บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

ธีรนันท์ >>

จุดหมายเดียวกัน :

จุดหมายเดียวกัน


สามแยก
วันนี้อากาศร้อนจัด
อุณหภูมิในร่างกายสูงจนก่อให้เกิดเม็ดเหงื่อผุดขึ้นพร่างพรายทั่วใบหน้า
แม้กระทั่งใต้ร่มผ้าก็ไม่เว้นวาง
ผมยืนรอรถเมล์สายหนึ่ง นานประมาณ 15 นาทีแล้ว
ด้วยดวงใจและสายตาที่จดจ่อรอคอย..ความกระวนกระวายก่อเกิดในดวงจิตดุจดังระลอกคลื่นที่คลุ้มคลั่งถาโถมสาดซัดโขดหินและและทรายขาว..ให้แตกกระเจิง
15 นาทีต่อมา ผมรีบก้าวขาให้ยาวที่สุด พาสังขารอันร่วงโรยด้วยวัยที่ผุกร่อน
เพื่อที่จะกระโดดขึ้นรถเมล์สายที่ต้องการ ซึ่งจอดเพียงแค่ไม่ถึงอึดใจ
ก็พร้อมที่จะทะยานตัวรถออกไปข้างหน้าทันที
สายตาสอดส่ายหาที่นั่งซึ่งเลือกไม่ค่อยได้นัก
ผมก้าวขาไปตามน้ำเพราะรถเมล์กระชากตัวรถออกไปข้างหน้าทำให้เซถลาเสียหลัก
แต่ไม่ถึงกับล้มลง
มือเกาะราวเบาะด้านบนเยื้องย่างไปสู่จุดหมายคือเบาะหลังสุดติดหน้าต่างด้านซ้าย
ผมนั่งลงพร้อมด้วยอาการถอนหายใจ ตามองออกไปริมนอกหน้าต่าง
วรจักร
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาจากกระเป๋าใบเล็กของหญิงสาววัยกำดัด ซึ่งอยู่ในชุดนักศึกษา
เสื้อสีขาวรัดรูป แขนเสื้อสั้นติดไหล่กลมมน
แขนเรียวยาวประดุจสลักเสลาจากเนื้อหยกชิ้นดี กระโปรงสีดำสั้น ช่วงขาเรียวยาวไร้ตำหนิ
เธอรีบเปิดกระเป๋าสีดำใบเล็กหยิบโทรศัพท์ยี่ห้อดังขึ้นมา กดรับ
พร้อมกรอกเสียงอันชวนวาบหวามลงไป
“เมย์ค่า..”
“มีอะไรหรือเปล่า..เออรู้น่าว่าคิดถึง..ก็กำลังจะไปหาเนี่ย..เจอกันที่ศึกษาภัณฑ์นะ
จ้า..หวัดดีจ้า”
“เฮ่ย..ปอ” เธอสะกิดเพื่อนสาวซึ่งนั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างให้หันมาสนใจเธอพูด
“เสียงเค้าบ่งบอกว่าคิดถึงเรามาก รู้เปล่านี่แน่ะถ้าเจอเขาจะกระโดดกอดให้หายคิดถึงเลย”
“อือ”…… กริ๊ง ๆ ๆๆ
“เฮ้ย เมย์ รอเราแป๊บนะเรารับโทรศัพท์ก่อน” เธอพยักหน้าพร้อมกับหันสายตาดูรอบข้าง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ กรอกเสียงลงไป
“ใครคะ .. แม่งไอ้เหี้ย กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าเราไม่มีอะไรจะคุยกันอีกแล้ว
อย่ามายุ่งกับกูนะ ไปตายซะไป” เธอกด
โทรศัพท์ทิ้งพร้อมทั้งคำหยาบที่สบถออกมาจากปากจิ้มลิ้มสีแดงระเรื่อ
“สัตว์เอ๋ย”
ผมนั่งมองเธอด้วยดวงจิตอันหดหู่ปนอยากรู้ความเป็นมาและเป็นไปของเธอ..
ปอย ผมม้า หน้าใส ไร้สิวเสี้ยน มีสิวหัวช้างเม็ดใหญ่ที่แก้มซ้าย ใบหน้าหม่น แววตาหมอง
เป็นภาพที่ขัดกันแต่ก็ให้ความงามที่ลงตัวอย่างที่ผมไม่เคยพบเห็นมาก่อน
จิตใจผมเริ่มที่จะให้ความสนใจเธอ มาก มากจนกระทั่งผมเองยังรู้สึกประหลาดใจ
ปอย คนแปลกหน้า บนรถเมล์
แววตาที่สามารถหลอมละลายบุรุษผู้พบพานให้สยบอยู่ในอำนาจด้วยความยินยอมพร้อมใจ
“เป็นอะไรมากเปล่าวะปอย อย่าไปใส่ใจเลยกับไอ้คนชั่วประเภทนั้น เสียเวลา เสียความรู้สึก
เสียตัว มีแต่สิ่งที่จะต้องสูญเสีย ไม่มีได้ อย่าคิดมากนะ คิดมากไม่สวยน๊า หน้าแก่
ผมหงอก ตีนกาถามหาด้วย เอ๊า..”
เมย์เพื่อนของเธอพยายามดึงอารมณ์ของเธอให้เข้าสู่บรรยากาศที่เป็นสุข..
“เอาล่ะ เอาล่ะ ฉันจะไม่ยุ่งกับเธอก็ได้นะ ถ้าเธออยากอยู่เป็นทุกข์อย่างนี้ตลอดไป
ก็ตามใจเธอ แต่ฉันไม่สบายใจรู้เปล่า ถ้ารักเขาก็จงตัดใจจากเขา
เพราะความรักต้องนึกถึงตัวเองด้วย มันไม่มีเงื่อนไขอะไรที่จะมารองรับว่า
การอยู่กับเขาจะทำให้เราและเขาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข
ถ้าเราเป็นฝ่ายรักเขาเพียงข้างเดียวโดยทีเขาไม่เคยเหลียวแลและใส่ใจความรู้สึกของเราเลย”
ในความอึกทึกของรถเมล์ที่แล่นไปด้วยความเร็วสูงและเสียงครางของเครื่องยนต์รอบตัวความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ
ความเงียบของดวงจิตของเธอ
ปอย กระโปรงยาวปกคลุมเข่า เค้าหน้าคุ้นเคยสำหรับผม
คุณเคยรับรู้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ไหม ความรู้สึกที่พบใครสักคนแล้วถูกชะตา
คุ้นเคย เหมือนกับเคยอยู่ร่วมกันมาก่อน วางใจ โดยไม่มีเงื่อนไข ผมรู้สึกเช่นนี้
มันไม่ใช่ความรู้สึกหลอน และไม่ใช่การหลอกตัวเอง เพราะผมมีสติอยู่ร้อยเปอร์เซนต์
ผมนั่งสมาธิทุกวันประมาณสิบนาทีก่อนนอน พระที่วัดป่าต่างจังหวัดแนะนำผม
เมื่อผมตกอยู่ในอารมณ์เดียวกันกับหญิงสาวนามว่า ปอย ซึ่งนั่งอยู่เบาะด้านหน้า
ผมเหม่อมองใบหน้าของเธอ เธอไม่รู้สึกตัว เพราะอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว
ผมอยากช่วยให้เธอพ้นจากอารมณ์นี้ ผมสาบานกับกระเป๋าคนขายล๊อตเตอรี่ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ
ผมว่า “ผมต้องช่วยให้เธอพ้นจากอารมณ์อันเศร้าโศรกไปสู่อารมณ์อันเป็นสุขให้ได้ สาธุ”
พร้อมกับยกมือไหว้ในใจ
เพราะคงไม่มีใครคิดว่าผมปรกติแน่นอนถ้ายกมือไหว้กระเป๋าล๊อตเตอรี่ คนขาย
เป็นชายวัยกร้านชีวิต สวมเสื้อสีลายตัดเขียวขาว ดำด่าง กางเกงยีนส์ ขาด หม่น นั่งหลับ
ไม่รับรู้เรื่องราว
วัดราชนัดดาราม
พระในวัดนี้เป็นอย่างไรหนอ จะเป็นเหมือนหลายวัดที่ตกเป็นข่าวหรือไม่หนอ
ถ้าเราจะเข้าไปหาปรึกษาปัญหาชีวิตจะได้ไหมหนอ
แล้วถ้าเราแนะนำปอยให้ไปปรึกษากับพระในวัดนี้จะดีไหมหนอ หลวงพี่ หลวงพ่อ หลวงเณร
คงมีวิธีแก้ปัญหาสินะ เพราะธรรมะก็เป็นยาแก้ปัญหาชีวิตที่ดีที่สุด
บรรยากาศวัดนี้ก็สงบร่มรื่นดี คงมีวิธีการสอนธรรมะที่ได้ผลดี ผมคิดเพริด
ครั้งหนึ่งผมเคยนั่งคุยกับหลวงพี่ที่ต่างจังหวัดเรื่องทั่ว ๆ
ไปมีอยู่ตอนหนึ่งหลวงพี่บอกว่า
`คนที่เป็นคนอย่างสมบูรณ์นั้นจะต้องมีองค์ประกอบหลายประการทั้งความรู้และความประพฤติ
หนึ่งในนั้นจะต้องเป็นคนที่ อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ แข็งแกร่งแต่ต้องไม่แข็งกระด้าง
แข็งแกร่งต้องอ่อนโอน อ่อนโยนต้องเข้มแข็ง ฟังง่ายแต่เข้าใจยาก แต่ผมก็ชอบ
ผมตัดสินใจพาสังขารอันร่วงโรยลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเธอทั้งในขณะที่รถวิ่งอยู่
พร้อมคำถามคำตอบที่เตรียมไว้ในใจท่องมาสามสิบจบตั้งแต่เห็นหน้าเธอ
“เอ่อ..อ่า..ขอโทษนะครับผมพีครับ”
“เราเคยรู้จักกันเหรอค่ะ” เสียงจากปากน้อย ๆ
ของหญิงสาวชื่อเมย์เพื่อนเธอถามปนอาการประหลาดใจอย่างเปี่ยมล้น
“เอ่อ..คือว่าผม ๆ คุณเมย์ เอ้ยคุณ ๆ..”
ผมหันไปมองหน้าปอยด้วยดวงตาที่คุ้นเคยแต่ไม่เคยชิน “ปอย เพื่อนเมย์ค่ะ”
“ใช่ ๆ คุณปอยมีเรื่องหนักใจใช่ไหมคับ เล่าให้ผมฟังได้ไหม ผมอยากช่วยนะครับ”
“ช่วยยังงัย” คำถามแรกโพล่งจากปากหญิงสาวหน้าใส ไร้สิวเสี้ยนมีแต่สิวหัวช้างเม็ดหนึ่ง
ที่แก้มซ้าย นามว่าปอย โอ้พระพุทธเจ้าผมอุทานออกมาด้วยเสียงอันดังในใจ
ในที่สุดเธอก็พูดกับผม
“ไปวัดงัยครับ ผมจะพาคุณไปฟังเทศน์หลวงพ่อ หลวงพี่ หลวงเณร
รับรองคุณจะต้องหัวเราะจนน้ำตาเล็ดอย่างมีความสุข”
ปอย ใบหน้าหมอง แววตาหม่น สวยอย่างลึกลับ เดาความรู้สึกยาก เธอยิ้มที่มุมปาก
ไม่มีคำตอบจากปากของเธอ ความเงียบเข้าปกคลุม ผมใจเต้นโครมคราม รอคอย
“ขอบคุณค่ะในความหวังดี แต่ฉันมีวิธีที่ดีกว่านี้”
ผมพยายามชวนเธอคุย
ยกความดีของการเข้าวัดตั้งแต่การได้บุญกุศลมหาศาลเมื่อถวายทานแก่พระสงฆ์
การได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตจากการฟังธรรมะในทางพระพุทธศาสนา
การที่มีจิตใจสงบนิ่งไม่วุ่นวายเมื่อนั่งสมาธิ การตัดสินใจที่ไม่ค่อยผิดพลาด
มีสติอยู่ทุกเมื่อ จนกระทั่งถึงกับได้กินข้าวฟรี ให้เธอฟัง
สีหน้าของปอย แววตาของเมย์ บ่งบอกว่าเบื่อหน่าย ผมก็เมื่อยปาก
แต่เหนื่อยใจมากกว่าผมตัดสินใจย้ายก้นของตัวเองมานั่งลงที่เบาะเดิม
คนขายล๊อตเตอรี่ตื่นตั้งแต่เมื่อไร ผมไม่อาจทราบได้ แต่รับรู้ถึงสายตาแปลกประหลาดของเขา
และอีกหลายคนที่จ้องมองมา “เธอคงอาย” ผมคิดเข้าข้างตัวเอง
ราชดำเนิน (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย)
ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว ผมมาที่นี่ด้วยกิจธุระจำเป็นที่สุดในชีวิต ให้ตายสิ
ไม่อยากเชื่อเลยผ่านมาตั้งหลายปีที่นี่ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนเดิม
ทุกครั้งที่ผมกลับมาที่นี่ผมอยากจะร้องก้องให้กับความผิดพลาดของชีวิตหลายชีวิตที่ต้องพลีเพื่อคำว่า
“ประชาธิปไตย” คำห้าพยางค์นี้มันมีอิทธิพลต่อคนมากมายขนาดสามารถพลีชีพของตัวแลกกับคำ ๆ
นี้เชียวหรือ บางครั้งผมก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ เมื่อได้มาแล้วก็ยังคงเป็นแบบเดิม
คอรัปชั่น โกงกิน แดก จนพุงปลิ้น บางคนใช้สถานการณ์นี้เพื่อก้าวไปสู่อำนาจทางการเมือง
แล้วก็เหมือนเดิม ความรู้สึกผมสับสน ผมหันไปมองเธอสองคนข้างหน้า
เขาทั้งสองถ้าหากเขาเกิดในยุคนั้นจะเป็นเช่นนั้นหรือเปล่าหนอ
แล้วยุคนี้ล่ะมันต่างกันตรงไหน คำถามมากมายผุดขึ้นในดวงจิตของผม
รถเมล์เลี้ยวอ้อมอนุสาวรีย์แล้วเลี้ยวไปทางที่จะเข้าไปวัดสุทัศน์
วัดนี้มีพระนักเทศน์ดังหลายท่าน ผมเคยฟัง
ร้านรวงรอบวัดส่วนมากจะขายเครื่องสังฆภัณฑ์เกี่ยวกับบริขารของพระสงฆ์องค์เจ้าตั้งแต่
กลด บาตร จีวร อังสะ เครื่องสังฆทาน สำหรับทำบุญถวายทาน
ผมเคยเข้ามาซื้อไปถวายหลวงพี่ที่ต่างจังหวัดบ่อย
จุดหมาย
เสียงรถเมล์บ่งบอกว่ากำลังจะจอด
ผมรีบพยุงสังขารอันร่วงโรยลุกขึ้นเกาะราวเบาะด้านบนข้างหน้า หันไปมองเธอ
ปอย ผมม้า หน้าใส ไร้สิวเสี้ยน มีสิวหัวช้างอยู่ข้างแก้มซ้าย ใบหน้าหม่น แววตาหมอง
เมย์เพื่อนเธอสะกิดที่ไหล่ด้านซ้าย พร้อมคำพูดแผ่ว “ถึงแล้วปอย เตรียมตัวลง”
เธอลุกขึ้นเกาะราวเบาะด้านบน ผมรู้สึกประหลาดใจ เรามีจุดหมายเดียวกันหรือนี่
ผมยืนอยู่ริมประตูกลางเกาะกับราวเหล็กที่ตั้งชันตรงขอบประตู รถจอด ผมก้าวลง เมย์และ
ปอยก้าวตาม ผมมองซ้ายมองขวารถบางตาตัดสินใจเดินข้ามไปถนนฟุตบาทด้านตรงกันข้าม
เธอทั้งสองก้าวตาม หรือว่าเธอจะไปศึกษาภัณฑ์ ผมคิดแต่ก็ไม่ได้ถาม
เลี้ยวเลาะไปตามฟุตบาทไปที่ป้อมตำรวจตรงไฟจราจร รอจังหวะให้รถบางตา เตรียมตัวข้าม
5 นาทีกับการรอจังหวะรถ ถนนสองด้านกว้างมากมีที่พักสำหรับข้ามไปถนนอีกด้านหนึ่งกั้นกลาง
เสาไฟฟ้าตั้งเรียงราย
พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีตั้งตระหง่านดูงดงาม
ต้นไม้ในกระถางหลากหลายพันธ์ถูกวางอย่างเป็นระเบียบกลางแดดร้อน แต่มันก็ดูสวยงามแปลกตา
ผู้คนกลุ่มหนึ่งข้างตู้จราจร ผม ปอย เมย์ ความรู้สึกที่แตกต่าง แต่จุดหมายเดียวกัน
ข้ามไปสู่ฝั่งถนนฟากโน้นซึ่งกั้นด้วยรถราที่แล่นไปมาขวักไขว่และกระถางต้นไม้กลางแดด
ผมหันมองเธอ..
ปอย ผมม้า หน้าใสไร้สิวเสี้ยน สิวหัวช้างเม็ดใหญ่ที่แก้มข้างซ้าย ใบหน้าหม่น แววตาหมอง
เธอใจลอย ผมรู้สึกสังหรณ์วูบที่ดวงจิต
ผมตัดสินใจก้าวขาลงไปบนถนนพร้อมกับการก้าวย่างที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งในจังหวะที่รถบางตา
ผู้คนหญิงชายหลายคนก้าวตามรวมทั้ง ปอยและเมย์
อีกสามก้าวก็จะถึงจุดพักข้ามทาง เสียงร้องเอ็ดอึงของผู้คนด้วยความตกใจ
รถหลายคันหยุดนิ่ง มีบางคนเปิดประตูรถออกมามุงดู ชั่วอึดใจไทยมุงเต็มไปหมด
ผมแหวกฝูงชนเข้าไปข้างในสุดด้วยความลำบาก ปอย หญิงสาวผมม้า แปลกหน้าแต่คุ้นเคย กองเลือด
กระเป๋าดำเปื้อนเลือด โทรศัพท์แตกกระจายปนเลือด นอนนิ่งในอ้อมกอดของเมย์ เพื่อนเธอ
ความรู้สึกปวดร้าวชนิดหนึ่งแล่นมาจุกที่คอหอยของผม หัวใจผมกำลังร้องไห้
ผมเฝ้าโทษตัวเองเสมอ..หากว่าผมใช้ความพยายามอีกเพียงนิดเดียวเพื่อจะเกลี้ยกล่อมให้เธอลคล้อยตามผม
เธอคงไม่พบจุดจบที่น่าเศร้าแบบนี้ หรือว่าเธอคล้อยตามผม..
วันนี้อากาศร้อนจัด
ปอย ผมม้า หน้าใส ไร้สิวเสี้ยนและสิวหัวช้าง แววตามุ่งมั่น
หมอบอกเธอไม่มีสิทธิ์เดินตลอดชีวิต ร่างกายซีกซ้ายตั้งแต่ส่วนกลางลงไปเป็นอัมพาต
สมองได้รับความกระทบกระเทือนเล็กน้อยผมเทียวเข้าเทียวออกโรงพยาบาลเกือบครึ่งปี
วันนี้อากาศเย็นสบาย ลมพัดเฉื่อยฉิว โบกสะบัดใบไม้ปลิวไสว
ผม ปอย ลานหินในวัดต่างจังหวัด ความสงบ
กลิ่นธูปโชยมาตามลม เราสองสบตา ดวงตาของเธอคล้ายมีชีวิต
เราหันหน้าไปในทิศทางที่กลิ่นธูปโชยมา หลวงพี่ นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโขดหินใต้ร่มไทร
ถัดออกไปไม่ไกล พระพักตร์ของพระพุทธรูป ปรากฏเด่นเป็นสง่าแก่สายตาสองเรา……





ธีรนันท์ : peop_y@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 38 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook