บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

ธีรนันท์ >>

แก้วร้าว :

แก้วร้าว


แก้วที่มันร้าวจะต่อมันคืนได้หรือ ฉันไม่แน่ใจ
ในห้องสี่เหลี่ยมแสงสลัวเลือนของหลอดนีออนส่องแสงยวนตา
ในความฝันฉันเห็นภาพของตัวเองถูกกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง
เสียงร้องครวญครางของความเจ็บปวด ปนสุข ดังระงมไปทั่วทุกอณูของอากาศบริเวณห้อง
ความรู้สึกในฝันมีคำถามผุดขึ้นมามากมาย หรือว่าฉันเป็นเช่นนี้
หรือว่าฉันไม่อาจหวนคืนสู่สภาพเดิม
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝัน มันก็เป็นแค่ฝัน แล้วทำไมต้องตามหลอกหลอนฉันด้วย
ถึงมันจะเป็นความฝัน แต่มันก็เป็นฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอนฉันมานานหลายปีดีดัก
ฉันก็เป็นแค่เพียงคน ๆ หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในสังคมไทย ซึ่งมีอยู่หลายชนชั้นตั้งแต่
มีมากมาย มั่งคั่ง มั่งมี มีกินมีใช้ และก็ หมาเมิน
ดูเหมือนฉันจะถีบตัวเองขึ้นจากชนชั้นหมาเมิน
ด้วยความสามารถพิเศษแห่งความกล้าที่ไม่มีใครเสมอเหมือนของฉันทำให้ฐานะทางบ้านอยู่ในขั้นมีกินมีใช้
ตอนนี้ฉัน น้องสาวอาศัยอยู่ ณ มุมหนึ่งในเมืองหลวงที่มีแต่ความวุ่นวาย
แต่มันก็มีเรื่องราวมากมายที่น่าค้นหาสำหรับฉัน ฉันชอบมัน อ๋อ พ่อกับแม่ เหรอ
เสียหลายปีแล้ว..
`ปานพรุ่งนี้ไปโรงเรียนเปล่า` ฉันถามน้องสาว ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกิจวัตรประจำวัน
เพราะไม่รู้จะถามคำถามอะไรดี พรุ่งนี้หาคำถามใหม่ที่ไม่ซ้ำซากดีกว่า ถามอะไรดีนะ
`ตอนกลางวันฟ้าทำไมไม่มีดาว หรือว่า ดาวอังคารมีอ๊อกซิเจนอยู่จริงหรือไม่ ..`
`ไปพี่กบ พี่เป็นอะไรหรือเปล่า ดูเหมือนไม่สบาย มีอะไรให้ปานช่วยบอกนะ
ตั้งแต่พี่ทำงานช่วงกลางคืนมาเนี่ย ดูพี่โทรม ๆ นะ ปานเป็นห่วงพี่รู้ไหม`
`จ้า แม่ยอดขวัญตา พี่รู้สึกได้ พี่ก็มีน้องคนเดียวนี่แหละ จะไม่รักก็คงไม่ได้ `
ฉันพูดปนเปื้อนรอยยิ้ม อย่างน้อยก็ทำให้น้องภาคภูมิใจ ปนหมั่นไส้
`อ๋อ หนูรู้แล้วถ้ามีคนอื่นพี่กบก็ไม่รักน้องแล้วสิ่ จำไว้เลย จำไว้ ฮึ `
เธอแกล้งงอนฉันรู้ เราก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว
ตั้งแต่แม่กับพ่อเสียไปเมื่อปีกลายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์
ฉันสองคนพี่น้องก็เหมือนกับปลาท่องโก๋ เกาะกันติดแน่นช่วยเหลือกันและกัน
ฉันออกจากมหาลัยมาท่ามกลางเสียงคัดค้านจากกลุ่มเพื่อน และน้องสาว ทั้ง ๆ
ที่อีกปีเดียวก็จบ แต่ฉันไม่สนใจหรอก หวังให้น้องเรียนจบสูง ๆ
มีอนาคตที่มั่นคงก็เพียงพอแล้ว

ฉันในชุดสีดำสนิท ถนนสีดำ ความมืดมิดยามราตรีโรยตัวลงมา ป้ายรถเมล์หน้าวัดแห่งหนึ่ง
เขาบอกให้ฉันรอ ฉันก็รอ รอด้วยความหวัง ความหวังที่ริบหรี่
แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีความหวังมิใช่หรือ ยังงัยฉันก็ต้องรออยู่แล้ว

รอแล้วรอเล่ารอความว่างเปล่าแห่งความฝัน
รอด้วยดวงใจที่เงียบงัน รอความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง
ฉันด้นกลอนสดด้วยเสียงแผ่วเบา เดินไปเดินมาบนถนนฟุตบาท ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา
บางคนหยุดมองฉัน บางคนเดินผ่านไปโดยไม่เหลียวมอง มันก็แค่
สายลมฤดูร้อนหอบเอาฝุ่นผงผ่านสายตาไป เศษของฝุ่นผงมีบ้างที่ลอยมาเข้าตา
แต่คงจะน้อยนิดนัก ฉันก็คงเป็นเช่นนี้ในสายตาของคนทั่วไป แม้ฉันจะไม่มีอะไรดีเลิศ
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันเลือกได้ก็คือ ฉันเลือกที่จะเป็นตัวของฉันเอง
ฉันจะไม่ยอมให้อำนาจอะไรมาบงการชีวิตและจิตใจฉันเด็ดขาด หรือว่าอาจจะมี อำนาจแห่งรัก
นึกแล้วก็คิดถึงเขา ป่านนี้แล้ว น่าจะมาได้แล้วน๊า เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายมั๊ง
หรือว่าถูกรถชน ไม่เอาน่าอย่าคิดมาก
ชายหนุ่มในชุด เสื้อสีขาว กางเกงสีดำ ดูดีมีสง่าราศรี เดินดิ่งตรงมาหาฉัน ฉันยิ้ม
ว่าจะแช่งแล้วเชียว แปลกนะบางครั้งการรอคอยแม้ว่าจะช้าหรือเร็ว
ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหนมันก็ให้ความรู้สึกอยู่ประการเดียว คือ ทรมานใจ
และความรู้สึกสุดท้ายที่สิ่งที่รอคอยหรือบุคคลที่เรารอคอยผ่านเข้าสู่สายตาย
ความสุขใจอย่างที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนก็แปรเข้ามาแทนที่อย่างคาดไม่ถึงทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็แช่งชักหักกระดูกให้เขาตายให้รู้แล้วรู้รอด
กิริยาท่าทางของมนุษย์ไฉนถึงเป็นเช่นนี้หนอ ถึงยังงัยเขาก็มาแล้วล่ะ
ฉันก็คงหนีไม่พ้นความรู้สึกนี้ไปได้เหมือนกัน หรือว่าไม่มีใครหนีพ้นไปได้เลย
`ทำไมมาช้าจัง`
`รถติด`
`คำถามเดิม คำตอบก็เดิม ๆ ไม่อยากฟัง เอาคำถามเดิมแต่คำตอบใหม่ได้ไหม
ที่มันฟังแล้วดูมีเหตุผลที่ฉันไม่สามารถขัดแย้งได้`
`ไม่มี` ห้วน ๆ สั้น ๆ แต่มีน้ำหนักยิ่งกว่าหมัดของเขาทราย
ฉันขำในความเป็นตัวของตัวเองของเขา รู้สึกว่าเขาน่ารัก น่ารักจนอยากจะกลืนกินไปทั้งตัว
`ไปกันเถอะ วันนี้ไม่สิ่เวลานี้คือเวลาของสองเรา ขอสนุกให้มันเต็มที่สักวันเถอะน่า นะจ๊ะ`
บางครั้งฉันก็ไม่อยากใช้ชีวิตให้มันยุ่งยาก
ไปกว่ากินดื่มนอนพักผ่อนเที่ยวสรวลเสเฮฮาไปวัน ๆ
วันนี้ได้หลบมาพักกับคนรักก็ต้องตักตวงให้เต็มที่
มุมหนึ่ง ในเมืองกรุง มุดมืด ราตรีนี้มีแสงไฟ เสียงเพลงสากลของ… ดังกระหึ่ม
กลบเสียงพูดคุยของผู้คน
จังหวะเร่งเร้าสัญชาติญาณดิบในตัวมนุษยให้ลุกโชนอย่างไม่อาจบังคับยับยั้งให้อยู่ในขอบเขตที่ต้องการได้
ฉันต้องการปลดปล่อย ปล่อยมันออกมา ให้ออกมาโดยที่ไม่ต้องการหยุดยั้ง
ถ้าฉันจะรั้งให้มันอยู่ก็รั้งได้ แต่ฉันไม่ต้องการ ไม่มีเหตุผล
หรืออาจจะเป็นเพราะฉันต้องการเรียกร้องความสนใจจากใครบางคน
อาจเป็นเพราะฉันต้องการความอบอุ่น อาจเป็นเพราะฉันต้องการความเข้มแข็ง เพราะฉันอ่อนแอ
ตั้งแต่วันที่เขาเดินออกไปจากชีวิตฉัน
ฉันก็คล้ายไม้ผุปักอยู่บนโคลนเลนที่รอวันสายลมพัดมาต้องให้ล้มลง จวบจนกระทั่งได้เจอเขา
เขาผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันขาดหาย ความรัก ความเอื้ออาทร ความจริงใจ
สิ่งใดที่ฉันต้องการเขาให้ทุกอย่าง แต่มีข้อแลกเปลี่ยน ต้องเอาร่างกายเข้าแลก
ฉันในขณะนั้นยินยอม ในขณะนี้ก็เช่นกัน หรือว่าฉันไม่อาจหวนคืนกลับสู่สภาพเดิม
ช่างมันปะไรชีวิตจะสิ้นสุดเมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้
คติของฉันวันนี้คือทำวันนี้ให้มีความสุขที่สุด
`เอาอะไรดี ว๊อดก้า ฮอนโนลูลู สาโท หรือว่าเหล้าขาว` เขาถามหน้าทะเล้น พร้อมกับโยกไปมา
กับเสียงเพลงในจังหวะเร่งเร้าอารมณ์ให้เร่าร้อน มันดูเท่ห์ยิ่งกว่าสิ่งใด
`เอาอะไรก็ได้ที่ไม่ได้พูดเมื่อกี๊นี้` ฉันตอบยียวน ทำให้เรายิ้มพร้อมกัน
มันช่วยไม่ได้นี่นาเขาอยากกวนก่อนทำไมล่ะ
`เราเจอกันยังงัย` ฉันเปลี่ยนคำถาม
ฉันเพียงแต่ต้องการย้อนอดีตให้เขาระลึกถึงวันวานที่ผ่านมาเท่านั้นแหละ
ถ้าเขาจำได้ฉันก็สุขใจ ถ้าเขาจำไม่ได้ ฉันก็ไม่ได้ทุกข์ใจกับมันหรอก
เพียงแต่งอนง้อเขาเล่นสักพักก็เท่านั้นแหละ
เขาตีสีหน้าครุ่นคิด
`วันนั้นเป็นคืนเดือนมืด พระจันทร์เต็มดวง คุณเมาผมก็เมา คุณอกหัก ผมก็อกหัก
คุณมีปัญหาในชีวิตที่แก้ไม่ตก ผมก็เช่นกัน เรามีอะไรคล้ายกัน
แต่มีอย่างหนึ่งไม่เหมือนกัน`
ฉันยิ้มกับคำตอบที่คลอบคลุมจักรวาลและเจือด้วยอารมณ์ยียวนของเขา
`อีตาบ้า คืนเดือนมืดที่ไหนเล่า พระจันทร์จะเต็มดวง` ฉันยื่นหน้าเข้าชิดหน้าเขา
จนได้กลิ่นเหล้าจาง ๆ ประทะจมูก พร้อมพูดเจือเสียงกระซิบ เขายิ้มอย่างเป็นต่อ
ก็รู้รู้ว่าเขาปากคอเราะร้ายแต่ฉันก็ยังรัก รักจนสุดขั้วหัวใจ
รักอย่างไม่เคยรักใครมาก่อน อานุภาพแห่งรักมันมากมายขนาดทำให้คนดีกลายเป็นคนบ้า
คนบ้าอยู่แล้วบ้ายิ่งขึ้น และสามารถที่จะทำให้คนบ้ากลับเป็นคนดี
คนที่ดีอยู่แล้วกลับเป็นคนดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ อีกตราบเท่าที่ยังมีรัก
ฉันเชื่อในอานุภาพของมันว่าสามารถบันดาลให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ และฉันก็กำลังบ้ารัก
ฉันและเขาร่วมร่ำดื่มสนุกสนาน
นี่อาจจะเป็นเวลาที่เขามีความสุขที่สุดเท่าที่ฉันดูจากสีหน้าท่าทีของเขา
ฉันไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเขาเลยหรือไง หรือชีวิตฉันฝากไว้กับเขาแล้ว
ไม่หรอกฉันยังคงหาเลี้ยงชีพด้วยสตางค์ของตัวเอง
มีเพียงบางครั้งเท่านั้นที่ให้เขาช่วยเลี้ยง หนังบ้าง ไอติมบ้าง แล้วแต่โอกาส
ที่ว่างเว้นจากการงาน ชีวิตคนกลางคืนก็เป็นเช่นนี้แหละ ไม่เป็นตัวของตัวเอง
ไม่มิสิทธิ์มีเสียงในการเลือกเหมือนผู้แทน ถ้าเลือกก็อด

`ว่าวจะขึ้นสู่ที่สูงได้ไกลสักแค่ไหน ถ้าไม่มีสายลมฤดูคอยช่วยหนุน`
ฉันคิดถึงคำพูดนี้ของเขาตอนที่เจอเขาครั้งแรก เขาต้องการดูแลฉัน ฉันก็เต็มใจให้เขาดูแล
เขาคิดอะไรอยู่นะ ตอนนี้ หรือว่าฉันจะต้องมีเขาคอยช่วยให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตตลอดไป
ฉันไม่มีเขาได้หรือไม่ ลองถามเขาดูเป็นไรไป
`ถ้าหากว่า สักวันหนึ่งข้างหน้าฉันไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณ คุณจะเป็นอย่างไร`
`ผมคงอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากคุณ` สายตาเขาบ่งบอกถึงความจริงจัง
ฉันดูไม่ออกเลยว่ามันเป็นการเสแสร้งหรือไม่
ถึงยังงัยตอนนี้ก็มีเขาอยู่แหละน่าคิดอะไรมากมาย
`คุณถามทำไม`
`เปล่า ก็..แค่อยากรู้เผื่อว่าฉันจะต้องเตรียมใจไว้เผื่อขาดเผื่อเหลือในอนาคตข้างหน้า
เพราะฉันก็มีเพียงคุณเท่านั้นที่คอยแบ่งเบาภาระทางใจที่หนักอึ้งได้
ฉันโชคดีนะที่มีคุณและอยากให้มันคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป ไม่อยากให้คุณไปไหนเลย`
`วันเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างเราสอง`
`จ้า..ฉันจะรอดูเวลา ว่าแต่ว่าเวลามันเป็นตัวยังงัยนะ`
`มันคงคล้าย ๆ ช่วงระยะเวลาที่คุณและผมไม่ได้พบกัน มัง`
`ไปกันยัง ดึกแล้วคุณไหวไหม`
`ไหว ไปกันเถอะ`
`เราจะเจอกันอีกเมื่อไร` ฉันเอ่ยปากถามเขา
`วันเวลาที่คุณว่าง` เขาตอบปนยิ้มในหน้า
เขาตอบพร้อมกับก้าวนำหน้าออกจากห้องสีเทา ควันบุหรี่สีขาวลอยอ้อยอิ่ง
แสงไฟสลัวเลือนขับเน้นบุคลิกลักษณะมาดแมนของเขา ให้ความรู้สึกประทับใจแก่ฉันเป็นพิเศษ
ค่ำคืนนี้มีดวงดาว คืนเดือนมืด ดาวมักจะสวยงามเป็นพิเศษ สวยสว่างกระจ่างจ้า
ท่ามกลางนภากาศ เหตุไฉนดาวต้องสวยงามยามมืดมิดเท่านั้น หรือว่าเหมือนฉัน
ผ่านพ้นวันนั้นจนฉันลืมเลือน ฉันลืม หรือว่าฉันแกล้งลืม
`พี่กบ พรุ่งนี้หนูจะพาแฟนมาที่บ้านนะ พี่จะขัดข้องอะไรหรือเปล่า`
`ก็พามาสิ่ ไม่ได้เห็นหน้าแฟนแกตั้งนานแล้ว คนเดิมหรือเปล่า`
`คนใหม่อ่ะพี่ เพิ่งรู้จักกันสามเดือนเอง ถ้าพี่เห็นพี่ต้องชอบแน่เลย`
`บ๊ะยัยนี่ เปลี่ยนแฟนเหมือนกับเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยนะ..ฉันไม่แย่งแฟนน้องหรอกน่า
อ๋อหึงใช่ไหมล่ะ รู้น่า เดี๋ยวถ้ามาจะลองจีบเล่น ๆ สักหน่อย` ฉันก็พูดแกล้งแกไปงั้นแหละ
แต่ดูหน้าตาแกทำท่าหึงหวงชัดเจนจนจะแจ้งแล้ว ฉันรีบหุบปากทันที
`พี่ไม่ต้องแกล้งปานเลยนะ เขาหยิ่งนิด ๆ แต่เขาตลกดี เขาสมาร์ทอย่าบอกใครเชียว`
เธอพูดพร้อมทำตาปรือเพ้อฝันเหมือนละครทีวีเลย ชักจะอยากรู้แล้วล่ะสิ่ว่าเขาเป็นยังงัย
`จะมากี่โมงล่ะ`
`ก็คงช่วงเช้าอ่ะพี่`
`อือ ไม่รู้พี่จะอยู่หรือเปล่า`
จากนั้นฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรทั้งสิ้น เพราะชีวิตวันนึง วันนึงของฉันก็หมดไปกับงาน
แล้วบางทีต้องกลับดึกดื่นค่อนคืน ซ้ำบางคืนยังต้องเมามายอย่างช่วยไม่ได้ แต่มันก็คุ้ม
ฉันรู้มันคุ้มค่า
ก่อนนอนคิดถึงเขาดีไหม ก็ตอนนี้กำลังคิดถึงอยู่นี่นา เขาคนนั้นจะคิดถึงฉันไหมหนา
คิดถึงเธอแทบทุกเวลา จะมาหาวันไหนให้บอกกัน ฉันหลับฝันเห็นเขามากับผู้หญิงคนหนึ่ง
ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคล้ายฉันยังกับแกะ หรือว่าเป็นฉัน ฉันไม่แน่ใจ
ฉันพาตัวเองกลับจากทำงานตอนตีห้า กลับถึงบ้านประมาณตีห้าครึ่งได้ เข้าห้องน้ำ
อาบน้ำล้างหน้า เช็ดตัวซักเสื้อผ้า ฉันบอกตัวเอง ซักผ้าเสร็จ
นอนพักสักงีบประมาณเที่ยงค่อยตื่นดีกว่า
เอ..แต่ว่าวันนี้ยัยปานพาแฟนมาบ้านนี่ รอดูหน่อยจะเป็นไรไปนี่ก็ใกล้เจ็ดโมงแล้ว
`พี่กบจ๋า มาดูนี่สิใครมาเอ่ย`
`นี่แฟนกบเองจ๊ะ คุณ..เขาเป็นนายตำรวจอนาคตดีอยู่พื้นที่นี้แหละ
เป็นงัยเซอร์ไพรส์ไหมพี่กบ ตะลึงเชียว อิจฉาป่ะ`
`นี่พี่กบค่ะ พี่สาวปาน เธอบอกให้ปานเรียกพี่สาวเพราะพี่กบอยากเป็นผู้หญิง
แต่พี่กบก็เหมือนผู้หญิงจริง ๆ นะแปลงเพศมาตั้งแต่อยู่ปีสามแน่ะ รู้จักกันไว้นะพี่กบ`
ยามเช้าเช่นนี้ อากาศบริสุทธิ์เช่นนี้ ผู้ชายคนนี้ คนที่ฉันรู้จักเขาดี
หรือว่าฉันไม่รู้จักเขาเลย เขาน่าจะยืนอยู่เคียงข้างฉัน..
ในฝันฉันเห็นเขามา พร้อมกับผู้หญิงหน้าตาคล้ายฉันยังกับแกะ หรือว่าเป็นฉัน
ฉันไม่แน่ใจ ตอนนี้ฉันแน่ใจ เขามากับน้องสาวฉัน เขาหยิ่งนิด ๆ แต่เขาตลกดี
ลมยามเช้าวูบหนึ่ง พัดผ่านหน้า ฉันคิดถึงคำพูดของเขา
`ว่าวจะขึ้นสู่ที่สูงได้ไกลสักแค่ไหน ถ้าไม่มีสายลมฤดูคอยช่วยหนุน`
เขาก็เป็นเหมือนสายลม..สายลมเดือนเมษายน..ที่ให้ความร้อนอบอ้าวแก่ฉัน
แต่ไม่ใช่สายลมเดือนสิงหาหน้าฝน..ซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่น..

ธีรนันท์ : peop_y@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 23 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook