บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน (8) :

เพราะเรา..คู่กัน (8)


ที่ยายหลิวหลอกนัทว่าต้องรอจนถึงวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ จึงจะทำพิธีเชิญวิญญาณของชาอุ่น มาสอบถามถึงสาเหตุการตายได้ เพราะแกรู้ว่าอาจจะมีอีกทางหนึ่งที่จะช่วยชาอุ่นให้ฟื้นมีชีวิตได้อีกหน ส่วนจะช่วยได้อย่างไรนั้นแกเองก็ยังไม่แน่ใจ เพราะตลอดชีวิตและคนทั่วตระกูลของแก คงจะมีครั้งนี้เป็นครั้งที่สองกระมั้งที่ได้พบว่ามีคนตายแล้ว วิญญาณของคนตายผู้นั้นไม่กลัวพลังงานอันแรงกล้าจากร่างกายเนื้อของตัวเอง เช่นดังชาอุ่น
ยายหลิวคิดไปมาอยู่หลายหนตอนที่คิดจะทำพิธีเชิญวิญญาณชาอุ่นให้มาพบนัท ในที่สุดแกก็คิดว่าชะลอเวลาทำพิธีไว้ โดยหลอกนัทว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะแกคิดว่านัทนอกจากจะเป็นคนที่หล่านฟ้าตามหามานานกว่า30ปีแล้ว ชาอุ่นอาจเป็นสาวไหมคนรักในอดีตของนัทที่ตายอย่างปริศนาก็เป็นได้ ชาตินี้หล่อนจึงมีอำนาจพิเศษผิดคนธรรมดาทั่วไป
และเมื่อยายหลิวเล่าเรื่องนัทกับชาอุ่นให้หล่านฟ้ารู้ หล่านฟ้าก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าชาอุ่นอาจเป็นหนูไหม เมื่อ30กว่าปีคนนั้นมาเกิดอย่างแน่นอน ส่วนจะช่วยเธอให้ฟื้นได้อย่างไร สาวงามหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ผู้นี้ก็จนปัญญาเช่นกัน
“อึ่ม เมื่อเราต่างไม่รู้วิธีช่วยเด็กคนนั้น หล่านจะพายายย้อนกลับไปในอดีตไปดูวันที่ลูกชายหล่านแต่งงาน เผื่อยายอาจจะได้วิธีจากภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมาทดลองช่วยเด็กคนนั้นก็เป็นได้นะจ๊ะ”
หล่านฟ้าหยิบผงธูปจากกระถางสบัดไปที่ผนังห้องด้านหนึ่ง ซึ่งแขวนผ้าแพรกลางเก่ากลางใหม่ ที่ผู้คนที่ศรัทธาในตัวเธอนำมาเปลี่ยนให้ในทุกปี ไม่นานผ้าแพรผืนนั้นก็พลิ้วสบัดไปมาอย่างรุนแรงราวกับมีพายุพัดเข้ามา ยายหลิวมองภาพนั้นสักครู่ก่อนหลับตาลง สวดมนต์ภาวนาว่าคาถาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นลุกเดินไปเปิดประตูเรียกพ้งที่หน้าห้อง พ้งรีบส่งกะละมังใบย่อมๆที่บรรจุน้ำสะอาดกว่าครึ่ง กลางกะละมังยังมีใบไม้สีสดลอยไปมาอยู่ด้วย
ยายหลิวเดินเข้าห้อง พ้งรีบปิดประตูให้ทันที ยายหลิวเดินไปนั่งลงที่ตรงผ้าแพรผืนนั้น ซึ่งบัดนี้มันได้นิ่งสนิทเหมือนเดิมอีกครั้ง หญิงชราวัย 70 ผู้ยังแข็งแรงผิดวัย หยิบใบไม้ในกะละมังขึ้นมาเช็ดเปลือกตาไปมาทั้งสองข้าง
เมื่อยายหลิวลืมตาขึ้นอีกครั้ง บ้านไม้หลังเก่าแก่หลังเดิมได้เลือนหายไปแล้ว......
ท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียง ยายหลิวมองเห็นเด็กสาวคู่หนึ่งในวัยย่าง 17-18 หมอกละเอียดอ่อนที่ระบายปกคลุมทั่วสวนดอกไม้นั้น ทำให้ยายหลิวแทบลืมสังเกตสิ่งรอบกาย ดีที่เสียงวิวาทของสองสาวดังสะท้อนออกมาจากห้องนอน ทำให้เงามืดที่หลบกำบังตัวข้างประตูสวน เริ่มเคลื่อนไหว ชายฉกรรจ์คนนั้นยายหลิวคิดว่าคงอายุไม่เกิน25 ใบหน้าสี่เหลี่ยม ตากลมโตจนโปน คิ้วเข้มและหนาเป็นเส้นตรง ริมฝีปากคงจะหนาไม่น้อยเพราะแม้จะมีหนวดเคราปกคลุมรอบปากอย่างดกดำ ยายหลิวยังมองเห็นริมฝีปากที่หนาใหญ่ได้อย่างชัดเจน

เมื่อแกหันกลับมามองที่ห้องนอนของสองสาวอีกครั้ง ก็เห็นเด็กสาวทางขวามือเดินตรงเข้าไปแย่งชุดวิวาห์จากมือของสาวน้อยที่นั่งอยู่บนเตียง
“ไหมแกเป็นน้องชั้น แกจะแต่งงานก่อนชั้นไม่ได้นะ แกต้องรอพี่ให้พี่ได้แต่งงานก่อนนะ พี่อายคน”

“ก็พี่เหมยรีบหาคนรักสักคนสิจ๊ะ แม่สื่อหามาให้กี่ครั้งกี่คนพี่ก็ไม่เอาสักที”

“ก็ชั้นไม่ชอบนี่นา หน้าตาแต่ละคน เหมือนผีมาเกิด ไม่หล่อเหมือนอาตงเลย แกยกอาตงให้พี่แล้วกันนะ พี่ขอ”

“จะเป็นไปไม่ได้อย่างไรกัน ไหมกับพี่ตงรักกันมาก พรุ่งนี้ไหมก็จะเป็นเจ้าสาวของเขาแล้วนะจ๊ะ”

“อีนางมาร”
เหมยตบหน้าน้องสาวแล้วเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ออกไปยืนระงับสติอารมณ์ที่ระเบียง ขณะที่
เหมยกำลังคิดกังวลกับความรักที่ผิดหวังของตัวเอง สายตาก็เหลือบเห็นหนูวิ่งผ่านแปลงดอกไม้ แล้วมุดหนีออกนอกบ้านโดยอาศัยตรงรอยโหว่ข้างรั้วกั้นนั่นเอง

ดวงตาเหมยเป็นประกายอย่างฉับพลัน ยายหลิวมองเห็นแววตาของเด็กสาว แกยังรู้สึกหนาวเยือกไปทั่วตัว

“เด็กคนนี้ใจอำมหิตจัง ไม่รู้จะคิดการณ์ร้ายอะไรหนอ?”

แกมองเหมยวิ่งตรงไปที่โรงครัวจับนั่นทำนี่สักพัก แล้วก็เดินออกมาอีกครั้งพร้อมถ้วยบรรจุขนมชามหนึ่ง
“ไหมมานี่สิ ไหนๆแกก็คิดจะแยกไปมีสามีก่อนพี่เสียแล้ว เราอย่ามาทะเลาะกันอีกเลยนะ พี่ลงมือปรุงบัวลอยที่แกชอบมาให้กิน ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานจากพี่แล้วกันนะ กินสิยังร้อนๆอยู่เลย”
ไหมมองหน้าพี่สาวพร้อมกับคิดถึงวันที่ผ่านมา ไม่เคยมีสักครั้งที่พี่สาวจะยอมลดราวาศอกเหมือนเช่นนี้มาก่อน แต่คืนนี้พี่เหมยคงเริ่มกลัวเหงากระมั้ง เพราะคืนพรุ่งนี้เป็นต้นไป พี่เหมยคงต้องอยู่และนอนเพียงลำพัง ไม่มีเธอมาให้อาละวาดทุบตีอีกแล้ว
ไหมมองหน้าพี่สาวด้วยความอ่อนโยนทั้งใจและความคิด ก่อนยื่นมือไปรับถ้วยบัวลอยมาตักกิน เพียงคำที่สาม..ยายหลิวก็มองเห็นเด็กสาว ทรุดล้มลงนอนดิ้นชักทุรนทุราย แต่ก่อนที่ร่างของไหมจะแน่นิ่งไป เสียงโหยหวนที่เค้นออกมาจากลำคอระหงของเธอคือ
“ไหมจะกลับมา.. ไหมกลับทวงชีวิตคืนจากพี่เหมยให้ได้คอยดูสิ”
เหมยในยามนั้นมีทั้งหวาดกลัวทั้งตื่นเต้น ที่ได้กำจัดน้องสาว ที่หล่อนคิดว่าเป็นมารของชีวิตหล่อนมาโดยตลอด และเมื่อน้องสาวตาย คนที่จะได้แต่งงานแทนกับอาตงก็คือหล่อน ไหมดีใจจนมือไม้สั่นไปหมด ก่อนฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงศพของน้องสาว จึงรีบเอาผ้านวมในห้องนอนมา ห่อร่างของไหมจนมิดชิด
จากนั้นค่อยๆลากร่างของน้องสาวออกไปที่ระเบียงหลัง เมื่อลากลงมาที่สวนชายฉกรรจ์ที่ยายหลิวเห็นในครั้งแรกรีบวิ่งมาช่วยอุ้มห่อผ้านวม พร้อมกับเดินตามเหมยไปที่ท้ายสวนด้านในสุด ยายหลิวมองเห็นคนทั้งคู่ตรงไปที่บ่อน้ำเก่าๆ ที่มีฝาปิดอยู่ เหมยเปิดฝาที่ปิดปากบ่อขึ้น แล้วพยักหน้าชายฉกรรจ์คนนั้นก็โยนร่างของแฝดผู้น้องลงในบ่อเก่าๆนั้นทันที เสียงน้ำแตกกระจายดังแว่วมาเบาๆ

“อาซูน เอากระถางเก่าๆของยายถมลงไปเยอะๆ แล้วเอาปูนโบกปิดปากบ่อให้สนิทนะ”

“ครับ คุณเหมย”

ยายหลิวหลับตาลงทันทีที่เห็นชายฉกรรจ์เดินออกไปจากสวนพร้อมเหมย เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งภาพเบื้องหน้าคือภาพที่อาตงกำลังส่งเหล้ามงคลให้เหมย ส่วนมืออีกข้างกำลังจะคลี่ผ้าคลุมหน้าให้หล่อน

“น้องไหมเหนื่อยมากไหมจ๊ะ?”

“ไม่เหนื่อยจ๊ะพี่ตง”
เหมยรีบปฎิเสธทันที น้ำเสียงของหล่อนทำให้มือของเด็กหนุ่มตกลงข้างตัวทันที เขาวางแก้วเหล้าบนโต๊ะพร้อมกับเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มมาถือไว้และพูดว่า

“น้องเหมยรีบเข้านอนนะ พี่จะไปอ่านหนังสือก่อนนะ ไม่ต้องรอ”
แฝดคู่นี้หน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง มีแค่น้ำเสียงและวิธีการพูด ไหมที่มีน้ำเสียงนุ่มนวล มักพูดค่อนข้างช้าจนคล้ายคนติดอ่าง ผิดกับเหมยที่ฉุนเฉียวง่าย มักสบัดน้ำเสียงและพูดเร็วจนยากจะจับใจความได้ทัน อาตงจึงจับได้ทันที ว่าสาวที่มาเข้าพิธีแต่งงานกับเขาคือใคร
เมื่อเข้าไปในห้องอ่านหนังสือของบิดา อาตงจึงเรียกคนสนิทของเขามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของคนรัก เมื่อรู้ว่าไหมตายไปแล้ว เขานั่งอึ้งอยู่นานก่อนรวบรวมสติไล่คนใช้ออกจากห้อง เขาไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ จึงแสร้งทำเฉยเหมือนยังไม่รู้ข่าวคราวของไหมมาก่อน

แต่ทุกคืนเมื่ออยู่ตามลำพังเพียงคนเดียว เขามักหยิบภาพวาดของไหมออกมาดู

เจ็บเอยหัวใจข้า
เจียนใกล้บ้าแล้วสิหนอ
รักเอยรักพะนอ
ไยหลอกล่อให้ข้าตรม

จันทร์เอยเจ้าจันทร์เจ้า
เงาหงอยเหงามาค้ำข่ม
เห็นข้าร้าวระทม
เจ้ายังถมทับรังแก

รักน้องมิเคยสิ้น
ใจถวิลเต็มด้วยแผล
รักเจ้าเป็นแน่แท้
จึงพ่ายแพ้เป็นทาสทุกข์

นวลน้องรู้บ้างไหม
พี่ใจไหม้ร้าวเคล้าคลุก
เย็นค่ำไร้ซึ่งสุข
นอนจมทุกข์ท่ามคะนึง
สามเดือนผ่านไปโดยอาตงไม่เคยแตะต้องถูกเนื้อตัวของเหมย สร้างความเจ็บอายให้กับเด็กสาวเป็นยิ่งนัก เหมยเริ่มแอบให้คนส่งจดหมายไปเรียกตัวอาซูนคนสวนหนุ่มที่แอบหลงรักหล่อน ให้มาพบที่วัดแห่งหนึ่งอยู่หลายครั้ง ส่วนทางหล่านฟ้าเมื่อนานวันเข้า เธอคิดว่าลูกอาจจะยอมรับเหมยได้บ้างแล้ว จึงเรียกอาตงมาคุย
“แม่สอบถามแล้วนะ ทางพ่อแม่หนูไหมเป็นคนบอกแม่เองว่าหนูไหมกินยาฆ่าตัวตายจริงๆ เพราะห่วงว่าถ้าแต่งงานกับลูกแล้ว ต่อไปเมื่อตั้งท้องอาจมีลูกเป็นเด็กขี้โรคเหมือนเธอให้ลูกต้องกังวลไม่รู้สิ้นอีกคนไงจ๊ะ”

อาตงแค่พยักหน้ารับรู้คำมารดา แล้วขอตัวออกจากห้องไปท่องตำรา หล่านฟ้ามองตามหลังลูกชายเธอคิดว่าคงอีกไม่นาน ลูกชายคงจะลืมไหมและยอมรับเหมยเป็นเมียได้แน่ เพราะคนทั้งคู่หน้าตาเหมือนกัน แต่ยิ่งนานวันไป หล่านฟ้ากลับมองเห็นแต่รอยชิงชังรังเกียจเหมยจากสายตาลูกชายมากยิ่งขึ้น จนทำให้ผู้เป็นแม่อดพิศวงไม่ได้
หกเดือนแล้วที่เหมยมาพักที่นี่ในฐานะลูกสะใภ้ของเธอ และเป็นหกเดือนที่ผู้เป็นแม่อย่างหล่านฟ้าเกิดสังหรณ์ใจประหลาดเกี่ยวกับการป่วยของลุกชาย ในปลายเดือนที่หกหล่านฟ้าจึงจัดแจงจัดข้าวของมีค่าหลายอย่างให้เหมยนำกลับไปเยี่ยมบ้าน เหมยรู้ดีว่านั่นคือการไล่หล่อนทางอ้อม

“เมื่อข้าไม่ได้รัก ข้าก็ไม่เหลือเผื่อไว้ให้ใครได้มารักเขา”
ห่อยาห่อสุดท้ายที่เหมยอาสาเป็นผู้ดูไฟ ถูกนำมาให้อาตงอีกครั้งและเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับเขาและหล่อน ยายหลิวมองตาไม่กระพริบ แกรู้ว่าฉากโหดร้ายอีกฉากกำลังเดินทางเข้ามาประกาศความอำมหิตอีกครั้งแล้ว
“ไอ้ขี้โรค รีบตื่นมากินยาเร็วๆเข้า จะได้ตายๆไปหานังไหมให้สมใจแกไงล่ะ”
ภาพในอดีตที่ไหลย้อนผ่านเข้ามาที่ดวงตาของยายหลิว นานนับเกือบสามชั่วโมงล้วนแต่มีความอำมหิตโหดร้ายทั้งสิ้น แต่ภาพสุดท้ายที่ตึงอารมณ์ของแกจนสุดทนต้องเผลอปากด่าออกไปคือ ภาพที่เหมยส่งถ้วยยาพิษเข้าไปให้อาตงพร้อมกับร้องด่าเยาะเย้ยเขา ภาพที่อาตงกระอักเลือดหลายต่อหลายหนหลังดื่มยาสมุนไพรผสมยาเบื่อหนูถ้วยนั้น ยาถ้วยสุดท้าย ถ้วยที่ผสมยาเบื่อหนูถึง 4 ห่อ
“โอ้ ปีศาจจำแลง นางอำมหิตแสนชั่ว”

......................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 13 เม.ย. ปี 2009 [ เวลา 23 : 42 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook