บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

กลิ่นกาแฟ >>

เศษหนึ่ง...ของเสี้ยวใจ :

เศษหนึ่ง...ของเสี้ยวใจ


หนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งกำลังขะมักขะเม่นกับการเปลี่ยนหลังคาของโรงเรียนของหมู่
บ้านหลังสัน หมู่บ้านในถิ่นทุรกันดารแห่งหนึ่งของประเทศ..
โรงเรียนนี้มีครูเพียงคนเดียวซึ่งแค่เวลาที่จะสอนเด็กทุกชั้นปีก็แทบจะเป็นไป
ไม่ได้แล้ว ยิ่งเวลาที่จะซ่อมแซมอาคารเรียนยิ่งไม่มีความเป็นไปได้..
และเท่าที่รู้จากผู้ใหญ่บ้านคือ ครูที่มาที่นี่ส่วนใหญ่มาอยู่เพียงสามหรือสี่เดือน
ก็ขอย้ายออกไปเนื่องจากทนกับความลำบากไม่ไหว...
หมู่บ้านหลังสันเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนแนวเขาลึก หน้าหนาวก็หนาวจัดจนบ้าน
เรือนแถวนี้มักสร้างแบบไม่มีหน้าต่างเพื่อป้องกันความหนาว และสำหรับหน้า
ฝนไม่มีบ้านหลังใดเลยที่ไม่มีปัญหาหลังคาที่ทำจากใบจากรั่วจนน้ำเจิ่งบ้าน
ยิ่งโรงเรียนแล้วสภาพแย่กว่าบ้านทุกหลัง...
ตรันย์ เป็นตัวตั้งตัวตีในการพาเพื่อนๆนักศึกษามาออกค่ายอาสาพัฒนาในหมู่
บ้านแห่งนี้หลังจากที่ดูข่าวชาวบ้านออกมาเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐให้เข้าไป
ช่วยเหลือและพัฒนา..

เสียงนกหวีดเรียกให้สมาชิกและชาวบ้านรู้ว่าถึงเวลาพักแล้วดังขึ้นจากโรงครัว
หรือก็คือใต้ถุนของบ้านผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง ตรันย์ เรียกเพื่อนๆของเขาให้เก็บ
เครื่องไม้เครื่องมือให้เรียบร้อย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปอาบน้ำทำความสะอาด
ร่างกาย สำหรับที่นี่ยังต้องอาบน้ำบ่อที่เย็นจับขั้วหัวใจ และไม่มีไฟฟ้าใช้ ดังนั้น
กิจกรรมที่วุ่นวายหลายๆอย่างจึงจำเป็นต้องยุติก่อนที่ความมืดจะเข้ามาเยือน..

ตรันย์เดินอ้อมมาทางห้องเรียนของเด็กเล็ก เขาได้ยินเสียงใสๆกำลังสอน
ผู้หญิงในหมู่บ้านรู้จักวิธีคุมกำเนิด ...เจ้าของเสียงเป็นเด็กสาวรูปร่างบอบ
บางผิวขาวอมชมพู รอยยิ้มที่เห็นฟันขาวซี่เล็กๆเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ..
อุปกรณ์ที่เด็กสาวนำมาเป็นโปสเตอร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคทางเพศสัมพันธ์
และวิธีการคุมกำเนิดซึ่ง ตรันย์ไปขอมาจากสาธารณสุขจังหวัดเมื่อวันแรกที่
เดินทางมาถึงที่นี่... แก้มชมพูของเด็กสาวยิ่งแดงเข้มขึ้นไปอีกเมื่ออธิบาย
วิธีคุมกำเนิดให้กับผู้หญิงในหมู่บ้านแล้วนักเรียนของเธอถามว่าเธอใช้วิธีใดอยู่
เด็กสาวอึกอักพร้อมกับหันซ้ายหันขวาจนมาเจอตรันย์ที่ยืนกลั้นหัวเราะอยู่..
เธอเดินตรงมาที่เขาและทุบเขาเต็มแรง
"โอ้ย" ตรันย์แกล้งร้องแต่ก็ยังไม่หยุดหัวเราะ
"เข้ามาเลยพี่ตรันย์ มาช่วย มิน เลยมา กำลังตกที่นั่งลำบาก"เด็กสาวบอกโดยที่
หน้ายังแดงเป็นลูกตำลึง
"อ้าวก็ตอบเค้าไปสิ ว่ามินใช้วิธีอะไร"ตรันย์ยังยั่วเด็กสาวซึ่งทำให้เขาโดนมือ
เล็กๆทั้งทุบทั้งหยิก
"ไม่เคยใช้ย่ะ ยังไม่ถึงเวลา ตัวเองน่ะไปช่วยแก้ปัญหาให้เค้าเลยไป" เด็กสาว
ดันตรันย์ให้เข้าไปในห้องเรียนจนได้พร้อมกับเสียงหัวเราะของนักเรียนรุ่นใหญ่

...................................

หลังอาหารมื้อเย็นสมาชิกชมรมต้องมาร่วมประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าและ
อุปสรรคของงานซึ่งแต่ละส่วนมีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจและหลังจากนั้นก็เป็น
เวลาที่สมาชิกชมรมและชาวบ้านจะมีกิจกรรมรอบกองไฟกันซึ่งโดยมากก็คือการ
ร้องเพลงผิงไฟ.อากาศที่หนาวเหน็บทำให้สมาชิกทุกคนต่างพร้อมใจกันมาล้อม
รอบกองไฟโดยไม่ต้องบังคับซึ่งหลายคนได้นำผ้าห่มผืนบางออกมาคลุมร่างกาย
แสงจากกองไฟช่วยขับใบหน้าของหนุ่มสาวให้เหลืองนวลแปลกตา
สายตาของตรันย์จับจ้องอยู่ที่เด็กสาว..มิน.. เขานึกถึงวันแรกที่เธอมาขอ
สมัครเข้าชมรมอาสาพัฒนา ด้วยรูปร่างที่บอบบาง แววตาที่ใสจนเหมือนโลกนี้จะ
ไม่เคยมีเรื่องเลวร้ายใดๆให้เธอพบพาน ทำให้เขาต้องเตือนเธอถึงเรื่องความลำบาก
ของการออกค่ายอาสาว่าคงไม่เหมือนกับที่เธอไปเที่ยวกับครอบครัว แต่ด้วยแววตา
ที่เด็ดเดี่ยวของเธอทำให้เขาซึ่งเป็นหัวหน้าชมรมอาสาพัฒนาต้องเป็นคนชี้แจง
และรับรองเด็กสาวเข้าชมรม
แรกๆดูเหมือนเด็กสาวจะไม่คุ้นเคยกับการทำงานแบบนี้สักเท่าไรแต่เธอก็ใช้
เวลาไม่นานในการเรียนรู้และช่วยงานในชมรมได้อย่างคล่องแคล่ว..

ใบหน้านวลใส และยิ้มที่สดใสร่าเริงสะกดตรันย์ไม่ให้ละสายตาไปจากภาพที่เห็น
จนกระทั่งเด็กสาวมองกลับมาพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือเหมือนจะบอกอะไรกับเขา

"ขอเชิญพี่ตรันย์ครับ.."เสียงพิธีกรประจันเรียกเขา..
"....ขอเชิญพี่ตรันย์ประธานชมรมครับ..." เสียงพิธีกรเรียกซ้ำ
"ไอ้ตรันย์ โว้ย เอ็งช่วยมากล่าวปิดงานรอบกองไฟวันนี้หน่อยเถอะวะ ..
แล้วค่อยไปจ้องเป็นปลากัดต่อก็ได้" เพื่อนของตรันย์ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรแซว
อย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นตรันย์ยังใจลอยอยู่ เรียกเสียงเฮออกมาจากลุ่มสมาชิกและ
ชาวบ้านได้ดังลั่นเขา
ตรันย์ลุกขึ้นเกาศีรษะอย่างไม่รู้จะทำอะไรในขณะที่เด็กสาวเอามือทั้งสองข้าง
ปิดหูเมื่อเพื่อนสาวในกลุ่มพากันหยอกล้อ
"เอ่อ ... คือ ต้องขอโทษด้วยครับ พอดีใจมันลอยไปไหนไม่รู้.."
ตรันย์บอกซึ่งก็ยังเรียกเสียงเฮจากกลุ่มได้
"ขอบคุณสำหรับกิจกรรมทุกอย่างที่เราได้ทำในวันนี้และวันต่อไปจนกว่า
โครงการเราจะบรรลุเป้าหมายนะครับ ผมในฐานะตัวแทนของชมรมขอปิด
กิจกรรมรอบกองไฟสำหรับวันนี้เพียงเท่านี้ครับ.." ตรันย์บอกก่อนที่
สมาชิกทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน..

เช้าวันรุ่งขึ้นตรันย์ตื่นเช้ากว่าทุกคน ดวงตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้ามีเพียงแสง
สลัวๆจากทิศตะวันออกเท่านั้น เขาก่อไฟกองเล็กๆและต้มน้ำเพื่อชงกาแฟสำเร็จ
รูป กลิ่นกาแฟหอมลอยมาแตะจมูก เขาสูดหายใจนำเอาอากาศที่ชื้นด้วยไอหมอก
และกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นเข้าปอด
"พี่ตรันย์ตื่นเช้าจังค่ะ"เสียงเล็กๆดังมาจากข้างหลัง ตรันย์หันไปมองพบเด็กสาว
ในชุดกีฬาซึ่งถูกแปลงมาเป็นชุดนอนชั่วคราวในขณะออกค่ายแบบนี้ห่อตัวอยู่ในผ้า
ห่มผืนบาง..
"มิน ก็ตื่นเช้านะ ... กาแฟไหม?" เขาถาม
"ค่ะ ห้อมหอม" เด็กสาวพูดพลางชะโงกดูกาแฟในหม้อสนาม..
เขารินกาแฟให้เธอ เด็กสาวนั่งลงข้างๆเขาและมองไปทางทิศตะวันออก..
"มินไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแบบนี้เลยนะคะ ไปเที่ยวเองก็ตื่นไม่ทัน"เด็กสาว
บอก
"ไม่ใช่มินคนเดียวหรอก คนเมืองแทบทุกคนนั่นละ แต่สำหรับชาวบ้านที่นี่
เค้าเห็นกันเป็นเรื่องปกติแล้ว.."ตรันย์ตอบ เขาแอบมองแก้มใสๆที่เริ่มแดง
เพราะความหนาวจากอากาศยามเช้า
"พี่พามินมาลำบากหรือเปล่า?"เขาถาม เด็กสาวใช้สองมือประคองแก้วกาแฟ
เพื่อขอความอบอุ่นก่อนจะตอบ
"ไม่หรอกค่ะ เพียงแค่เป็นสิ่งที่มินไม่เคยเจอเท่านั้น.." เด็กสาวบอก
"มินรู้สึกว่าที่นี่ มินมีค่ามากว่าในเมืองนั่น...ถ้าเลือกได้มินก็อาจเลือกทาง
สายนี้ต่อไป..แล้วพี่ตรันย์ล่ะคะ" เด็กสาวพูดต่อพร้อมกับหันมาถามตรันย์
"สำหรับพี่ได้เลือกเส้นทางสายนี้มาแล้ว... พี่เป็นผู้ชายจะอย่างไรทางบ้าน
ก็คงไม่ห่วงมาก ..แต่มินนี่สิ บอบบางอย่างนี้ทางบ้านคงไม่ยอมล่ะมั้ง"เขาถาม
"ก็ มินรู้ว่าถ้ามินจะเดินทางสายนี้ก็คงต้องต่อสู้หนักหน่อย ทั้งอุปสรรคทางบ้าน
และความลำบาก...มินเรียนมาทางมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์นะคะ งาน
แบบนี้ก็ถือว่าตรงกับที่เรียนเชียวล่ะ แต่พี่ตรันย์นี่สิ เรียนวิศวะแล้วจะมาเป็นครู
ดอยได้ไง"เด็กสาวย้อนถาม
"ทำไมจะไม่ได้ ก็มาเป็นเพื่อนใจครูดอยไม่ได้หรอ"เขาตอบทีเล่นที่จริงทำเอา
แก้มที่แดงอยู่แล้วของเด็กสาวแดงขึ้นไปอีก ตรันย์ลุกขึ้นพร้อมกับยื่นมือให้เด็ก
สาว "อ้าวลุก ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วใครอยู่สูงกว่าเห็นก่อน"เขาบอก
"ว้าอย่างนี้ มินก็เห็นทีหลังพี่สิ " เด็กสาวบ่นพร้อมกับลุกขึ้นโดยอาศัยแรงฉุด
จากเด็กหนุ่ม แต่พื้นที่เธอยืนอยู่เป็นหลุมเล็กๆทำให้เด็กสาวเสียหลักไปพิงกับ
อกของชายหนุ่ม ความใกล้ชิดและความรู้สึกอบอุ่นทำให้เด็กสาวไม่ได้ตั้งใจผลัก
ตัวเองออกจากอ้อมแขนของเด็กหนุ่มเท่าที่อยากให้เป็น ตรันย์ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ
ของแชมพูสระผมจากเด็กสาว
"มิน.."ตรันย์เรียกเด็กสาวที่เสียหลักพิงอยู่ เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัว
"คะ" เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองในขณะที่เขาโน้มใบหน้าลงมาพร้อมกับประทับ
จูบแรกให้กับเธอพร้อมๆกับแสงเรืองรองที่พ้นขอบฟ้า.....
....................................
ตรันย์ตื่นจากความคิดคำนึงถึงเรื่องราวเมื่อหกปีก่อนกลับมามองจดหมายในมือ
เขาอ่านจดหมายในมือซ้ำแล้วซ้ำอีก จดหมายที่ยับจนเกือบจะเรียกว่ายู่ยี่แสดง
ให้เห็นว่าเมื่อมันออกจากมือผู้ส่ง มันต้องผ่านความยากลำบากมาไม่น้อยกว่าจะ
มือผู้รับ..แต่นั้นไม่เท่ากับเนื้อความในจดหมายที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลัง
ใช้มีดแทงเข้าขั้วหัวใจตนเองอยู่..
"พี่ตรันย์ที่รัก
ไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะทันงานแต่งพี่ตรันย์มั้ย เพราะจดหมายที่พี่ตรันย์
ส่งมาเดือนมีนาคมแต่มินได้รับเดือนเมษายนก็ใช้เวลาเดินทางเกือบเดือน...
มิน เขียนตอบพี่ตรันย์ทันที... แต่ก็ฉีกทิ้งอยู่หลายเที่ยว...จนแล้วจนรอด
ก็มีฉบับนี้เหลือรอดมา... มินขออวยพรให้พี่ตรันย์โชคดีกับความรัก..
ความจริงมินรู้ข่าวพี่ตรันย์จากโทรทัศน์ในหมู่บ้านมาพักนึงแล้ว..นักธุรกิจ
หนุ่มอนาคตไกลกับหลานสาวคุณหญิงรื่นฤดี..เป็นคู่ที่ใครอีกหลายๆคนคงต้อง
อิจฉา...รวมทั้งมินด้วย...
พี่ตรันย์ไม่ต้องโทษตัวเองที่พี่เปลี่ยนใจออกจากเส้นทางสายนี้..เพราะตอนนั้น
เราต่างก็ยังเด็ก..เหตุและผลมันยังน้อยกว่าอารมณ์และอุดมการณ์..
ตอนนี้เราต่างเติบโตขึ้น..มินยังมีชีวิตและความสุขในแบบที่มินเลือก..
ตอนฟ้าสางที่นี่ดูแล้วก็ยังอบอุ่นเหมือนวันนั้น... มินไม่เคยเสียใจที่ได้รู้จัก
และรัก..พี่ตรันย์..พร้อมทั้งได้เห็นเส้นทางที่มินได้เลือก..มินอยากโทร
ไปอวยพรพี่ด้วยตัวเอง แต่ติดที่ไม่มีเสาโทรศัพท์สักต้นบนนี้ ก็ได้แต่ส่งคำอวยพร
มาให้พี่ตรันย์ทางจดหมาย..นี่คงเป็นฉบับสุดท้ายที่มินจะส่งถึงพี่ตรันย์..
ด้วยเหตุและผลที่เราต่างรู้ดี.....สุดท้ายนี้มินขอให้พี่ตรันย์มีความสุขค่ะ..

มิน..."
ตรันย์เห็นรอยน้ำตาหยดลงบนจดหมายอยู่หลายดวง ..เขาใช้นิ้วเขี่ยรอยเหล่านั้น
อย่างเลื่อนลอย.. กาแฟที่วางอยู่ตรงหน้าเย็นสนิทแล้ว...แสงไฟยามค่ำคืน
เริ่มทอแสงของมันออกมาเมื่อตะวันลับไปกับตึกสูง... ตรันย์ถอนใจก่อนจะ
วางแก้วกาแฟทับจดหมายฉบับนั้นไว้ พร้อมกับลุกขึ้นและเดินจากร้านกาแฟเล็กๆ
นั้นไป............

โดย : กลิ่นกาแฟ mailto:artit.kw@gmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 28 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 15 : 28 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook