บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

ขุนพลน้อย >>

sweet heart :

~~~*sweet heart*~~~จบ


จากวันที่วาวหายไปจากเวบเพื่อน แล้วต่อมาธิตก็ได้เดินทางกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อช่วยงานในไร่ของมารดาตน เมื่อผ่านไป


ได้สักเกือบเดือน ธิตก็ต้องเร่งรีบเดินทางกลับมาที่กรุงเทพอีกครั้ง เพราะงานของไทผู้เป็นพี่ชายที่ธิตรับอาสาช่วยมาแต่ต้น ในช่วงนี้เริ่มมากขึ้น


จนไททำคนเดียวไม่ทันเสียแล้ว ธิตจึงต้องกลับมาประสานงานตามเดิมคืนนั้นเมื่อเลิกงานแล้วธิตกลับห้อง เหลียวมองไปที่คอมพิวเตอร์เกือบห้าเดือนแล้วสิน่ะ ที่ห่างหายจากเวบเพื่อนไปเขาออนเข้าไปที่ msn เพื่อทักทายเพื่อนฝูง

“ธิต พรุ่งนี้วันรวมรุ่นพวกเรานายจะโผล่มาไหมว่ะ”

พงศ์นั่นเอง

“ได้สิ ปีนี้จัดที่เก่าอีกใช่ไหม”

ธิตรับปากเพื่อนเรียนร่วมรุ่น ที่เข้ามาเล่นที่เวบกระปุกด้วยกัน ก่อนจะปิดคอม เพราะเกิดนึกขึ้นได้ว่ายังมีงานค้างอีกเล็กน้อย ที่ต้องทำให้เสร็จทันส่งในตอนเช้ารุ่งขึ้น..โดยไม่ได้รับรู้เลยเวลานั้น วาวกำลัง
ออน msn เข้ามาถามเรื่องราวของธิตจากพงศ์อีกแล้ว..วาวรับรู้เรื่องราวของธิตจากพงศ์ทั้งหมด..เธอจึงตัดสินใจ..โดยนัดแนะกับพงศ์ก่อนปิดคอมพิวเตอร์ลง

รุ่งขึ้นที่งานเลี้ยงธิตได้พบเธออีกครั้ง นารี สาวสวยที่ครั้งหนึ่ง เขาหมายมั่นอยากได้เธอมาเป็นคู่ชีวิตเหลือเกิน เธอมาในงานในฐานะศิษย์เก่าที่นี่เช่นกัน แต่เป็นรุ่นน้องปีหนึ่งไม่ใช่รุ่นเดียวกับเขา ธิตจึงไม่เคยเห็นเธอมาก่อน

“พี่ธิต นาขอปรึกษาหน่อยสิค่ะ”

นารีเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายเขา ทั้งที่ก่อนนี้เธอมักบ่ายเบี่ยง เมื่อเขาขอนัดพบครั้งที่สองหลังจากเจอกันในงานวันเกิดของเพื่อนคนหนึ่งในเวบเพื่อนนี่เอง

“ครับ”

ธิตรับคำสั้นๆ พร้อมกับก้าวเท้าตามเธอไปที่ซุ้มด้านหนึ่ง

“ พี่โหน่งมีคนใหม่อีกคนแล้ว แถมพากันไปเที่ยวแล้วมาโกหกนาว่างานยุ่งทุกที แต่นาก็จับได้ นาให้อภัย แต่พี่โหน่งเฮงซวยเห็นนังนั่นดีกว่านาแค่นาต่อว่าไปหน่อยเดียว หน๋อยดันบอกเลิกกับนาเลย นาไม่ย๊อม ไม่ยอม พี่ธิต ช่วยนาพูดกับพี่โหน่งให้เลิกกับนังนั่นแทนน่ะพี่ธิต ไม่งั้นละก็นาจะฆ่าตัวตายจริงๆด้วย ”

นารีพูดไปพร้อมกับน้ำหูน้ำตาที่ไหลไม่หยุด กลิ่นเหล้าที่ระเหยมากระทบจมูกธิต บอกให้เขารู้เธอคงดื่มมาไม่น้อยแล้ว ธิตเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือตนเอง เพิ่งสามทุ่ม นี่เธอคงเริ่มดื่มแต่เย็นสิน่ะถึงได้เมาขนาดนี้

ธิตเหลียวมองหาเพื่อนแต่เมื่อไม่เจอ จึงตัดสินใจ ประคองเธอเข้าไปที่ม้านั่งในมุมมืดของซุ้มนั้นเอง แล้วออกตามหาพงศ์ เมื่อกลับมาที่ซุ้มอีกครั้ง พบนารีมือถือขวดเหล้าเริ่มเอะอะโวยวายแล้ว

“ธิต นายช่วยพา ยัยนานี่กลับไปก่อนเลย คิดอาละวาดคนอีกแล้ว”

พงศ์เล่าว่านารีเกิดไปรักนายโหน่งเพื่อนจอมกระล่อนที่ทุกคนในรุ่นรู้ดีถึงความเจ้าชู้ เปลี่ยนสาวไม่ซ้ำหน้าในแต่ละเดือน แล้วต่อมาเมื่อนายโหน่งได้สาวคนใหม่มา นารีรู้เข้าก็ไปอาละวาดบ่อยๆ นายโหน่งบอกเลิกกับนารี แต่นารีก็ยังคงตามเซ้าซี้มาตลอดเวลา แถมกลายเป็น คนเมาอาละวาดบ่อยๆยิ่งทำความรำคาญให้นายโหน่งถึงกลับลงไม้ลงมือบ่อยๆ แต่นารีก็ไม่เข็ดยังคงตามไปทุกที่เพื่อเซ้าซี้นายโหน่งเรื่อยไป คืนนี้ที่มาในงานก็เพราะคงได้ข่าวมาว่านายโหน่งจะมาร่วมงานแน่ จึงคิดมาดักรอพบ

ธิตจึงรับปากพานารีกลับที่พักก่อน เพื่อกันความวุ่นวายที่จะต้องเกิดขึ้นอีกแน่ เมื่อนั่งมา

ในรถแท็กซี่ด้วยกันนารีซบบ่าเขา พร่ำบ่นไปร้องไห้ไป กลิ่นเหล้าที่ระเหยมา ธิตเกิดอาการเบื่อหน่ายอย่างกระทันหัน เนื่องจากเป็นคนเกลียดกลิ่นเหล้าที่สุดไม่เคยชอบมาแต่ไหนแต่ไรมา แปลกมากที่ยามนี้เขาไม่นึกอยากใกล้เธอเหมือนเมื่อครั้งนั้นอีกเลย เขาตอบตัวเองก็ไม่ได้ว่าทำไมภาพสาวสวยที่เขาเคยลุ่มหลงจึงหายไป ยามนี้มีแต่ความสมเพชเวทนาเธอเท่านั้น

“พี่ธิต นาไม่ให้กลับน่ะ คืนนี้นอนเป็นเพื่อนนาน่ะ”

นารีดึงมือธิตรั้งไว้เมื่อถึงห้องเธอ ธิตเดินตามเธอเข้ามา นารีเซไปที่โซฟายาวกลางห้องแล้วกวักมือเรียก แต่ธิตเดินเข้าห้องเธอเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนของเธอออกมา เมื่อเดินออกมา ธิตนั่งลงข้างๆมองสาวงามเบื้องหน้า เธอยังคงอวบอิ่มไปทุกส่วน เรียกร้องความต้องการได้อย่างเร่าร้อนเหมือนเดิม สายตาเชิญชวนนั้นก็ยังคงมีอำนาจ ที่ยากจะขัดขืน..ธิตก้มหน้าชิดใกล้เธอ ช่วยเธอรูดซิบกระโปรงหลัง ถอดกระโปรงที่เปียกชื้นทั้งเหล้าและเหงื่อออกนารีผวากอดเขาแน่น ธิตล้มตัวตามไป ยามเนื้อตัวสัมผัสกัน กลิ่นเหล้าที่โชยมา เรียกสติของธิตกลับมาอีกครั้ง

ธิตสวมชุดนอนซึ่งเป็นกระโปรงยาวให้กับเธอ แล้วจัดการอุ้มเธอเข้าห้องนอน นารีส่งสายตาเชิญชวนมาอีกธิตก้มหน้าลงจุมพิตหน้าผากเธอ

“ฝันดีน่ะจ๊ะน้องสาวของพี่”

ธิตตอบเสียงนุ่มนวล ก่อนถอยออกมานั่งที่โซฟาอีกครั้ง

นารีที่หลับไหลในห้องยังคงงดงาม และพร้อมแล้วที่จะให้กับเขา...แต่ทำไมหัวใจเขาไม่พองโต ไม่ตื่นเต้นดีใจ ไม่มีความรู้สึกดังเช่นชายหนุ่มที่มีต่อคนรักที่อยากใกล้ชิดเธอเหมือนเดิมอีกน่ะ ความรู้สึกที่เกิดยามนี้มีเพียงแค่เห็นใจในความโชคร้ายของเธอเท่านั้นจริงๆ
แล้วรักของเขาล่ะ หลงไปอยู่ที่ไหนกัน ธิตนั่งคิดมาถึงตอนนี้ก็ยิ้มให้กับตัวเอง..ใช่ อยู่ที่เธอ “น้องวาว” ธิตคิดไปถึงคำพูดของมารดาทุกครั้งที่กลับบ้าน

“ แม่ขอธิตอย่างเดียวเมื่อรักใคร อย่าทำร้ายน้ำใจเขา ”

จริงสิน่ะ ถ้าน้องวาวยังไม่เลิกรักเขา เขาจะตามหาเธอ จะรอเธอ

..ไม่ว่านานแค่ไหนพี่ธิตให้สัญญา จะไม่รักคนอื่นให้น้องวาวเสียใจเด็ดขาด ..ธิตล็อกห้องเมื่อเยี่ยมหน้าเข้าไปดูนารีอีกครั้ง เธอหลับสนิทแล้ว


เมื่อลงจากรถรับจ้าง ที่แสงไฟส่องมา คนสองคนที่ยืนหน้าบ้านเขา คนหนึ่งคือพงศ์เพื่อนสนิทนั่นเอง..แต่สาวน้อยที่ข้างพงศ์ ธิตเชื่อว่าไม่เคยพบเธอมาก่อน แต่ดวงตากลมโตที่มองมา กลับให้ความรู้สึกเหมือนคุ้นเคยเหลือเกิน...

“นายธิตนี่น้องวาวน่ะ”

สิ้นเสียงพงศ์ ธิตสาวเท้าอย่างรวดเร็ว ตรงเข้ากอดเด็กสาวตรงหน้าอย่างอดกลั้นไม่ได้อีกแล้ว ห้าเดือนแล้วที่ไม่เคยได้พูดคุยกับเธอแม้จะรู้จักแค่ตัวอักษรก็ตาม แต่ธิตก็ยอมรับไม่อายเลย เขารัเธอ

“น้องวาวไม่ได้หายไปไหนน่ะ แค่ไม่กล้าคุยกับนายแต่ก็ติดตามเรื่องนายมาตลอด คืนนี้คิดจะให้surprisedที่งานเลี้ยงรุ่นแต่ยัยนาก็มาทำเสียเรื่อง เลยพามารอนายที่บ้านเลย”

ในยามนี้ถ้าใครถามรักแม่ไหม ธิตคงตะโกนดังๆรักมากที่ซู๊ดเลย

“แม่ครับผมเชื่อแม่ ตอนนี้ผมได้รักของผมคืนมาแล้วครับ”

ธิตบอกตัวเองหากแม้ ทางข้างหน้าจะลำบากแค่ไหน เขาก็พร้อมแล้วที่จะเดินจูงมือเธอไปด้วยและเชื่อว่าวาวก็คิดเช่นเดียวกับเขาแน่นอน....



โดย : ขุนพลน้อย : khate25@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 30 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 19 : 36 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook