.พบว่าพี่ๆทหารช่างทำถนนได้ดีเลย แม้เราจะมีงบน้อยแต่ก็ทำให้ทางรกๆรถสามารถวิ่งเข้าไปได้อย่างสบาย เมื่อไปถึงเด็กๆวิ่งมาต้อนรับเราเหมือนนางงามเลยอิๆ เด็กๆที่พอจะโตหน่อยมาช่วยเราขนข้าวของเป็นการใหญ่เราก็สอนให้เด็กเล่นรอระหว่างที่พี่เขาจัดเตรียมวางข้าวของ พอเสร็จก็มาช่วยดูอีกทีนอกจากนี้เราก็ได้จัดทำตู้ยาสามัญประจำบ้านไว้ให้ สำหรับรร. โดยได้รับความอนุเคราะห์จากพี่ๆทหารช่างที่ได้ทำตู้ยาขึ้นเราจัดยาง่ายๆ ให้รวมทั้งอุปกรณ์ในกรทำแผลและขอให้ล่ามช่วยเขียนชื่อยาวิธีใช้ยาและ วิธีการกินยาให้ด้วยทำเป็นคู่มือไว้เลย เป็นภาษอารบิกมอบไว้ให้อาจารย์ใหญ่ไว้ห้องพักครู ตามสถานการณ์ที่เราได้ออกปฏิบัติงาน วันนั้นจริงแล้วเราน่าจะเครียดและระมัดระวังเรากลับรู้สึกว่ามีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ สิ่งที่พวกเราได้ทำเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนมากด้วยก็ตาม…………… ได้มีโอกาสได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ ของคนที่อยู่นอกค่ายบางคนกำลังเกี่ยวหญ้าเพื่อไปเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่บ้าน…………….

5 ก.พ. 47
           วันนี้มีการยิงปืนค.เข้ามาในค่ายอีกแล้ว โดยปกติมักจะโดนโจมตีช่วงพลบค่ำเพราะสามารถหลบหนีได้สะดวกแต่เที่ยวนี้เล่นกันเวลาประมาณบ่าย 3 โมงเลยมีเสียงยิงเข้ามา 2 ตุ้ม ซึ่งห่างจากที่ตั้งฐานประมาณระยะได้สัก 500 เมตร ส่วนอีกลูกตกห่างจากที่ตั้งของสระแก้ว ซึ่งสระแก้วเป็นทางเข้าค่ายโดยเราเอาพื้นที่ว่างเปล่าข้างเคียงกับที่ทำทางเข้ามีการปรับถนนโดยพี่ๆทหารช่าง ตั้งจุดตรวจให้ไกลจากตัวค่าย ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นจุดสำหรับสังเกตการณ์และตรวจค้นอาวุธรถทุกคันก่อนเข้าค่าย โดยจะมีพี่หมวดระวังป้องกันเข้าเวรผลัดเปลี่ยนกันถือเป็นด่านแรก
        สำหรับการโจมตีส่วนพี่ทหารช่าง ก็เอาแท่งคอนกรีตวางตั้งขวางทางเพื่อให้เป็นสิ่งกีดขวางเพื่อลดความเร็วรถที่จะเข้าค่ายป้องกันคาร์บอมตรงจุดนี้นับเป็นจุดที่ล่อแหลมต่อการโจมตี แต่ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้ทอดทิ้งเรามีโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับสังเกตการณ์ที่ห้องของผบ.กองกำลังท่านจะเปิดไว้ตลอดเวลาเวลาที่มีสิ่งผิดปกติ ท่านจะคอยกำกับดูแลและสั่งการส่วนผู้บังคับบัญชาท่านอื่นก็ได้ช่วยเป็นผู้ดูแลทำให้ลูกน้องทำงานด้วยความสบายใจแม้จะอยู่ในจุดที่เรียกว่าอันตราย ส่วนถัดมาจากป้อมสระแก้วเราก็จะมีประตูป้อมหนึ่ง ส่วนนี้ก็จะมีพี่ๆส่วนบก.สส.และระวังป้องกันอยู่ คอยดูแลเรื่องบัตรเข้ามาติดต่อและเปิดปิดประตูโดยมีสิ่งกีดขวางเป็นแท่งเหล็กมีหนามขวางทางไม่ให้รถพุ่งเข้าค่ายโดยง่าย นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยตรงด้านหน้าจะมีที่ สำหรับโหลดลูกกระสุนเพราะเข้าค่ายเราจะไม่ใส่ลูกปืนบรรจุจึงมีที่โหลดเอาไว้ป้องกันปืนลั่นถัดเข้ามาก็จะมีป้อม 2 เป็นอาคารเก็บมันสำปะหลังเก่า ซึ่งมีความสูง 3 ชั้นก็จะเป็น ส่วนของพี่เราชุดแพทย์
           ส่วนหนึ่งก็จะเป็นพี่ชุดเราทร.ซึ่งจะเข้าเวรและสังเกตการณ์ระยะไกลได้สะดวกนอกจากนี้ก็จะมีปืนปตอ. สำหรับป้องกันค่ายซึ่งเป็นของพี่โปแลนด์อยู่ด้วย พูดถึงปืน ปตอ.มีทหารประจำปืนอยู่ไม่กี่คน เพราะสังเกตจะหน้าตาซ้ำๆกันหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปบางที่ พี่เขาก็ขี้เล่นหมุนกล้องส่องปืนมาทางพวกเรา เวลาทำงานเล่นเอาหวาดเสียวกันเป็นแถบๆยิ่งตอนที่เวลาสาวๆเดินผ่านยิ่งแกล้งใหญ่ เป็นที่สนุกสนานแต่พวกเรากลับรู้สึกไม่สนุกเลยเพราะเรามีกฎอยู่ว่าปืนไม่ว่าจะมีลูกหรือไม่ไม่ควรเล็งไปทางที่มีคน เพราะถือว่าเป็นอันตรายซึ่งปืนพี่โปแลนด์เขาก็แปลกตั้งแต่อยู่ในค่ายมามีข่าวเสมอเรื่องปืนลั่นตรงเช็คพอยต์บ้างตรงสระแก้วบ้าง ป้อมหนึ่งบ้างเวลารถติดอาวุธปืนวิ่งผ่านเราต้องรีบหาที่กำบังเผื่อพลาดท่าเจอคราวเคราะห์จะได้ไม่ต้องเจออะไร ก็เลยทำให้เราอดนึกถึงปืน ปตอ.ไม่ได้พอ พี่แกเล็งมาที่ไรรู้สึกหวั่นๆเสียวสันหลังวาบทุกทีนี่ ถ้าลั่นก็เตรียมโลงกลับบ้านได้เลยดังนั้นดิฉันเลยต้องระวังภัย 2 ด้านทั้งศึกภายในและภายนอกเป็นชีวิตที่มันไปอีกแบบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook