1
บันทึกความทรงจำที่แสนจะมีค่า
ดิฉันเป็นพยาบาลทหารเรือคนหนึ่งที่นับว่าโชคดีอย่างมาก
ที่ได้รับเกียรติอันมีค่าสูงสุด
ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติภาพและฟื้นฟูประเทศอิรัก
กับกองกำลังเฉพาะกิจ ไทย-อิรัก976
ผลัดที่ 1
ฟังดูมันสุดแสนจะยิ่งใหญ่มากเลย
แต่นั่นแหล่ะคือความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นมากมาย
มันไม่ง่ายนักกับการที่จะมีทหารหญิงเข้าร่วมเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างแดนเช่นนี้
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีการสู้รบกัน
โดยไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน
นับว่าอันตรายไม่น้อย
ชีวิตการทำงานที่นั่นเป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง
สร้างความภาคภูมิใจให้กับดิฉันและครอบครัวอย่างมาก
เพราะดิฉันคือหนึ่งในผู้หญิง 5 คน
ที่เข้าร่วมเดินทางไปปฏิบัติงานในผลัดแรก
ซึ่งขณะนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว
เรามีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก
แต่เพราะว่าคือทหาร
เมื่อมีคำสั่งต้องพร้อมที่จะปฏิบัติเสมอ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
สำหรับชีวิตทหารแล้ว
การตายในสนามรบถือเป็นเกียรติสูงสุดของทหาร
มีหลายคนถามดิฉันเหมือนกันว่า
คิดอย่างไรกับการตัดสินใจครั้งนี้
บอกตรงๆ
เลยว่ามันเป็นเรื่องท้าทายความสามารถ
งานภารกิจแบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก
ดิฉันทำงานเป็นพยาบาลทหารจริง
แต่ยังไม่มีใครเคยได้ไปปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายมาก่อน
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนายทหารจ่าพยาบาลผู้ชายเท่านั้น
ซึ่งไม่ใช่ภารกิจหลักที่ผู้หญิงต้องไปปฏิบัติ
ภารกิจนี้เป็นภารกิจแรกของการส่งทหารหญิงไปปฏิบัติงาน
ในพื้นที่จัดว่ามีความอันตราย
ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็น่าลองดูสักครั้ง
ดิฉันเองเชื่ออยู่แล้วว่า
เมื่อไหร่ที่คนเรามีโอกาสจงอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป
เพราะถ้าเวลาผ่านไปเราจะพบกับคำว่าเสียดายถ้าหากว่าไม่ได้ตัดสินใจ
หลังจากรับเรื่องการรับสมัครทหารหญิงจากหน่วยต้นสังกัด
หัวหน้าได้ถามว่าสนใจไหม
ดิฉันจึงไม่รีรอรีบตอบแบบชนิดที่ไม่ได้คิดเลยว่า
"ไปค่ะ"
เมื่อได้มีโอกาสคุยกับผู้บังคับบัญชาโดยตรง
(มักเรียกท่านว่าหัวหน้า)
ซึ่งหัวหน้าได้วิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟังว่า
ดิฉันน่าจะต้องไปเจออะไรบ้าง
จากประสบการณ์ที่เคยไปปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายมาก่อน
โดยจำลองให้เห็นสถานการณ์คร่าวๆ
จะต้องเจอเหมือนในหนังแบล็คฮอร์คดาวน์
ซึ่งดิฉันก็เป็นคนชอบดูหนังแนวๆนี้จึงมองเห็นภาพ
และง่ายในการตัดสินใจ
ก็ตอบโดยไม่คิดเลยว่ายังไงก็สนใจค่ะ
อย่างน้อยเราได้ทดลองสอบ
และสามารถผ่านการคัดเลือก
ก็นับว่าเป็นโอกาสแล้ว
เพราะขณะนั้นหน่วยงานขาดคนทำงานอยู่
เนื่องจากคลินิกของดิฉันทำงานดูแลผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเฮชไอวีเกือบพันคน
นอกจากนี้ก็ดูแลงานต่างๆ
ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเอดส์ของกองทัพเรือ
ดูแลงานด้านสถิติในการป้องกันดูแลสุขภาพบุคคลากร
รวมทั้งให้คำปรึกษาในด้านภาวะสุขภาพและจิตใจ
ซึ่งมีบุคคลากรในการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเพียงแค่
3 คน
ในแต่ละวันเรามีงานเข้ามามากมายจนบางวันทำแทบไม่ทันอยู่แล้ว
ถ้าขาดดิฉันอีกคนคงยุ่งยากน่าดู
แต่หัวหน้าก็ได้เปิดโอกาสให้กับดิฉัน
ทำให้ได้มีโอกาสทดลองความสามารถและได้สมัครเข้าร่วมแข่งขันกับคนอื่นๆเขา
และท่านก็ได้ให้ข้อคิดสำหรับการตัดสินใจ
ท่านบอกว่าให้เรากลับไปคิดดูให้ดี
ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่เสียก่อนว่าท่านเห็นควรอย่างไร
ค่อยๆคิดทบทวนให้ดีก่อน
ที่จะตัดสินใจ
ดิฉันกลับบ้านไปพร้อมกับครุ่นคิดทบทวนอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง
ถ้าตัดสินใจสมัครไป
ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตเราเลยนะ
ที่คิดอย่างนั้นเพราะดิฉันต้องเป็นหลักให้ครอบครัว
หากเป็นอะไรไปคนอื่นๆทางบ้านจะอยู่กันอย่างไร
แล้วระยะเวลาก็นานประมาณ 6
เดือนหรือครึ่งปีนับว่านานพอดู
ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดกับที่บ้านใครจะช่วยดูแลแทนเรา
ดิฉันคิดหนักมากคืนนั้น
แต่พอได้คุยปรึกษาคุณพ่อคุณแม่แล้วท่านไม่ว่าอะไร
ท่านให้สิทธิแก่ดิฉันตัดสินใจด้วยตัวเอง
เพราะท่านรู้ว่า
ถ้าหากดิฉันตัดสินใจทำอะไรแล้วท่านเองก็ไม่สามารถห้ามดิฉันได้แน่
ทั้งนี้ไม่ใช่ท่านไม่เป็นห่วงเรา
แต่ท่านเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเราว่าเป็นสิ่งที่คิดว่าดีเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
ส่วนอีกใจดิฉันเองก็คิดว่ามันเป็นโอกาสของคนเราที่ไม่ได้มีบ่อยหรอก
หากเราจะคิดลองดูก็ไม่เสียหายอะไร
ตอนนั้นดิฉันไม่รู้หรอกว่าการตัดสินใจของดิฉันในครั้งนั้น
ทำให้ดิฉันได้มีโอกาสไปทำงานที่สำคัญให้แก่ประเทศชาติบ้านเมือง
มันจะนำมาสู่ความภาคภูมิใจของดิฉันและครอบครัวของเราในวันนี้
จากที่สมัครทั้งหมดประมาณ 36 คน
ผ่านเข้ารอบคัดเลือกมาได้
ตามคุณสมบัติเข้าเกณฑ์เหลือเพียง
7 คน
ในนั้นมีชื่อของดิฉันอยู่รวมด้วย
ความรู้สึกของดิฉัน
ในตอนนั้นเหมือนนางงามได้รับเลือกให้เข้ารอบเลย
จากลักษณะที่เด่นกว่าคนอื่นตรงในแง่ที่ดิฉันทำงานสายด้านจิตวิทยา
และภาษาในการสื่อสารถือว่าพอใช้ได้
ดิฉันโชคดีกว่าคนอื่นตรงที่ดิฉันทำงานในด้านจิตวิทยา
ซึ่งตอนนั้นความรู้ในด้านจิตวิทยาสามารถนำประยุกต์ไปใช้กับสถานการณ์ได้
เพราะในภาวะสงครามคนเราจะเกิดความเครียด
ทุกคนมีความกลัวในทุกๆอย่าง
เพราะสถานการณ์ค่อนข้างอันตราย
ความเครียดย่อมเกิดได้ทุก
และก็จะได้มีโอกาสดูแลความเครียดของกำลังพลที่ไปทำงานกับเราด้วย
อีกด้านหนึ่งดิฉันเป็นคนชอบยิงปืนเวลามีงานกาชาดหรือว่างๆ
ก็ชอบซ้อมมือ
เรื่องการใช้อาวุธจึงไม่มีปัญหาไม่ต้องฝึกฝนอะไรมากนัก
โชคดีอีกย่างตรงที่ก่อนหน้าที่จะมาทำงานด้านให้คำปรึกษานี้
ดิฉันเป็นพยาบาลเด็กทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเด็กมาก่อน
ซึ่งก็ตรงกับภารกิจที่เราต้องไปปฏิบัติ
คือดูแลสตรีและเด็กชาวอิรักที่มารับการตรวจรักษาเข้ากับ
Concept พอดี
สำหรับดิฉันนอกจากนี้
เรื่องของการทำกิจกรรมต่างๆง่ายๆว่า
ถ้าให้ทำอะไรทำได้หมดต้องเตรียมเอาไว้เผื่อว่าอาจต้องใช้โชคดีอีกนั่นแหล่ะ
ที่สมัยนักเรียนเป็นประธานชมรมเรื่องกิจกรรมสันทนาการเลยมีเยอะพอจะช่วยให้กำลังพลคลายเครียดได้
และน่าจะสามารถทำกิจกรรมปฏิบัติการด้านจิตวิทยาได้
นอกจากนั้นความรู้ในการปฏิบัติงานของดิฉันที่ในด้านการพยาบาลหน้าที่ภารกิจที่ไปทำ
คือการดูแลสุขภาพเด็กในด้านสาขาอื่นๆก็พอจะมีความรู้ติดตัวกับเขาบ้างสามารถดูแลได้ทั้งด้านอายุรกรรมและศัลยกรรม............
จากที่เล่ามาหมดนี้คือสิ่งที่มีและสามารถหยิบเอาไปใช้ได้เลยในขณะนั้นโดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรหรือไม่ต้องฝึกฝนอะไรมากมาย
ในที่สุดในการคัดเลือกขั้นสุดท้าย
ดิฉันก็ได้เป็นตัวแทนของทหารเรือหญิงจริง
ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ทหารเรือส่งผู้หญิงปฏิบัติงานในภาคสนามรบในภาวะสถานการณ์ที่นับว่ามีความอันตรายอยู่ไม่น้อยไม่เหมือนกับติมอร์ตะวันออกซึ่งสงบไปแล้ว
ดิฉันได้เข้าร่วมกับพี่ชุดแพทย์ทหารเรือทั้งหมดรวม
13 ชีวิต......
นอกจากนี้ยังมีทหารช่างจากเหล่านาวิกโยธินด้วย...........
ดิฉันได้เข้าร่วมไปรวมกับพี่ๆเหล่าอื่นซึ่งในผลัดแรกมีผู้หญิงทั้งหมด
5 คนมี พยาบาลทบ. 2 ท่าน พยาบาลทอ. 1
ท่าน และ
มีพี่เจ้าหน้าที่เสมียนจากกองบัญชาการทหารสูงสุดอีก
1
ท่านร่วมเดินทางไปปฏิบัติงานที่อิรักร่วมกัน
หลังจากทราบผลการคัดเลือกแล้วดิฉันยอมรับว่าดิฉันอยู่ในอาการช็อคตั้งตัวไม่ติดคิดต่างๆนานา
ในที่สุดก็ได้คุยกับหัวหน้าท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร
ท่านกลับให้โอกาสและยินดีที่จะช่วยดิฉันในการวางแผนตระเตรียมการสำหรับการเดินทางทั้งๆที่จริง
ท่านคงมีความลำบากใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
ที่ต้องขาดคนในคลินิกไปอีกหนึ่งคน
ท่านก็ยังเปิดโอกาสให้ดิฉันและอวยพรขอให้พวกเราปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่
มาทำให้เกิดประโยชน์อันสูงสุด
หลังจากนั้นดิฉันก็ได้รายงานตัวเข้าพบผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน
ซึ่งขณะนั้นยังงงๆตัวเองไม่หายว่าเป็นไปได้ไงเนี่ยมันเหมือนกับฝันทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก
แต่เมื่อได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้บังคับบัญชาแล้ว
ก็ต้องตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเท่าที่จะทำได้ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
ช่วงของการเตรียมตัวของดิฉันน้อยมากแค่
2 วันกับอีก 1
คืนเท่านั้นดิฉันต้องเข้ารายงานตัวที่กองบัญชาการทหารสูงสุดกับพี่ๆในชุดแพทย์ทร.ของเราอีก
13 ชีวิต
ดิฉันเป็นน้องเล็กสุดเลยจึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมีพี่ๆคอยให้คำแนะนำที่ดี
การเตรียมของใช้จำเป็นค่อนข้างวุ่นวายมากเลย
เพราะดิฉันมีเวลาคิดและเตรียมการน้อยกว่า
เพราะการที่จะเพิ่มทหารหญิงเข้าร่วมในภารกิจนี้
เพิ่งมาทำเรื่องขออนุมัติไม่นานเพราะตอนแรกเขาเตรียมการฝึกและเตรียมความพร้อมกำลังพลไว้แล้ว
แต่พอหลังจากที่ส่วนล่วงหน้าเข้าไปสำรวจพื้นที่แล้วพบว่าประชากรจะมีผู้หญิงและเด็กเยอะและจำเป็นต้องใช้พยาบาลผู้หญิงที่เป็นมุสลิมในการช่วยเหลือ
เพราะตามขนบธรรมเนียมหญิงมุสลิมจะไม่ให้ชายอื่นที่ไม่ใช่สามีหรือคนในครอบครัวถูกเนื้อต้องตัวเพราะถือว่าเป็นการหมิ่น
ดังนั้นจึงมีคำสั่งด่วนในการคัดเลือกทหารหญิงเข้าร่วมภารกิจนี้
ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้างเพราะเราไม่ได้ไปแค่วัน
2 วัน แต่มันยาวนานถึง 6
เดือนหรืออาจจะมากกว่านั้นเราก็ไม่อาจจะรู้ได้
ทุกอย่างขึ้นกับคำสั่งผู้บังคับบัญชาการเตรียมของใช้จำเป็นของผู้หญิงต้องเตรียมให้พร้อม
เพราะที่นั่นมันสนามรบไม่ใช่ไปที่พักตากอากาศที่จะมีที่ให้ช้อปปิ้ง
ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมดิฉันเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากหัวหน้าคลินิกและพี่ๆน้องที่ทำงานที่คลินิกทุกคนช่วยเป็นธุระจัดเตรียม
ส่วนทางบ้านก็ได้รับความกรุณาจากน.ต.หญิงนุชยาฯและพี่กรฯซึ่งท่านเป็นพี่ที่ดิฉันเคารพและนับถือที่ท่านช่วยดูแลธุระต่างเกี่ยวกับทางบ้านให้ดิฉันในช่วงที่ดิฉันไม่อยู่
ดิฉันยังรู้สึกตื้นตันใจมากเลยที่พี่ๆทุกคนรักดิฉันและให้ความช่วยเหลือแก่เราเป็นอย่างดีช่วงบ่ายวันที่ดิฉันทราบผลดิฉันได้เข้ารายงานตัวที่กองบัญชาการทหารสูงสุดเพื่อทำเกี่ยวกับเอกสารที่จะเดินทาง
ทั้งพาสปอร์ต และวีซ่า
สำหรับการเดินทางและได้มีส่วนได้เข้าร่วมประชุมฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับแผนการเคลื่อนย้ายและได้มีโอกาสได้พบกับท่านผบ.กกล.
ท่าน ผบ.บุญชู เกิดโชค
ดูท่าทางท่านเป็นคนใจดีแต่ด้วยน้ำเสียงที่น่าเกรงขามของท่านในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาท่านได้ให้แนวทางในการปฏิบัติงานแก่เราว่าในเรื่องการทำงานให้ทุกคนตั้งใจในการปฏิบัติงานการปฏิบัติตน
ในการปกครองให้สิทธิทหารหญิงเท่าเทียมกับทหารชายให้ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบและวินัยในที่ดีของทหาร
และสิ่งหนึ่งที่ท่านขอคือไม่ให้ดื่มเครื่องดองของเมาขณะที่ปฏิบัติงานตลอดภารกิจ
หากผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ากระทำผิดจะดำเนินพิจารณาโทษจากนั้นก็ได้แยกย้ายกันไปเตรียมอุปกรณ์ข้าวของต่างๆรวมทั้ง
เมื่อได้ข้าวของพร้อมแล้ววันรุ่งขึ้นดิฉันก็พร้อมที่จะเดินทาง
เราเข้ารายงานตัวที่พระราชวังเดิมเพื่อพบกับผบ.ทรและได้รับโอวาทจากท่าน
วันนั้นรู้สึกว่าจิตใจของดิฉันพองโตเหลือเกิน
ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่เป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวที่ยืนสง่างามท่ามกลางผู้ชายชาตรี
มันเป็นความภาคภูมิใจที่อย่างน้อยก็ให้เขารู้ว่าผู้หญิงก็มีความกล้าหาญ,เข้มแข็งและมีความสามารถไม่แพ้ผู้ชายเลย
หลังจากที่พวกเราเข้าพบและรับโอวาทจากท่านผู้บัญชาการกองทัพเรือแล้ว
ดิฉันก็ได้รายงานตัวที่กองบัญชาการทหารสูงสุดที่นั่นมีพี่น้องๆ
ที่จะเข้าร่วมชะตากรรมเดินทางไปกับพวกเรารวมแล้วกว่า
400
กว่าชีวิตมาจากที่ต่างๆทั่วประเทศทั้งเหนือ
ใต้ ตะวันออก ตะวันตก
อีสานพูดง่ายๆว่านอกจากจะรวมกองทัพบก
กองทัพเรือ 13
นายและกองทัพอากาศอีก 13
นายที่เหลือเป็นกำลังพลที่มากจากทุกที่ในประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปปฏิบัติราชการที่เมืองอิรัก
พร้อมกันและร่วมชะตาเดียวกัน
สำหรับที่พักของผู้หญิงถูกจัดแยกสัดส่วนออกจากผู้ชายคือพักกับชุดเตรียมข้าวของในส่วนของส่วนล่วงหน้าที่จะเดินทางไปก่อนพวกเรา
เป็นส่วนของกองสันติภาพและกองบัญชากการทหารสูงสุดที่นั่น
ดิฉันได้พบกับพี่ๆพยาบาลหญิงและพี่มาเรียมทั้ง
4 คนในชุดแรก
ดิฉันต้องปรับตัวให้เข้ากันเนื่องจากว่าเราต้องไปทำงานที่นั่นร่วมกันความยุ่งยากใจในการปรับตัวของดิฉันไม่ค่อยมีปัญหาเลย
ถึงแม้ว่าในที่นั้นดิฉันจะถือได้ว่าอายุน้อยที่สุดแต่ดิฉันก็เป็นหนึ่งที่ไปในนามตัวแทนของทหารเรือ
ก็ต้องดูแลและรักษาเกียรติของพวกเราและด้วยความที่อายุน้อยและอาวุโสน้อยก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรอยู่แล้วในเรื่องการปรับตัว
ดิฉันก็ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ไปปฏิบัติงานในครั้งนี้
ดิฉันกับพี่ๆทุกคนใช้เวลาในการปรับตัวไม่นานนักเราก็เข้าขากันได้ดีไปไหนก็จะเฮไปด้วยกัน
ส่วนดิฉันก็พยายามจะสรรหาเรื่องตลกๆมาเล่า
คุยแลกเปลี่ยนกันเรามีความสนิทสนมกันเหมือนจะไม่มีการแบ่งแยกเลยว่าใครมากจากไหนเรารวมตัวกันเหมือนคนในครอบครัว
ใครคนหนึ่งหายก็จะถามถึงกันพอช่วงเย็นเราทุกคนก็รวมตัวประชุมใหญ่ที่หอประชุม
เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติงานแนะนำให้รู้จักกับผู้บังคับบัญชาและแนวทางในการปฏิบัติตัวต่างๆ
วันนั้นดิฉันกับพี่ๆไปเกือบจะลำดับสุดท้ายแต่ก็ได้เข้าร่วมสาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากอาคารอยู่ไกลและเราไม่ชินทางเลยหลงไปหน่อยเลยช้า
พวกพี่ผู้ชายเขาเลยแกล้งให้สมญาผู้หญิงทั้ง
5 คนว่า " กองร้อยอิสระ "
ซึ่งฟังดูแล้วก็น่ารักดี
แต่มันคงดูแปลกๆอยู่เหมือนกันสำหรับดิฉัน
เพราะจะเป็นคนที่ค่อนข้างเคร่งในเรื่องของระเบียบวินัยของทหารแต่ก็พอรับได้นะ
หลังจากที่เรียกรวมพลแล้วเราก็ได้เข้าร่วมติวเข้ม
เปล่าหรอกแค่ฟังการประชุมชี้แจงแนวทางในการปฏิบัติต่างๆ
เราได้รู้จักผู้บังคับบัญชาฝ่ายต่างๆส่วนใหญ่ที่เหมือนกันไม่ว่าทหารหญิงหรือชายคือเราต้องรักษาระเบียบและวินัยของทหาร
นอกจากนี้พวกเราได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆแต่ก็ไม่ได้ขู่อะไรมากนักเพราะกลัวจะเสียขวัญกันหมด
(
อันนี้ดิฉันคิดเองนะเดี๋ยวเกิดถอนตัวกันหมดแย่เลย
อิ ๆ )
พวกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีของประชาชนที่นั่น
เป็นต้นว่าที่นั่นไม่บูชารูปเคารพการสวมสร้อยพระโชว์นอกเสื้อถือว่าหมิ่นศาสนา
ห้ามลักขโมยมีคนบอกเราว่าโทษของบางประเทศลงโทษถึงตัดมือเลย
ส่วนเรื่องทหารชายจะเน้นเรื่องห้ามแตะเนื้อต้องตัวหญิงชาวอิรักเพราะเขาถือว่าหมิ่นศาสนาเช่นกัน
เพราะตามธรรมดาแล้วก็จะมีแต่ผู้ที่เป็นสามีเท่านั้นหากเป็นชายอื่นถือว่าไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะการป้องกันตัวบ้างเป็นการทบทวน
สอนวิธีการซุ่มโจมตีในรูปต่างๆ
การใช้อาวุธกฏการปะทะการตอบโต้ต้องได้รับคำสั่งเท่านั้น
เรียนรู้ภาษาอารบิกซึ่งการออกเสียงยากมากพูดง่ายๆว่าพอมาแปลเป็นคำอ่าน
ภาษาไทยสุดยอดเลยยออกเสียงยากม้ากมาก
ดิฉันแค่เปิดอ่านไม่กี่หน้ายังมึนๆนึกอยู่ในใจ
เราจะพูดได้เหรอนี่ยากน่าดูเลย
เอ้าเอาก็เอาน่าลองดูว่าแล้วก็ทักทายเอาแบบง่ายๆเช่นสวัสดี
อัลซะลามาเรกุม,ซิสมั้ก ชื่ออะไร
, ขอบคุณ ชูคราน, ซีร่า
เข้าแถว,อิสมาลีฟัสติช หรือ
ฟัสต้ะซวยยะ
ขอตรวจร่างกายหน่อย,อิ้มน่า
เลี้ยวขวา,อิ้มฉี่ ตรงไป
อะไรประมาณนี้ว่าแล้วเริ่มสนุกจะคุยกันรู้เรื่องไหมนี่
หลังจากที่เข้าร่วมฟังประชุมเสร็จ
เราก็กลับไปจัดแจงเตรียมข้าวของให้พร้อมเพราะอีก
2-3 วัน
เราก็ต้องเตรียมตัวเดินทางแล้วเสื้อผ้าเพิ่งไปติดต่อขอยืมมาได้
เห็นว่าต้องใช้ชุดเขียวระหว่างการปฏิบัติงานเราเตรียมไม่ทันเลยต้องไปเบิกชุดที่คลัง
ปรากฏว่ามีแต่ไซร้ผู้ชายตัวใหญ่ได้ตัวเล็กมา
1 ชุด
แต่แบบเก่าซึ่งยกเลิกไปแล้วแต่ก็ถูกระเบียบเอาก็ดีกว่าไม่มีใส่
สุดท้ายก็ได้ชุดของหมอคมสันให้มาอีก
1
ชุดพอได้เปลียนเรียกได้ว่าเตรียมแทบไม่ทันเลยส่วนเสื้อชุดพลางทะเลทรายที่ได้รับแจกมาสำหรับดิฉันก็มีปัญหาไม่น้อยเพราะขนาดใหญ่กว่าตัวเรามากๆทั้ง
large and long size
ฝรั่งใส่ยังลำบากเลยพอดิฉันใส่ทั้งไหล่ก็ตก
ชายเสื้อถึงหัวเข่า
ส่วนกางเกงเอวขนาดเย็บรูดล็อคแล้วใส่หุ่นขนาดดิฉันหน่ะต้องใส่
2 คน ถึงจะเต็มพอดี
เลยต้องมานั่งเย็บแก้ด้วยตัวเอง
ส่วนเครื่องหมายต่างๆพี่เขาทำมาให้มีจำกัดเลยต้องเย็บแขนเสื้อสำหรับติดแปะตีนตุ๊กแกไว้เวลาเราติดและเวลาซักจะได้ถอดเครื่องหมายสะดวก
ดิฉันเย็บอยู่จนดึกเลย
วันที่ 27 ก.ย. 46
เป็นวันที่ใครหลายๆคนตื่นเต้นเพราะหลายคนนัดญาติมาจากต่างจังหวัดเพื่อทำพิธีส่งทหารไทยผลัดที่
1 ไปร่วมกับกองกำลังนานาชาติ
เป็นที่น่าเสียดายสำหรับดิฉันที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มาด้วยดิฉันเป็นคนบอกไม่ให้มาเอง
เนื่องจากบ้านของอยู่ไกลเดินทางลำบากคุณพ่อ-คุณแม่อายุมากแล้วสงสารท่านเลยบอกว่าแค่ส่งกำลังใจมาให้ก็พอ
พอเล่าให้คุณแม่ฟังว่ามีพิธีส่งด้วยคุณแม่ดิฉันถึงกับปล่อยโฮ
เลย ดิฉันเองก็ได้ปลอบใจ
เพราะครอบครัวเราปกติดิฉันจะกลับบ้านทุกเดือน
เที่ยวนี้ไปหลายเดือนคุณแม่ท่านคงอดคิดมากคิดถึงเราไม่ได้
แต่ทำได้แต่ปลอบใจบอกท่านว่าดิฉันไปปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญเพื่อชาติเพื่อกองทัพเรือและเพื่อให้คุณแม่และคุณพ่อภูมิใจ
บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกดิฉันเอาตัวรอดได้
ธรรมดานะที่พ่อแม่ของทุกคนคนมักจะมองว่าลูกยังเด็กเสมอแต่สำหรับดิฉัน
คุณแม่มักจะสอนให้ตัดสินใจเองอยู่แล้ว
วันนั้นดิฉันเองก็คิดไม่ถึงนะว่าจะมีสื่อมวลชนให้ความสนใจทหารหญิงทั้ง
5
คนมากมายขนาดนี้พูดง่ายๆว่าเกือบทุกฉบับเลยคุณแม่ของดิฉันยังอุตส่าห์ไปตามเก็บมาจากหนังสือพิมพ์ต่างๆมาเพียบเลย
ท่านคงภูมิใจเอามากๆ
ส่วนของดิฉันมีสถานี ข่าว CNN
มาสัมภาษณ์ดิฉันถามว่า
"รู้สึกอย่างไรกลัวไหมกับการที่จะต้องไปปฏิบัติงาน"
ดิฉันก็ตอบตามความคิดของตัวเองว่า
"ดิฉันไม่กลัวหรอกเพราะพวกเราต้องการช่วยเหลือประชาชนชาวอิรักด้วยความจริงใจ"
แล้วก็ยิ้มเหมือนนางสาวไทยเวลาตอบคำถามอะไรประมาณนั้น
ซึ่งเขาถึงกับยิ้มและพยักหน้า
บอกตรงๆว่าตอนนั้นว่าไม่ได้ตั้งตัวแต่ที่ตอบไปเพราะสามัญสำนึกของเราเอง
วันนั้นเป็นภาพที่ประทับใจพ่อแม่ลูกกอดคอกันร้องให้บางคนก็เป็นห่วงก็มีหลายคนเหมือนกันที่ไม่มีญาติมาร่วมงานเช่นเดียวกับดิฉัน
แต่โชคดีที่ได้คุณแม่ของรุ่นน้องเอาพวงมาลัยมาคล้องให้
ดิฉันแทนคุณแม่ซึ่งไม่ได้มายังจำภาพเหล่านั้นได้อย่างติดตา
ผู้คนมากมายมาจากทุกสารทิศหนาหูหนาตามากเลย
มีหลายๆคนพอเห็นว่าเป็นทหารหญิงที่จะไปปฏิบัติงานครั้งนี้ด้วยก็เข้ามาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก
เล่นเอาดิฉันแอบรู้สึกปลื้มอยู่เล็กๆไปด้วยในความรู้สึกลึกๆมันบอกว่านี่แหล่ะคือความภูมิใจในชีวิตซึ่งยากจะหาโอกาสเช่นนี้ได้บ่อยๆ |