บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

หีบไม้หอม >>

เรื่องเล่ายามราตรี ( อัพเกรด 2 ) :

เรื่องเล่ายามราตรี ( อัพเกรด 2 )


ผ่านพ้นไป ราตรีแล้วราตรีเล่า จากวันสู่คืน สุริยาสาดส่องมา และลาลับ ราตรีเข้าแทนที่พร้อมความมืดดำ จากเด็กน้อยสู่วัยหนุ่ม ทุกสิ่งผ่านมาแล้วร่วงโรยไป หากแต่อดีตอันหอมหวานนั้น ยังตราตรึงในดวงจิตข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าจักรู้ว่า มิว่ายาวิเศษขนานใด ก็คงมิสามารถนำอดีตเก่า อันหอมหวานกลับคีนมาได้ แต่กระนั้น ในจิตข้าพเจ้ายังคงหวนคิดคำนึง ทุกครายามที่ข้าพเจ้านิททราหลับฝัน สหายศึกที่ร่วมหลั่งเลือดรบ กู่ร้องตะโกนก้องเคียงข้างข้าพเจ้าเมื่อทำการศึกมีชัยเหนือศัตรู หรือนางโจรสาวที่ครั้งหนึ่ง ข้าเคยหนุนตักเจ้าใต้ร่มไม้ใหญ่กลางทุ่งหญ้าขจียามอาทิตย์อัศดง ข้ายังจำได้ เมื่อดวงดาข้าสำผัสเข้ากับดวงตาเจ้า.... ครั้งนั้นข้าให้สัตย์กับพระเจ้า ใบหน้าที่ต้องแสงอัศดงนี้ แม้ปีศาจตนใดฉุดพรากไป ข้าจักขอย่ำนรกเพื่อทวงเจ้าของใบหน้านี้กลับมา ริมฝีปากแดงระเรื่อนั้น แม้จะกี่ร้อยพันคำสาปใดที่ต้องสำผัสอยู่ ก็มิอาจจะห้ามข้าให้จุมพิศที่ริมผีปากเจ้าได้ กลิ่นกายของเจ้าที่ข้าเคยได้สูดลมหายใจ มาบัดนี้ดั่งซาตานอเวจีกลั่นแกล้ง ทุกรสทุกสำผัสกลับกลายเป็นเพียงฝันดีที่ที่รอเวลาข้าพเจ้าฟื้นขึ้นมาเจอกับความเป็นจริงอันทารุณ ไม่มีอีกแล้ว....ความยินดีจากชัยชนะเมื่อศัตรูพ่ายสิ้น หรือกลิ่นกายนางโจรสาวยามข้าพเจ้ากอดรัดในวงแขน ที่ยังเหลืออยู่นี้คงมีเพียงนิทานเรื่องเล่า ที่ข้าพเจ้าจะบอกกับท่านทั้งหลาย เพราะฉะนั้นสหายเอ๋ยจงนิ่งฟังเถอะ เรื่องเล่าจักเริ่มบัดนี้แล้ว............

ท่านเคยรู้สึกเช่นข้าพเจ้าหรือไม่ เหตุใดกัน ยามเมื่อเราอยู่ใต้ฟ้า แลสวรรค์ร่ำไห้คราใด ทั้งท่านและเรา ต่างคำนึงถึงบุคลอันเป็นที่รัก ท่านเคยสงสัยหรือไม่ เหตุใดยามท่านมองเหม่อออกทางนอกหน้าต่างยามฝนพรำ ความวังเวงอ่อนไหวแล่นเข้ามาเกาะกุ่มจิตใจท่านอย่างเฉียบพลันราวคมมีดแห่งศัตรู มิต้องสงสัยเลยสหาย ว่าทั้งท่านและข้าพเจ้านั้น ได้รับรู้ความรู้สึกเหล่านี้จากการซึมซับความรู้สึกของท้องฟ้าไว้โดยหยดน้ำตา หยดน้ำตาที่ฟ้ากฟ้าหลั่งรินลงมาด้วยเพราะคิดถึงสหายเก่า

เรื่องราวเก่าเล่าขาน ที่ต้องย้อนกลับไป เมื่อครั้งที่โลกใบนี้ยังเยาว์นัก เมื่อกาลนั้นท้องฟ้า ผืนน้ำ แผ่นดิน ต่างอยู่รวมกันเป็นดั่งเส้นตรง หาใช้เส้นขนานเฉกเช่นปัจจุบันไม่ สหายทั้งสามรักใคร่ปรองดองกัน และสัญญากันว่า จะไม่มีวันพรากจากกันเป็นอันเด็ดขาด
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปจากวันสู่เดือน เดือนสู่ปี จากปี สู่สิบปี เป็นร้อยปี ทั้งสามต่างคงความเป็นมิตรสหายกันดังเช่นเมื่อตอนถือกำเนิดขึ้นมา จนมากาลหนึ่ง แผ่น้ำเกิดความรู้สึกประหลาด บางสิ่งดิ้นไหวในครรภ์ของผืนน้ำ ผืนน้ำยินดีนัก สิ่งมีชีวิตตัวน้อยใด้ถือกำเนิดขึ้นมาในครรภ์นาง และแพร่ลูกหลานออกจนเต็มมหาสมุทร นางนั้นรักใคร่เอ็นดูเผ่าพันธุ์ต่างๆในครรภ์นางยิ่งสิ่งใด และใช้เวลาทุกนาทีนั้นเลี้ยงดูบรรดาบุตรหลานนาง จนวันเวลาล่วงไป

ต่อมาบรรดาลูกหลานบางพวกของผืนน้ำนั้น ที่วิวัฒนาการจนมีแขนแลขางอกออกจากลำตัว ได้ปีนป่ายขึ้นมายังแผ่นดิน และสืบเผ่าพันธุ์ตนจนแพร่ออกไปทั่วทุกที่ แผ่นดินนั้นก็เลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตต่อมาเช่นเดียวกับผืนน้ำ ทั้งผืนน้ำและแผ่นดินนั้นต่างดูแลลูกหลานตนจนลืมเลือนท้องฟ้าสหายเก่าสิ้น วันแล้ววันเล่า ที่ท้องฟ้าเฝ้ามองและรอคอยเพื่อนทั้งสองของตน จนตนเองนั้นค่อยๆลอยขึ้น ลอยขึ้น สู่เบื่องบน ที่แม้ท้องฟ้าจะตะโกนร้องเท่าใด ทั้งผืนน้ำและแผ่นดินก็มิได้ยินเสียงตนแม้แต่น้อย

ครั้นต่อมาผืนน้ำและแผ่นดินรำรึกได้ถึงท้องฟ้าได้ ต่างก็ร้องไห้รักใคร่ท้องฟ้าเป็นอันมาก เสียงร้องนั้นอื่ออึงไปถึงสวรรค์ จนพระผู้สร้างได้ยิน พระเจ้าทรงเห็นใจในความรักทั้งสามเป็นอันมาก จึงสร้างสัตว์ขึ้นมาตนหนึ่ง แลนำรัศมีของพระองค์มาปั้นเป็นปีกมอบให้สัตว์ตนนั้น เพื่อจักได้นำความจากท้องฟ้า ลงมาบอกแก่สหายทั้งสอง และเรียกสัตว์นั้นว่านก นกน้อยครั้งพระเจ้าทรงบัญชามาดั้งนั้นก็โผบินไปนำความจากท้องฟ้า เพื่อจะลงมาบอกแก่ผืนน้ำและแผ่นดิน
ครั้นท้องฟ้าเห็นเจ้านกน้อยก็ดีใจบอกกับนกน้อยว่า เจ้านกน้อยเอ๋ยจงนำคำเราไปบอกแก่สหายเราทั้งสองด้วยเถิด ว่าเมื่อใดที่เราคิดถึงท่านทั้งสองนั้นเราจะร้องไห้ให้น้ำตาเราตกลงแผ่นดินและให้น้ำตาเราไหลจากแผ่นดินลงสู่ผืนน้ำ น้ำตาของเราจะช่วยหล่อเลี้ยงลูกหลานท่าน ท่านทั้งสองและสูกหลานจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกเราและเมื่อใดที่นกน้อยนี้สินอายุไขแล้ว ของให้แผ่นน้ำสงน้ำตาเราขึ้นมาบอกความรู้สึกท่านทั้งสอง เป็นวัทจักรเช่นนี้ไปจนวันสิ้นโลกเถิด
นกน้อยนั้นก็นำคำของท้องฟ้ามาบอกผืนน้ำและแผ่นดินจนสิ้น
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อท้องฟ้าร่ำไรลงมาเมื่อใดแผ่นดินก็จะนำน้ำตาลงไปที่มหาสมุทรและมหาสมุทรจะน้ำน้ำตานั้นขึ้นไปยังท้องฟ้าหมุ่นเวียนเช่นนี้ตลอดมา

ด้วยเหตุนี้แหละท่านทั้งหลาย เมื่อใดที่ฝนตก เราเหล่าลูกหลานของผืนน้ำและแผ่นดินก็จะซึมซับ เอาความรู้สึกของท้องฟ้าที่มีแก่สหายไว้ด้วย ความรู้สึกที่เราต้องคิดถึงใครบางคน คนที่จากเราไปไกลแสนไกล นั้นแหละสหายความกลัวที่มนุษย์กลัวที่สุด เผ่าโบราณเผ่าหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า มนุษย์นั้นมิว่าจะสิ้นชีพนอนบนเตียงนอนหรือสิ้นชีพกลางสนามรบด้วยคมหอกศัตรู สิ่งที่มนุษย์กลัวนั้นหาใช่ความตายไม่ แต่สิ่งที่มนุษย์กลัวนั้นคือต้องจากคนที่ตนรักไปไกลสุดฟ้าต่างหาก........
โดย : หีบไม้หอม :narettkk@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 11 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 13 : 18 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook