บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

อัศสุชล >>

ฉัน..กลัว :

ฉัน..กลัว


๐๒.๒๕ น.

สะดุ้งตื่นจากความฝัน
ฝันที่ฉันวิ่งหนีใครสักคนท่ามกลางความมืด
เหนื่อยแทบขาดใจ
ไม่รู้ว่ามุ่งหน้าไป ณ ที่แห่งใด
แต่ในฝันนั้นฉันรู้เพียงว่าฉันต้องไป
ตื่นลืมตา…
ความหวาดกลัวเมื่อครู่ยังไม่ได้จางหนี
เหลียวมองรอบตัว..
ไม่มีใคร ไม่เหลือใคร
ฉันลำพัง ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ
ในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล

ศรีษะหนักอึ้ง เจ็บร้าวไปทั่ว ปานว่าจะแตกเป็นเสี่ยง
เหงื่อโทรมตัว
แม้ห้องพักจะเย็นเฉียบภายใต้แอร์คอนดิชั่น
อาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวกยังทรงอยู่
สายออกซิเจนสีเขียวยังคงพาดผ่านจมูก
ยิ้มเยาะกับตัวเอง..
น่าขันสิ้นดี นี่แม้แต่การหายใจ
ฉันยังต้องอาศัยสิ่งอื่นช่วยเช่นนั้นหรือ

ยกแขนซ้ายขึ้นมาสำรวจความเจ็บปวดของตัวเอง
บริเวณที่ถูกเข็มน้ำเกลือทิ่มแทงบวมเบ่ง
เลือดสีสดไหลย้อนขึ้นมาตามสายน้ำเกลือคะเนได้ยาวเกือบจะหนึ่งคืบ
ฉันค่อย ๆ จัดสายน้ำเกลือให้เข้าที่เข้าทาง
หวังให้น้ำเกลือเข้าแทนที่เลือดสีสดนั่น
แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล
สีแดงสดของเลือดในสายน้ำเกลือไม่มีท่าทีว่าจะลดลง
ฉันมองมันนิ่ง ๆ นึกเย้ยหยันตัวเอง
นี่ฉันควบคุมสิ่งใดภายในตัวฉันได้บ้าง
ความรู้สึก จิตใจ หรือสิ่งใด ๆ
ฉันก็มักปล่อยให้มันเป็นไปตามครรลองของมัน
เพราะเมื่อมันถึงที่สุดแล้ว
มันก็คงจะหยุดนิ่ง หรือ สลายไปเอง
และครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉันยังคงปล่อยให้เลือดมันไหลย้อนอยู่เช่นนั้น
วางมือข้างนั้นลงข้างตัว อย่างไม่ได้ให้ความสนใจมันอีก

มองดูน้ำเกลือหยดจากกระปุก
ทีละหยด ทีละหยด
ช่วงเวลาในการหยดแต่ละครั้ง
ทำไมช่างเนิ่นนาน
เมื่อใดหนอจะจบสิ้น
แขนฉันมันเจ็บร้าว และล้าเต็มทีแล้ว
…
ภายในห้องเงียบนิ่ง
ได้ยินแม้เสียงเดินของเข็มวินาที
ของนาฬิกาแขวนเรือนเดียวในห้อง
ก่อนหน้าฉันมักรู้สึกเสมอว่า
เวลาในแต่ละวันของฉันทำไมมันช่างรวดเร็วนัก
แต่กับค่ำคืนนี้ …
แต่ละวินาทีมันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ….
เข็มวินาทีมันทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์
ใจฉันต่างหาก ที่มันพยายามจะหลีกหนีความเปล่าดายในเวลานี้

ฝนกำลังตกอยู่นอกกระจกบานใหญ่ด้านหนึ่งของห้อง
ฉันมองเห็นผ่านผ้าม่านที่เปิดทิ้งไว้บางส่วน
ฟ้ากำลังคะนอง
เสียงครืน ครืน ของฟ้านั่นมักทำให้ฉันยกมือขึ้นอุดหูเสมอ
ฉันเกลียดเสียงฟ้าคำรามนั่น
ฉันหวาดกลัวกับเสียงนั้น
แต่ครั้งนี้ ฉันกลับนิ่งเฉย
คงเป็นเพราะฉันอยู่ในห้องที่ปิดสนิท
เสียงที่ฉันได้ยินนั่นจึงไม่น่าหวาดกลัวนัก…
แต่นั่นเอง
ฉันยังหวาดกลัวกับแสงวาบ วาบ จากฟ้าไกล ๆ นั่นอยู่ดี
ฉันหลับตาลงทุกครั้งที่มองเห็น เหมือนเป็นปฏิกริยาป้องกันตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
น่าขันสิ้นดี
ฉันผู้หลงไหลกับสายฝนพรำ
แต่กลับหวาดกลัวกับสายฟ้าและเสียงคำรามจากฟ้านั่น
เจ้าปรากฏการธรรมขาติที่มักมาพร้อมกับสายฝน
ฉันจำได้ว่า ..
ครั้งหนึ่งฉันเคยถูกพ่อตี
เพียงเพราะความกลัวไม่เป็นเรื่องเรื่องนี้
วันนั้นฉันร้องไห้อย่างบ้าบอ
หมกตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า เพื่อหลบหนีจากสายฟ้าและเสียงคำรามนั้น
ใช่ฉันกลัว … ฉันกลัวอย่างไม่น่าที่จะกลัวได้ …
กับสิ่งที่ฉันทำ กับสิ่งที่พ่อมองเห็น
ทำให้พ่อโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“ฉันไม่เคยสอนให้กลัวในสิ่งที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล” พ่อบอกอย่างนั้น
วันนั้นไม่เพียงรอยไม้เรียวที่ฉันได้รับ
ฉันยังโดนจับให้ยืนกลางฝน
ร้องไห้อย่างหวาดกลัว ท่ามกลางฟ้าคะนองนั้น

และวันนั้น..
ฉันรู้สึกได้ว่าอ้อมกอดของแม่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุด
แม่ช่วยฉันจากไม้เรียวของพ่อ
ช่วยฉันจากความหวาดกลัวกลางฟ้ากลางฝนนั้น
ตอนนั้นฉันยังเด็กนัก
ฉันยังมีอ้อมกอดของแม่คอยปลอบประโลม
แต่เมื่อฉันโตขึ้น
ฉันกลับขลาด-อายที่จะบอกใครถึงความหวาดกลัวในเรื่องนี้
บ่อยครั้งที่ฉันร้องไห้เพียงลำพังเมื่อตกอยู่ในภาวะนั้น
แม้ฉันจะหวาดกลัวปานใด
ร้องไห้เช่นไร ก็มีเพียงฉัน
ฉันเพียงลำพังเท่านั้น ไม่มีใคร

หรือว่าครั้งหนึ่ง ฉันเคยมี ??
ใช่ ฉันเคยมี…
ฉันเคยมีใครคนหนึ่ง
ใครสักคน ที่รับรู้ถึงความหวาดกลัวในใจฉัน
ขณะที่อยู่ลำพังในวัน ฟ้าฝนคะนอง
เขามักโทรศัพท์มาหา มาบอกกล่าวความห่วงใย
ไม่ให้ฉันหวาดกลัวอย่างเดียวดายนัก
ฉันอุ่นใจเสมอเมื่อยินเสียง
แต่นั่นแหละ
เขาคนนั้น ก็เป็นแค่ใครสักคนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
เราต่างไม่ใช่คนของกัน
ต่างไม่ใช่ใครที่อีกคนกำลังตามหา
ต่างมีวิถีที่เราต่างเลือกที่จะก้าวไป
สุดท้าย ฉันก็แค่เคยมี….

ค่ำคืนนี้ …
ฉันจะลองต่อสู้กับความหวาดกลัวในใจตัวเองดูสักครั้ง
ฉันมักเข้มแข็งกว่าที่ใคร ๆ คิดเสมอไม่ใช่หรือ..
ฉันลุกลงจากเตียง ถอดเอาสายออกซิเจนออกจากจมูก
ลากเอาเสาที่แขวนกระปุกน้ำเกลือเดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่ฝั่งหนึ่งของห้อง
เปิดผ้าม่านออกจนหมดมองดูสายฝนตรงหน้า
และบัดนั้นเอง
สายฟ้าพาดผ่านฟ้าไกล
ฉันหลับตานิ่ง
ยินเสียงฟ้าคำรามอย่างตื่นกลัว…

ฉันปิดผ้าม่าน
ฉันมองไม่เห็นฟ้าไกลนั่นอีกแล้ว

สุดท้ายฉันก็ยังคือฉัน
ที่แม้จะหลงไหลในสายฝนพรำเพียงใด
ในใจก็ยังหวาดกลัวกับแสงแวบวาบพาดฟ้า และ เสียงคำรามที่ดังกึกก้องนั่นอยู่ดี


เขลางค์-นคร ราม
---------------------------------------------
๒๙.๐๓.๒๕๔๖


โดย : อัศสุชล : tou_lek@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 11 : 12 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook