บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

บันทึกของดอกไม้กลางทะเลทราย
โดย : ร.อ.หญิงคันธรส สินน้อย

บทนำ
เกี่ยวกับผู้เขียน

อ่านหน้า | 1  | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16

16
บทส่งท้าย..........

23 มี.ค. 47
        วันนี้หมอคมสันหัวหน้าชุด มาเคาะประตูปลุกตั้งแต่ตี 3 ครึ่งส่วนพี่ๆก็โทรมาปลุกเพราะกลัวว่า น้องสาวคนเดียวจะอยู่ต่อโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะว่าจะตกรถอยู่คนเดียว เปล่าหรอกเป็นเพราะพี่ๆเขาเป็นห่วง เพราะมีดิฉนเป็นผู้หญิงเหลืออยู่คนเดียวและก็เหมือนเป็นน้องสุดท้อง พอแต่งตัวเสร็จพี่ๆชุดแพทย์ทร.ก็มาช่วยขนของๆไปขึ้นรถและก็เตรียมตัว พร้อมที่จะเดินทางมีการแบ่งส่วนหมวดระวังป้องกันในรถคันละคน และก็กระจายแพทย์และพยาบาลให้ทั่ว จากนั้นเราก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางทันทีที่ล้อรถเริ่มหมุน เริ่มรู้สึกใจหายที่นี่แม้ไม่ใช่บ้านแต่ความรู้สึกห่วงใย ของพี่น้องทุกคนก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เพราะเรามาร่วมชะตากรรมเดียวกันเราประทับใจน้ำใจของทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นทหารไทยด้วยกัน หรือแม้กระทั่งทหารโปแลนด์และชาวบ้านชาวอิรักเราก็รู้สึกดี
           อาทิตย์เริ่มส่องแสงขึ้น พวกเราก็เคลื่อนขบวนออกจากค่าย ภาพที่รถกำลังเคลื่อนออกไปช้าๆยังคงบันทึกในความทรงจำไม่เคยลืม ลาก่อนขอให้พี่ๆทุกคนโชคดีประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจในการทำงานและขอให้ประชาชนชาวอิรักจงพบกับความสันติสุข และสันติภาพพบกับความสงบสุขในเร็ววัน ในชีวิตของเราที่นี่สำหรับ 6 เดือนที่ผ่านมาเปรียบเสมือนโรงเรียน อีกโรงเรียนที่ฝึกให้เรารู้จักการใช้ชีวิตการดำรงชีวิต และการเอาชีวิตรอด การปฏิบัติงานเพื่อมนุษยธรรม ได้พบกับความสุขที่ได้จากคำว่าให้ เสียดายที่ไม่ได้ลาผู้ป่วยที่น่ารักของเรา เพื่อนๆเราที่ค้าขายอยู่หน้าค่ายเพราะการเดินทางของพวกเราถือเป็นความลับสุดยอด แต่ก็จะขอจดจำเอาสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นที่นี่เอาไว้ในความทรงจำมิลืมเลือนพระอาทิตย์ส่องแสงรำไร เป็นสัญญาณของวันใหม่เรามองเห็นหน้าค่ายตรงที่ทำงานเป็นประจำเป็นครั้งสุดท้าย เห็นโต๊ะเก้าอี้ยังคงวางอยู่ตรงป้อมประตูทางเข้า มีพี่ทหารไทยในผลัดที่ 2 เข้าทำงานแทนพวกเรา วันนี้เช้าๆเพื่อนๆเราคงแปลกใจเพราะคนเก่าๆที่เคยออกไปเดินดูของหน้าจะเป็นคนใหม่ๆไม่ค่อยจะคุ้นหน้ากันมาก่อนเขาจะคิดถึงพวกเราบ้างไหมหนอ
         ระหว่างทางดิฉันเองได้แต่เก็บภาพถ่ายระหว่างทางสภาพบ้านเรือน ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตาม 2 ข้างทาง ไม่มีใครหรอกที่ไม่ต้องการความสงบสุข และไม่ต้องการสันติภาพ ทุกคนล้วนต้องการทั้งนั้น จะขอเก็บภาพถ่ายและบันทึกแห่งความทรงจำที่ดี ของทุกคนที่มีต่อการเดินทางของดิฉันภาพเหล่านี้จะเป็นประวัติศษสตร์ของทหารไทยที่มาเยือนประเทศอิรัก หลังจากที่เดินทางไปตลอด 2 ข้างทาง ดิฉันก็เดินทางด้วยความปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้ประมาทระหว่างทางเราบรรจุกระสุนปืนอาวุธครบมือ พร้อมทุกสถานการณ์และต้องสวมใส่เสื้อเกราะหมวกเหล็กจนกว่า การเดินทางของเราจะเข้าพ้นเขตประเทศอิรัก ไม่มีใครจะบอกได้ว่าจะต้องเจออะไรแต่พวกเราก็ต้องไม่ประมาท ข้อนี้ที่พวกเราทุกคนต้องปฏิบัติระหว่างการเดินทาง คือ ไม่เปิดม่านระหว่างเดินทางใสเสื้อเกราะหมวกเหล็กตลอดการเดินทางและที่สำคัญคือห้ามหลับด้วย...............


         พวกเราเดินทางลัดเลาะไปตามถนนหนทางต่างรถเป็นขบวนยาวเหยียด เดินทางผ่านเส้นทางที่เป็นทะเลทรายไประยะประมาณกว่า 600 กิโลเมตร มีการเลี้ยงแพะเลี้ยงอูฐอยู่ 2 ข้างทางอูฐเดินเรียงแถวจากตัวใหญ่สุดไปยังตัวเล็กสุด ดิฉันก็เลยนึกสนุกเลยถามพี่ที่นั่งเบาะข้างว่าพี่ทายซิว่าทำไมอูฐถึงได้เดินเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เหมือนทหารที่เดินตามลำดับไหล่ พี่เขาก็ตอบไม่ได้และก็ให้ดิฉันเฉลยว่าก็เพราะว่าอูฐที่ตัวใหญ่เดินได้ไวกว่าเพราะว่ามันขายาว ส่วนตัวเล็กที่เดินข้างหลังมันขาสั้นเลยเดินไม่ทันมันก็เลยต้องเดินลั้งท้ายไง พี่ๆเราก็เลยขำกันเป็นแถวๆก็สร้างบรรยากาศกันอีกแบบ เราเดินทางร่วมเกือบ 10 ชม. รถเสียเวลาเล็กน้อยเนื่องจากมีรถยางแตก แต่ในที่สุดเราก็เดินทางไปถึง CEDA-2 ซึ่งเป็นเขตต่อเข้าสู่เมืองคูเวต ทันทีที่เข้าเขตประเทศคูเวตพวกเรารู้สึกตัวเบาหวิว เพราะเสื้อเกราะหมวกเหล็กที่เราใส่มาตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ครั้งแรกๆรู้สึกว่ามันหนักหนาเอาการอยู่ไม่น้อย จนพวกเราใส่จนมันเป็นความเคยชินเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของอาภรณ์ที่เราสวมใส่พวกเราทุกคนทำสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือถอดเสื้อเกราะหมวกเล็กแล้วแขวนเอาไว้เหมือนเป็นอิสระจากการปลดเครื่องฑัณการณ์ สภาพบ้านเมืองคูเวตทำไมช่างต่างจากเมืองอิรักอย่างไม่น่าเชื่อ รถที่เขาขับมีแต่ยี่ห้อแพงๆที่บ้านเราไม่เคยเห็นบางรุ่นในเมืองไทยราคาแพงลิ้บลิ้ว บ้านช่องก็ทำได้สวยงามแม้จะไม่มีสีสันเหมือนลูกกวาด เหมือนบ้านเราแต่ก็มีความสวยงามตามแบบอาหรับไม่น้อยหมือนกัน
         จากที่เราเคยทราบว่าคนที่นี่เขามีสวัสดิการในการเลี้ยงดูประชาชน เขาเป็นอย่างดีมากๆรถไม่ต้องเสียภาษี ถ้าขับชนกันเขาก้อทิ้งเลยไปถอยคันใหม่ได้เลย ส่วนเด็กที่เกิดที่นี่ก็จะได้สวัสดิการผู้ชายก็จะได้บ้านได้รถได้เงินเดือน ส่วนผู้หญิงก็จะได้รถและเงินเลี้ยงดู ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเจ้าของกิจการต่างส่วนลูกจ้างจะเป็นแรงงานที่หลั่งไหลมาจากประเทศอื่น รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วยซึ่งเราก็ไม่สามารถหาข้อเท็จจริงของคำกล่าวที่บอกเล่านี้ได้ว่าจริงหรือไม่แต่ดูจากการแต่ตัวดูรสนิยมของคนที่นี่ตามแฟชั่นมากกว่าชาวอิรัก..................

26 มีค 47
         วันนี้ดิฉันได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายกำลังพลออกจากค่าย verginia เวลา 0630 น แล้วหลังจากที่เข้าในเขตสนามบินของทหาร แต่พวกเรารอเครื่องนานมากระหว่างที่รอขึ้นเครื่องเราก็ได้ไปทานอาหารในค่ายซึ่งเขาจัดเตรียมไว้ให้มีอาหารนานชาติเยอะมากเป็นโรงอาหารขนาดใหญ่ มีผู้คนมากมายที่รอขึ้นเครื่องและเพื่อลงจากเครื่องมาแวะทานข้าวกัน อาหารมีให้เลือกทานเยอะมากจนเลือกไม่ถูกมีแต่อาหารดีๆ เราก็สนุกกับการกินจนกระทั่งถึงเวลาเตรียมออกเดินทาง เวลาเกือบประมาณบ่าย 2โมงส่วนชุดที่จะเดินทางชุดที่ 4 ก็มาถึงรถสวนกัน ขณะที่พวกเราจะไปขึ้นเครื่องเวลาล่วงเลยเกือบบ่าย 2 โมงกว่า เกือบบ่าย 3 โมงทุกคนดีใจ ที่ได้ขึ้นเครื่องยอมรับอารมณ์นั้นทุกคนคงไม่ต่างจากดิฉันสักเท่าไหร่นักอีกไม่นาน พวกเราก็จะได้พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวอันเป็นที่รักอันแสนอบอุ่น ที่ไม่นานก็จะได้กลับคืนสู่ผืนแผ่นดิน กลับสู่มาตุภูมิอันเป็นที่รักยิ่งของเราอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นที่ทุกๆคนเฝ้ารอคอยกันมานานแสนนาน
          ในที่สุดถึงเช้าวันที่ 27 มี.ค. 47 พวกเราได้แตะพื้นแผ่นดินไทย เวลาประมาณตี 3 กว่าการกลับมาเป็นแบบเงียบไม่มีการออกข่าว เพราะว่าจะมีผลกับการทำงานของผลัดที่ 2 จึงไม่มีใครรู้นอกจากบรรดาญาติมิตรที่สนิท และผู้บังคับบัญชาเท่านั้นที่รับรู้เรามาถึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ก่อนที่จะปล่อยแถวทหารทุกคนรวมทั้งดิฉัน หัวใจเริ่มเต้นแรงตื่นเต้นที่จะได้เจอญาติพี่น้องที่มารอรับที่สนามบินพอปล่อยแถวดิฉันก็เจอกับทุกๆคนพร้อมหน้าพร้อมตาไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่น้องชายป้าลุงพี่ชาย คุณแม่ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความดีใจ ดฺฉันเองก็อดตื้นตันใจกับความดีใจอย่างมากที่ได้กลับคืนยังดินแดนบ้านเกิดได้ทำงานในภารกิจเสร็จสิ้นไปด้วยดีความรู้สึกขณะนั้นมันตื้นตันดีใจมากที่สุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสกลับมาคนที่เรารักและรอคอยการกลับมาขอเราอย่างจิตใจจดจ่อภาพวันนั้นยังประทับใจไม่เคยลืมจากความทรงจำ จากนั้นก็ทะยอยขนของกลับบ้านกันด้วยความที่ดีใจและตื้นตัวใจหลังจากที่ไม่ได้เจอะกันมานานแรม 6 เดือน

           เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาจากเรื่องจริงที่ได้มีการจดบันทึกในไดอารี่ตามวันและเวลา ซึ่งแต่ละครั้งได้บังเกิดความประทับใจ ความภาคภูมิใจในที่ได้มีโอกาส ได้ไปปฏิบัติงานร่วมกับกองกำลังเฉพาะกิจไทย/อิรัก 976 ปฏิบัติการเพื่อมนุษยธรรมที่ประเทศอิรัก
         จากความประทับใจนับจากวันแรกจนถึงวันสุดท้ายแห่งภารกิจนี้ โดยมีพี่ๆเพื่อนๆและน้องๆในกองกำลังทุกคน และความประทับใจในน้ำใจในความเป็นพี่น้อง ความมีน้ำใจความห่วงใยเอื้ออาทรซึ่งกันและกันยามที่มีทุกข์ภัย ประทับใจความรักและความห่วงใยของประชาชนชาวอิรักที่มีต่อพวกเราที่คอยสอดส่องดูแลความปลอดภัย ของพวกเราทำให้เรารอดพ้นจากการโจมตีได้หลายครั้งหลายคราด้วยกัน ขอบคุณเพื่อนชาวอเมริกาที่อยู่เมืองแบกแดด รวมทั้งน้องขวัญทหารหญิง เชื้อสายคนไทยที่ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้ดิฉันและหมอกลาง และขอบคุณเพื่อนๆพันธมิตรทุกคนที่ได้ช่วยเหลือและเอื้อาทรต่อกัน
        รู้สึกภูมิใจและยินดีมากๆที่ได้มีโอกาสได้ไปปฏิบัติภารกิจอันนี้ เพื่อชาติบ้านเมืองและมนุษยธรรม ในฐานะที่เป็นผู้หญิงไทยตัวเล็กๆคนหนึ่ง นี่คือที่สุดของความประทับใจ คือความรู้สึกดีๆทุกอย่างที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเปลวไฟแห่งสงคราม ที่ร้อนระอุเสมือนหนึ่งคือความงามของดอกไม้กลางทะเลทรายที่ส่องประกายความงดงามอยู่ในใจเช่นนี้ตลอดไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook