บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

อัศสุชล >>

อีกคราที่ความรักถูกกล่าวโทษ :

อีกคราที่ความรักถูกกล่าวโทษ


ข้างหน้าต่างบานใหญ่
ที่สามารถมองออกไปได้ไกล
เห็นรถราวิ่งไป-มาบนท้องถนน
เห็นต้นไม้ เห็นสีของแดด
ฉันมองเห็นเธอ
เธอกับแววตาเหม่อลอย
เธอนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
เช่นกัน ฉันยืนนิ่งงันอยู่ตรงนี้
มองดูภาพของเธอตรงหน้า
ฉันยังไม่แน่ใจนัก
ว่าการกล่าวทักทายเธอในไม่ช้านี้
คนดี จะยังจดจำฉันได้ไหม

ฉันกล่าวเรียกชื่อเธอ
เธอละสายตาจากภาพตรงหน้าที่มองอยู่เมื่อครู่
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
แต่แววตาเธอยังฉายแววหม่นเศร้า เฉกเช่นเดิม
ใครหนอ ….. ใครกัน
สร้างร่องรอยเศร้าสร้อยไว้ในดวงตาคู่สวยคู่นี้

ฉันนั่งลงเคียงข้างเธอ
เราต่างมองไปนอกหน้าต่างตรงหน้า
เธอกล่าวถาม มาหาหรือ
ฉันยิ้มและตอบรับ ใช่ฉันมาหาเธอ
เธอยิ้ม และถามไถ่ถึงใครอีกคนที่เธออยากพบเจอ
ฉันยิ้ม และตอบกลับไป เขามาไม่ได้ แต่ฝากของมาให้เธอ
เธอยิ้มเต็มแก้ม และร้องขอถึงสิ่งที่ฉันนำมาให้
ฉันหยิบภาพสีน้ำที่ฉันวาดเองส่งให้เธอ
เธอยินดีกับสิ่งที่เธอได้รับ
แววตาหม่นเศร้าเมื่อครู่จางหาย
และถามกลับมาว่า เขาวาดให้เธอใช่ไหม
ฉันนิ่งเฉยแทนคำตอบ
เธอยังคงยิ้ม และพร่ำบอก เขารู้ว่าเธอชอบทะเล
เขามักพาเธอไปเที่ยวทะเลบ่อย ๆ
เธอบอกเล่าถึงความสวยงามของทะเลต่ออีกมากมาย
ทะเลของเธอช่างมีสีสัน
มันงดงามเกินกว่าภาพวาดในมือเธอยิ่งนัก
ฉันมองเห็นรอยยิ้ม ฉันได้ยินเสียงหัวเราะ
รอยยิ้มของความอิ่มเอมในการเล่าขาน
เสียงหัวเราะของความสุขที่เกิดขึ้นจากภายใน

เธอยังคงเล่า
ขณะที่ฉันกำลังรับฟังพร้อมรอยยิ้ม

เวลาผ่านไป
เธอเริ่มนิ่งเฉย เสียงหัวเราะจางหาย
รอยยิ้มบนใบหน้าเมื่อครู่หายไป
น้ำตาเริ่มรินไหลออกมาแทนที่
เธอบอก เขาไปแล้ว
เขาจากเธอไปแล้ว เธอไม่มีเขาอีกแล้ว
ฉันจับมือเธอไว้
พร่ำบอก ไม่มีใครจากไปไหน
สักวันเขาจะกลับมาหาเธอ
ร้องขอให้เธอเชื่อในสิ่งที่ฉันพูด
แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผล
น้ำตาเธอยังไหลเป็นสาย
พร่ำบอกฉันเช่นเดิมว่า เขาไม่มีวันกลับมาหาเธออีกแล้ว
ฉันโอบกอดเธอไว้
สักพัก เธอเริ่มดีขึ้น
ฉันค่อย ๆ เช็คน้ำตาบนใบหน้า
แววตาเธอนิ่งเฉย
เหมือนร้างไร้ความรู้สึก

เธอมองกลับไปยังนอกหน้าต่าง
แต่ครั้งนี้ แววตาเธอเริ่มเปลี่ยนไป
อารมณ์เธอเริ่มเปลี่ยนแปลง
เธอยืนขึ้น ร้องตะโกน
ฉันจะฆ่ามัน ฉันจะฆ่ามัน
รูปภาพในมือ ถูกเธอฉีก ฉีก และ ฉีก
จนแทบไม่หลงเหลือความงดงาม
มันฉีดขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เท่าที่สองมือของเธอจักทำได้
เธอด่าทอ”เขา”
“เขา”ที่เธอพร่ำบอกว่าเธอรักหนักหนาเมื่อครู่
เสียงเธอเริ่มดังขึ้น ๆ
ขณะที่ฉันเริ่มทำอะไรไม่ถูก
เธอพร่ำพูดทั้งน้ำตา
เธอเกลียดคนทั้งโลก
ไม่มีใครรักเธอจริง
ทุกคนต่างทิ้งเธอไปกันหมด
ฉันพยายามเข้าไปสัมผัสเธอตรงหน้า
เผื่อเธอจะรับรู้ได้บ้างว่า
เธอยังมีฉันอยู่ตรงนี้
ฉันบอกเธอ หลายต่อหลายครั้ง
ว่า เธอยังมีฉัน
ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีใคร
เธอหยุดนิ่ง
เสียงตะโกนด่าทอเมื่อครู่ เงียบหาย


เธอมองหน้าฉัน
มองอยู่นาน จนฉันรู้สึกถึงความเฉยชา
แววตาเหม่อลอยของเธอคืนกลับมา
ย้อนถามฉันกลับมาว่า
ฉันเป็นใครกัน
ฉันบอกกล่าวถึงตัวฉันให้เธอได้ฟัง
แต่มันก็ เปล่า-สูญ
เธอบอก เธอไม่รู้จักฉัน
เราไม่รู้จักกัน

เธอหันซ้ายแลขวาเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง
ฉันถามเธอว่าเธอกำลังหาอะไร
เธอบอก เธอกำลังหาเสื้อสวยที่เขาเพิ่งซื้อให้
เธอจะใส่มันไปทะเล
เธอก้มลงหยิบเสื้อของคนป่วยที่ทางโรงพยาบาลจัดให้มากอดไว้
อวดอ้างกับฉันว่า นั่นเองคือชุดสวยของเธอ
เธอกล่าวชวนฉันไปทะเลกับเธอ
ฉันส่ายหน้า พร้อมรอยยิ้ม
รอยยิ้มสวยของเธอกลับมาทักทายฉันอีกครั้ง
เธอบอกกับฉันว่าเธอต้องไปแล้ว
เธอกำลังจะไปทะเลกับเขา

เธอเดินจากไปแล้ว
ไปยังโลกความฝันของเธอ
และนี่คงเป็นอีกครั้งที่ความรักถูกกล่าวโทษ

เธอจะเชื่อไหม ถ้าฉันจะบอกเธอว่า
ฉันกำลังนึกอิจฉาในความเป็นไปของเธอ
โลกของเธอช่างสร้างได้ง่ายดายเพียงแค่นึกฝัน
ทุกอย่างมิได้เสแสร้งใด ๆ สิ่งที่เธอกระทำนั้นคือสิ่งที่เธอคิด เธอรู้สึก
มันมาจากจิตใต้สำนึกของเธอโดยแท้
นี่คงเป็นอีกด้านของชีวิตกระมัง
ที่มีมืด มีสว่างให้มองเห็น
เธอมองเห็นตัวเธอแม้ในความมืด
ขณะที่ฉัน แม้ในความสว่าง
บางครั้งยังหาความเป็นตัวเองไม่เจอ
มันถูกปิดกั้นไปด้วย หน้ากาก หน้าที่ และตัวแปรอีกร้อยแปด
ฉันยิ้มเยาะกับความเป็นชีวิต
คนดี กับ คนบ้า คนใดกันหนา
ที่ชีวิตสรรหาความสุขได้ง่ายกว่ากัน
ได้ยิ้มได้หัวเราะ ขณะที่สุขใจ
ไม่ต้องกังวล หรือเกรงกลัวต่อสิ่งใด
ได้ร้องไห้ ได้คร่ำครวญ ขณะที่หม่นเศร้า
ไม่ต้องอับอายต่อสายตาใคร ดุจว่า
น้ำตาเป็นการแสดงออกที่เป็นสาธารณะ
ไม่ต้องสวมหน้ากากสังคมหนักอึ้ง
ไม่ต้องนึกถึงหรือแคร์อะไรกับสังคมนัก
ชีวิตหนึ่งชีวิตกับสิทธิโดยชอบธรรม



ฉันกำลังนึกสนุก ลองทำตัวเป็นคนดีแกล้งบ้า ดูสักทีจะดีไหม
เผื่อว่าอะไร ๆ จะดีขึ้น



โดย : อัศสุชล : tou_lek@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 10 : 20 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook