บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

บันทึกของดอกไม้กลางทะเลทราย
โดย : ร.อ.หญิงคันธรส สินน้อย

บทนำ
เกี่ยวกับผู้เขียน

อ่านหน้า | 1  | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16

15
วันอำลาเมืองคาบาร่า ไทย/อิรักผลัดที่ 1 ชุดที่ 1

15 มี. ค . 47
         วันนี้พี่ๆตื่นกันแต่เช้าประมาณตี 4 ได้ เพราะต้องเตรียมตัวที่จะออกเดินทางพวกเราต้องเคลื่อนย้ายกำลังพล ส่วนหนึ่งออกจากพื้นที่เหลือไว้เพียง ส่วนหนึ่งที่ยังคงต้องทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคน และไม่ให้เป็นที่สงสัยของฝ่ายตรงข้ามการไปของเราเป็นไปอย่างเงียบที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคนที่จะมารับหน้าที่แทนและพวกเราที่กำลังจะออกเดินทาง เราจะไม่มีแจ้งให้เพื่อนต่างชาติของเราทราบเลยว่าเราจะเดินทางกันเมื่อใด
        การเดินทางของเราเป็นไปอย่างเงียบเชียบ มีแต่ผู้ที่กำลังจะเดินทางเท่านั้นที่เตรียมของไว้พร้อมเคลื่อนย้ายการกลับเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ผลัดแรกที่เดินทางออกจำเป็นต้องออกก่อนกำหนด เนื่องจากทราบว่าทางประเทศไทยกำลังจะเดินทางเข้ามาแล้ว ดิฉันก็จะได้เจอชุดแรกของผลัดที่ 2 ที่จะมาทำหน้าที่แทนพวกเราที่นี่ครึ่งหนึ่งของผลัด1ที่จะต้องออกเพราะว่าต้องยกที่พักให้กับชุดผลัดที่ 2 ส่วนของดิฉันในชุดที่ 2 ต้องมีหน้าที่เพิ่มขึ้นคือ ดูแลทำความสะอาดห้องให้พร้อมที่จะรับพี่ๆชุดใหม่
        ส่วนคนที่อยู่ก็ต้องเหนื่อยมากขึ้นในเรื่องการหมุนเปลี่ยนการเข้าเวรยามตามป้อมต่างๆ การเข้าเวรต้องถี่มากขึ้น เพราะว่าคนเราน้อยลง พอถึงเวลาประมาณตี 4 พี่ๆของดิฉันเก็บของกันในฐานะที่เป็นน้องก็ไปช่วยพี่ๆขนข้าวของ และก็ไปส่งพี่ๆเขาที่รถ
         รถของเราจัดเป็นขบวนยาวมีทั้งขบวนของทหารสหรัฐและรถบัสที่ขนส่งลำเลียงพวกเรา โดยมีรถของหมวดระวังป้องกันนำทางและปิดท้ายเพื่อรักษาความปลอดภัยในรถแต่ละคันก็จะมีเจ้าหน้าที่ระวังป้องกันเดินทางนั่งไปด้วย รวมทั้งกระจายแพทย์และพยาบาลในแต่ละคัน เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยป้องกันหากเกิดอะไรขึ้นระหว่าง เดินทาง มีหัวหน้าชุดนำเดินทาง คือท่านรองผบ.กองกำลังและฝ่ายเสธอีกส่วนหนึ่ง ดิฉันเดินไปส่งพี่ๆที่จะกลับด้วยความดีใจที่พวกเราจะได้กลับบ้านแล้ว
อีกความรู้สึกหนึ่งก็คือดิฉันก็ใจหายอีกไม่นานภารกิจพวกเราก็จะเสร็จสิ้น ก็อยากใช้เวลาที่มีอยู่ทุ่มเททำงานให้เต็มที่ และก็ดีใจแทนพี่ๆที่จะได้กลับบ้านไปพบกับครอบครัวของทุกคนที่จากกันมานานแรมเดือน การเคลื่อนย้ายเป็นไปตามแผนรายชื่อระบุว่าใครชุดไหนอยู่รถคันไหน ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วดิฉันก็ได้ไปส่งพี่ๆทั้ง 4 คนมีพี่พันพี่เป้พี่แตนอยู่คันเดียวกัน ส่วนพี่เรียมอยู่อีกคันหนึ่งกับพี่ของกองบัญชาการทหารสูงสุด
     
นอกจากนี้ก็ได้ส่งผู้บังคับบัญชาหลายๆท่านแล้ว เพราะว่าโอกาสที่จะได้รวมตัวกันเช่นวันนี้เป็นไปได้น้อยแล้ว เพราะแต่ละคนมาจากที่ต่างๆ ทันทีที่ถึงเมืองไทยทุกคนก็ต้องรายงานตัวกับทางต้นสังกัดกรมกอง เมื่อภารกิจสิ้นสุด ดิฉันก็ถือโอกาสอำลาและก็ส่งพี่ๆ และผู้บังคับบัญชาทุกคน ทำให้นึกถึงบรรยากาศที่เข้าไปใหม่ๆที่ไม่มีใครรู้จักกับใครเลย หลังจากที่ได้มาทำงานร่วมกันได้ 6 เดือนพวกเราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ช่วยเหลือซึ่งกันและกันประสาพี่ๆน้องๆ เสมือนเป็นหน่วยงานเดียวกันไม่มีพี่คนไหนที่เราจำหน้าไม่ได้และก็ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหมวด หนุงหนิง ความรู้สึกของดิฉันที่กำลังจะจากลาพี่ๆมันทำให้รู้สึกว่า 6 เดือนทำไมเร็วจังนะ
         ช่วงเวลาที่อยู่นี่เรารู้สึกที่ดีและประทับใจกับความรู้สึกดีๆ ที่พวกเรารักและห่วงใยกันเป็นกำลังใจห่วงใยดูแลกันภายใต้ภารกิจเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ภารกิจของเรากำลังจะเสร็จสิ้นด้วยดีขออวยพรให้พี่ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย ว่าแล้วดิฉันก็เดินทางไปที่ต้นขบวนคอยโบกมือลาพี่ๆทุกคนด้วยความรู้สึกที่ดีๆ
จนรถคันสุดท้ายได้ผ่านหน้าดิฉันไป แล้วก็หันมาบอกตัวเองว่าเอาหล่ะนะที่นี้จะตั้งใจในหน้าที่ๆเหลืออยู่ให้ดีที่สุด และจะพยายามเก็บเอาภาพทุกมุมทุกบรรยากาศมาไว้ เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้มีโอกาสได้มาปฏิบัติงานที่นี่ได้รับความรู้สึกที่ดีๆไม่ว่าจะเป็นพี่ๆน้องๆชาวไทยด้วยกันและจากเพื่อนต่างชาติด้วยเก็บเอาไว้ในความทรงจำ

             ภายหลังจากที่พี่ๆเดินทางไปพ้นค่าย แล้วก็เตรียมตัวกลับไปที่พักเพื่อเตรียมตัว สำหรับการทำงานที่หน้าค่ายปกติทุกอย่างเป็นไปอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงความรู้สึกเงียบเหงาเพราะคนของเราหายไปครึ่งหนึ่งบรรยากาศเริ่มเงียบเหงา แม้กระทั่งพ่อค้าที่ขายของอยู่หน้าค่ายยังสังเกตเห็น หรือกระทั่งคนไข้ของเรายังถามถึงพี่ๆบางคนเลย ก็เลยต้องบอกเขาว่าเดี๋ยวจะบอกพี่เขาให้แต่ว่าวันนี้ไม่ได้มาทำงานๆ ส่วนหน้าที่สำคัญในฐานะที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ คือการตรวจอาวุธตามร่างกายของคนไข้ ซึ่งก็ยังคงต้องทำงานเหมือนปกติและไม่มีใครทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่า เรากำลังจะเปลี่ยนชุดผลัดใหม่มาทำงาน ถ้ามีตรวจร่างกายหรือทำแผลผู้หญิงกับเด็ก พี่ก็จะมาตามให้ไปช่วยด้านในดิฉันต้องทำงานอย่างนี้ทั้งอาทิตย์ ช่วงหลังชักเริ่มไม่สบายสาเหตุเพราะได้พักผ่อนน้อยอีกอย่างพวกเราคลุคลีกับคนไข้จำนวนมากบางทีเวลาตรวจร่างกายคนไข้ก็ไอแบบเสมหะเหนียวใส่ซะหลายที ช่วงวันท้ายๆเลยเล่นเอาไม่สบาย ขนาดที่ได้ออกกำลังกายและพยายามดูแลตัวเองแล้วซึ่งปกติก็ไม่ค่อยป่วย ส่วนใหญ่ถ้าป่วยมักจะเป็นเยอะ ช่วงหลังๆเลยพยายามพักผ่อนให้มากขึ้นส่วนพี่ๆผู้ชายก็ต้องเข้าเวรยามถี่ขึ้น โดยเฉพาะในชุดแพทย์ที่นอกจะออกงานตรวจช่วงเช้าเย็น กับดึกยังต้องเข้าเวรเลย ถึงแม้ทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมากขึ้นแต่ขวัญและกำลังใจทุกคนก็ดีมากๆเพราะอีกไม่ช้า เราก็จะได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิด้วยหัวใจที่พองโต

 

15 มี.ค. 47
         วันนี้เป็นวันเกิดพี่ยุทธ ล่ามที่เป็นคนเดียวที่อยู่ต่อผลัด 2 ซึ่งเขาเล่าให้ฟังว่าอิรักก็เหมือนบ้านเพราะพี่เคยมาเรียนที่นี่สมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย ดังนั้นการที่จะทำงานในที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเพราะมันเป็นความเคยชิน วันนี้เป็นวันเกิดพี่เขาเลยรวบรวมเงินที่มีไปซื้อไก่มา เพื่อที่จะทอดให้กำลังพลกินไก่ที่นี่แพงมากกิโลละ 10 ดอลล์ล่า ช่วงนั้นเป็นช่วงไข้หวัดนกพอดีบ้านเราฆ่าไก่ทิ้งในขณะที่พวกเราอยู่ที่โน่นหากินสุดแสนจะลำบาก พี่ยุทธได้ไก่มาเลยเอามาหมักตามสูตร แล้วก็มาทอดแจกกำลังพลให้ได้ทานกันสรุปว่ามื้อเย็นเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดเลย   ในห้องนอนก็แสนจะเงียบเหงาคิดถึงพี่มาเรียม เพราะพี่เขาจะมีเรื่องเล่าสนุกๆเล่าให้ฟังไม่เว้นแต่ละวันซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ก็เกิดมาจากความซื่อของเธออย่างเช่น เรื่องมีอยู่ว่าในโรงครัวมีน้ำตาลซองกับเกลือเป็นซองเหมือนกันด้วยความที่พี่มาเรียมไม่ทันสังเกตุ แกชงกาฟให้ผู้บังคับบัญชาใส่เกลือไป 2 ซองพอไปถึงมือท่านซดเข้าอืม แย่แล้วทีนี้น้ำตาลกลายเป็นเกลือ กาแฟใส่เกลือแหมรสชาดแปลกใหม่ดีจังเลย ก็เป็นเรื่องความน่ารักของพี่มาเรียมที่ดิฉันประทับใจ พี่เขาเป็นคนซื่อคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้นและเป็นคนรักครอบครัวเอามากๆและก็คอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยทุกๆคน อีกทั้งคอยดูแลทุกคนเป็นอย่างดี พูดได้ว่าดิฉันและพี่ๆหลายๆคนก็รอดตายเพราะได้อาหารไทยดัดแปลงเลิศรสฝีมือของพี่มาเรียมนี่แหล่ะ ดังนั้นพอพี่เรียมไม่อยู่ก็แอบเหงาเหมือนกัน พอตกเย็นก็เขียนไดอารี่บ้างระบายความรู้สึกตามหลักการแล้วผู้ให้คำปรึกษาก็ ต้องมีผู้ปรึกษาเหมือนกัน เวลาเครียดนี่แหล่ะเพื่อนที่ดีที่สุดของดิฉันอีกอย่างคือ เจ้าไดอารี่เล่มน้อยเล่มนั้นที่คอยบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างสนุกสนาน เวลาที่เรามาเปิดย้อนดูมันบางครั้งมันทำให้ความรู้สึกเหล่านั้น มันกลับคืนมาอย่างไม่น่าเชื่อรู้สึกเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง

17 มี.ค. 47
        วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดปีนี้ ไม่ได้ทำบุญตักบาตรแต่ฝากให้ล่ามชาวอิรักเอาลูกอมมาให้ 3 กิโลกรัมที่นี่ลูกอมใช้เป็นชั่งกิโลๆ ละ 1 ดอลล่าร์ เอามาแจกให้เด็กที่มารับการตรวจที่หน้าค่ายเด็กๆก็ชอบใจใหญ่เลย อีกทั้งเอาขนมที่มีเอาของที่คิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องขนกลับเมืองไทยไปแจกให้หมดเลย การที่เราเป็นผู้ให้มันมีความสุขอย่างนี้นี่เองดิฉันได้เห็นแววตาเห็นรอยยิ้มที่สดใส มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ดิฉันยังคงทำงานเหมือนเดิมถึงแม้จะรู้ว่าภารกิจของพวกเรากำลังจะหมด แต่ก็ไม่เคยปริปากบ่นว่าเหนื่อยว่าเบื่อหรือว่าท้อเลยแม้แต่น้อย ยิ่งใกล้วันกลับเราก็ยิ่งมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆเพราะรู้สึกว่าเวลาของเรากำลังจะหมดลงในไม่ช้านี้แล้ว วันนี้ก็เลยเทกระเป๋าซื้อไก่ซื้อไข่มาประกอบอาหาร ให้พี่ๆได้อิ่มท้องกันบอกตรงๆเลยว่าเกิดมาดิฉันก็ไม่เคยทำกับข้าวมาที่นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของดิฉันเลย อะไรที่ไม่เคยทำก็เลยได้ทำก็เป็นอะไรที่ท้าทายไป อีกอย่าง ส่วนรสชาดไม่กล้าจะถามเพราะกลัวโดนแซวอย่างน้อยก็ถือว่าดีที่สุดแล้วก็เท่านั้น
           พี่ๆทุกคนก็น่ารักหลายๆคนก็อวยพรวันเกิดให้ในฐานะที่เป็นน้องเหมือนน้องคนสุดท้องก็ว่าได้ ก็รู้สึกประทับใจกับพี่ๆทุกคนมากๆเพราะนี่ถือเป็นครั้งแรก และอาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มีโอกาสเลี้ยงฉลองครบรอบวันแก่ของดิฉันในต่างแดน ว่าไปแล้วดิฉันเองก็ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญอะไร แต่สิ่งที่ทำเป็นประจำทุกปีก็คือ ดิฉันจะโทรกลับไปบ้านไปขอพรจากคุณพ่อคุณแม่ ปีนี้ก็เช่นกัน การที่เราได้นึกถึงผู้มีพระคุณที่ท่านได้ให้ชีวิต ให้ความรักและให้อนาคตแก่เรา ก็คือทั้ง 2 ท่านนี้ ดังนั้นจึงไม่เคยที่จะละเลยทำจนเป็นธรรมเนียม
        ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ดีใจที่โทรไปหาท่านเพราะท่านรู้ว่ามันยากเหมือนกันที่จะติดต่อกลับเพราะค่าโทรศัพท์ค่อนข้างแพงแต่ก็ดีใจและประทับใจพี่ๆทุกคน รวมทั้งเพื่อนชาวต่างชาติพอทราบว่า วันนี้เป็นวันเกิดเขาก็มาอวยพรเอาของขวัญมาให้ ซึ่งดิฉันประทับใจทุกคนมากๆจนอดไม่ได้ที่จะบันทึกความทรงจำในช่วงเวลาเล็กที่แสนประทับใจของดิฉันไว้อีกหนึ่งหน้าแห่งความประทับใจ

22 มีค 47
        หลังจากที่ทำงานเสร็จครึ่งวันแล้ว ดิฉันก็ไปเตรียมจัดข้าวของเพราะวันรุ่งขึ้นพวกเราต้องออกเดินทางกันแต่เช้า และก็เตรียมห้องไว้ให้พี่ๆชุดผลัดที่ 2 ที่กำลังจะมาถึง ส่วนเวลาที่เหลืออยู่ก็ออกตระเวนรอบค่ายเดินทางไปจุดต่างๆ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศและสถานที่เอาไว้เป็นที่ระลึกแทบจะทุกมุมเลย เพราะถือว่าเมื่อใดที่เราเดินจากไปจากที่นี่ คงไม่มีโอกาสได้เดินกลับมาแล้ว มีเพียงภาพถ่ายกับบันทึกแห่งความทรงจำเท่านั้นที่จะบ่งบอกกับเราว่ากาลเวลานั้นเสมือนสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ นั่นคือความจริงและเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ การใช้ชีวิตที่นี่เป็นอะไรที่ได้อะไรมากยิ่งกว่ามากมีประสบการณ์ทั้งที่ดีที่สุดและที่รู้สึกแย่มากที่สุด เราไม่เสียดายเลยว่าชีวิตนี้ที่เราได้เกิดมาเราได้ใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีค่า และพยายามจะให้คุ้มค่ามากที่ให้สมกับที่เราได้มีความตั้งใจในการทำงาน และให้สมกับที่ได้รับเกียรติและได้รับความไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาที่ท่านได้ให้โอกาสกับเราได้มีวันนี้ วันที่เรามีความภาคภูมิใจจากการที่ทำงานเพื่อบ้านเมืองและเพื่อมนุษยธรรม
         ในที่สุดพี่ๆชุดผลัดที่ 2 ก็มาถึงดิฉันไปต้อนรับพี่ๆผู้หญิงด้วย เพราะในชุดนี้มีพี่ๆผู้หญิงมาด้วย หลังจากที่พวกเราทั้ง 5 คนทำงานหนักในทุกวันและมีคนไข้เข้ามารับบริการจำนวนมาก ก็เลยมีการขอพยาบาลหญิงมาเพิ่ม เที่ยวนี้เลยได้ผู้หญิงมาเพิ่มอีกเป็น 10 กว่าคนคิดว่าน่าจะเพียงพอ ซึ่งก็นับว่ามีการเตรียมการที่ดีมาก ช่วยพี่ๆขนของเข้าที่พัก และก็ช่วยแนะนำสถานที่ต่างให้พี่ๆได้รู้จัก ดิฉันจะเพิ่งได้เจอกันแต่ด้วยความที่เราเป็นทหาร ก็มีความรู้สึกสนุกสนานมีความเป็นกันเองไม่น้อยท่าทางพี่ๆทุกคนมีไฟ และมีพลังในการทำงานมีความตั้งใจในการทำงานสูงมากเลยทีเดียว จากที่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางดิฉัน ก็ได้มีการพูดคุยหรือซักถามเกี่ยวกับประสบการณ์ ที่ผ่านมาใน 6 เดือนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
         ส่วนความรู้สึกส่วนหนึ่งเราก็รู้สึกเป็นห่วงพี่ชุด 2 ตรงที่สถานการณ์ต่างๆ เริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นทำให้คิดว่าอาจจะทำให้เกิดความเครียดได้ เพราะเนื่องจากว่าพวกเราชุดแรกเริ่มต้นจากไม่ค่อยรุนแรง จนกระทั่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเราก็สามารถค่อยๆปรับตัวกันจนเข้าสถานการณ์ได้ แต่พี่ๆต้องมาเจอในสภาพที่รุนแรงอยู่แล้วอาจจะทำให้เสียขวัญได้ง่ายกว่า แต่จากที่ดูๆและสังเกตตุการณ์พี่ๆเขาก็ดูจะมีไฟไม่น้อยเลยทีเดียว ในส่วนของทหารเรือดิฉันก็ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงนัก เพราะได้พี่ซึ่งเป็นรุ่นพี่อีกทีหนึ่งซึ่งก็มีความรู้ความสามารถ ไม่แพ้กันพี่เขาเคยผ่านหลักสูตรเวชศาสตร์ใต้น้ำ ซึ่งมีการฝึกทั้งความอดทนและทนต่อแรงกดดันในสภาพต่างๆ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะสามารถปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าทุกคนต้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างแน่นอน เหมือนกับที่พวกเราชุดแรกได้ปฏิบัติมาจนเสร็จสิ้นภารกิจพอตกค่ำ ดิฉันก็รีบจัดการเก็บของใช้ที่ไม่จำเป็นเข้าเก็บเตรียมออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นเพราะวันพรุ่งนี้ พวกเราชุดที่ 2 ของผลัดที่ 1 ก็จะเสร็จสิ้นภารกิจโดยสมบูรณ์ ก็ได้มีการส่งงานมอบหมายและส่งต่องานให้ชุดผลัดที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยพวกเราต้องออกดินทางกันแต่เช้าประมาณตี 4 ดังนั้นเราต้องรีบนอนและก็เตรียมเก็บแรงไว้สำหรับการดินทางกลับของพวกเรา ซึ่งก็ไม่มีใครทราบได้วันพรุ่งนี้ระหว่างการดินทางพวกเราต้องเผชิญกับ อะไรบ้างระหว่างทาง แต่เชื่อแน่ว่าพี่ๆอีกหลายๆคนคงตื่นเต้นและดีใจไม่น้อยที่จะได้กลับบ้านทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้ การเดินทางของพวกจะเป็นอย่างไร

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook