บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1  กรุงงานเขียนเก่า 2  กรุงงานเขียนเก่า 3  กรุงงานเขียนเก่า 4  กรุงงานเขียนเก่า 5

บุหงาพัดโบก >>

ทวิกาลวันวานแห่งอดีต 5 :

ทวิกาลวันวานแห่งอดีต5


หลังจากที่ฉายเริ่มตั้งสติได้ ฉายค่อย ๆ นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตน ฉายมองกลับไปที่ฉากลับแลอีกครั้ง แต่คราวนี้ฉากนั้นไม่มีแสงแวววับสีทอง ฉายค่อยคลานเข้าไปใกล้แต่แล้วฉายก็ต้องสะดุดเพราะมือของฉายไปกดทับอะไรบางอย่างจนทำให้ฉายเจ็บมือ ฉายค่อยมองแล้วหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา แหวนนั้นเอง เป็นแหวนฉายมองแล้วก็ต้องแปลกใจว่า ทำไมถึงมีแหวนมาตกอยู่ในห้องนี้ แหวนวงนี้มีลักษณะแปลก ๆ คือ ที่ด้านข้างของแหวนมีแกนเหล็กนูน ๆ ออกตอนแรกฉายคิดว่าเป็นนาฬิกาแต่คิดไปคิดมาไม่น่าจะใช่ เพราะยุคนั้นคงไม่มีของแบบนี้อยู่ ฉายพลิกไปพลิกมาดูแหวนนั้นอย่างพินิจ พิเคราะห์ จนเผลอไปกดแกนเหล็กนูน ฝาของแหวนที่เป็นพลอยกระเด็งออกมา จนฉายตกใจ บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเริ่มมืดแล้ว ฉายเห็นท่าจะไม่ดีจึงรีบรวบของที่เก็บได้วิ่งลงไปข้างล่างทันที
หลังจากที่ฉายลงมาข้างล่าง ฉายรีบลงไปกินข้าว อาบผ่านน้ำ (อาบน้ำนะแหละ) แบบรวดเร็วเพื่อจะมาดูว่าแหวนนั้น มีอะไรพิเศษหรือเปล่า แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ฉายคิดไว้ไม่ผิด แหวนนั้นมีสองชั้น ชั้นแรกเป็นเหมือนฝาโดยเป็นหัวแหวนดูท่าน่าจะเป็นทับทิมแต่ว่าไม่ได้รับการเจียรนัยเลยดูแดงดื้อ ๆ ไงไม่รู้ ชั้นที่สองของแหวนซิน่าจนใจ ฉายกดแกนเหล็กนูนนั้นอีกครั้ง ฝาดีดตัวออก เผยสิ่งที่อยู่ข้างในฉายก้มลงดูอย่างตั้งอกตั้งใจในนั้น เป็นรูปพระองค์นพนั้นเอง รูปนี้เล่นเอาฉายถึงกับยิ้มออก เพราะพระรูปที่พระองค์นพถ่ายออกมานั้น เกะเอามาเฉพาะใบหน้าที่กำลังยิ้มอยู่ ฉายฉานนึกสนุกยกมือพนมไว้แล้วก็อธิฐานว่า หม่อมฉันของประทานอนุญาตสวมแหวนวงนี้นะเพคะ แล้วฉายฉายก็ยกมือสาธุแบบท่วมหัว แล้วก็หันกลับมาไหว้พระนอน ดึกแค่ไหนไม่รู้หรอกเพราะฉายหลับไปแล้ว เอหรือว่ายังไม่หลับ คิดว่าน่าจะกำลังเคลิ้ม ๆ ฝันหวาน เหมือนมีใครคนหนึ่งมายืนใกล้ ๆ ใครคนนั้นจับมือฉายแล้วฉายก็มีความรู้ว่าอุ่น ๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูกเสียงกระซิบ ข้าง ๆ หูอะไรสักอย่างที่ฉายฟังไม่รู้เรื่อง แต่มันก็ทำให้ฉายหลับอย่างเป็นสุขฝันดีอย่างที่สุด
ไอ้โต้งตัวเดิม ขันเรียกให้ฉายฉานลุกขึ้นจากที่นอน ฉายเดินแบบสะลึมสะลือ ขยี้ตาก็แล้ว เกาหัวก็แล้ว สุดท้ายจึงเดินมาถึงห้องน้ำ ฉายแปรงฝัน ล้างหน้าแต่ว่าฉายก็ต้องสุดกับสิ่งหนึ่งที่มันแปลกปลอมอยู่บนนิ้วมือด้านขวาของฉาย "แหวนทับทิม" เฮ้ย ฉายตาสว่างทันที แปลกใจที่แหวนวงนี้มาอยู่ในนิ้วได้อย่างไรในเมื่อ เมื่อคืนนี้ฉายไม่ได้ใส่แหวนวงนี้นอนนี้น่า ฉายพยายามจะถอดให้ออกจากนิ้วนางของขวาของฉาย แต่ว่าฉายถอดไม่ออก สบู่ก็แล้ว น้ำยาล้างจานก็แล้ว สุดท้ายฉายก็จนใจ เลยต้องให้แหวนวงนี้อาศัยอยู่บนนิ้วนางข้างขวาไปพลาง ๆ ก่อน ฉายเริ่มต้นภาระกิจการทำความสะอาดบ้านชั้นสามทันที แต่ในใจลึก ๆ แล้วฉายก็อยากจะไปหาท่านชายนพเหมือนกัน ฉายจึงรีบขึ้นไปที่ชั้นสามรีบเปิดหน้าต่างทุกบานออก แสงของพระอาทิตย์ยามเช้าส่องเข้ามา ภาพริมน้ำที่ฉายเคยเห็นเมื่อตอนอยู่กับท่านชายนพ ทำให้ฉายรู้สึกเป็นสุขอย่างประหลาด ฉายเริ่มต้นจากการรื้อผ้าที่คลุมเฟอร์นิเจอร์ เช็ดทุกอย่างที่ขวางหน้า จนผ่านไปจนเกือบ ๆ เที่ยงเห็นจะได้ละมั้งทุกอย่างจึงเสร็จเรียบร้อย ห้องนอนดูสะอาดถึงแม้ว่าที่เตียงนอนจะไม่มีที่นอนตู้ต่าง ๆ ไม่มีสิ่งของ โต๊ะเครื่องแป้งไม่มีเครื่องหอมวางอยู่ แต่ก็จัดว่าดูดีกว่าตอนแรกหลายเท่านัก ฉายฉานเหลือบมองที่ฉากลับแลที่ตอนนี้ฉายเลื่อนที่ไว้ใกล้ ๆ กับโต๊ะเครื่องแป้งตามที่ฉายเคยเห็นเมื่อครั้งที่ได้เจอกับท่านชายนพ แล้วก็ต้องถอนหายใจว่าทำไมหนอ จึงไม่มีแสงสีทองวาววับนั้นอีกแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะได้ข้ามไปหรือว่าจะหมดโอกาสนั้นเสียแล้วแต่ว่า ระหว่างที่ฉายฉานกำลังนึก ๆ เพลิน ๆ อยู่นั้น แหวนทับทิมก็เปล่งแสงออกมา แกนเหล็กนูนดีดตัวออก ฉายฉานตกใจแล้วก็นึกถึงฉากลับแลขั้นมา จริงอย่างที่ฉายคิดไว้ ฉากนั้นมีแสงสีทองเปล่งประกายแล้ว ฉายวิ่งที่ไปฉากนั้นแบบรวดเร็ว แล้วปล่อยตัวให้พลังนั้นดึงฉายผ่านไปตามเส้นทางสีทองผ่องใสนั้นทันที
คราวนี้ฉายปล่อยให้พลังแสงสีทองนั้นพาฉายมาส่งยังห้องของท่านชายนพอย่างสวยงาม ฉายค่อย ๆ เดินออกมาหลังฉากนั้นมองซ้าย มองขวา แล้วก็ค่อย ๆ เรียกท่านชายนพเบา
"ท่านคะ" "ท่านคะ" ฉายเองคะ อยู่หรือเปล่าคะ
สงสัยจะไม่อยู่หรือว่าไปทำงาน
"ฉายฉาน" ท่านชายนพเรียก
สวัสดีคะ ท่านชาย ฉายทักได้แค่นั้น แล้วก็เริ่มทำหน้าไม่ถูกเสียแล้ว
กำลังคิดถึงอยู่ ไม่หรอก กำลังนึกถึงอยู่ว่า มีอะไรจะให้หล่อนช่วย หล่อนรู้หรือไม่ว่า ตอนนี้สยามเรากำลังพัฒนาเพื่อให้เทียบกับอารยะประเทศ สิ่งหนึ่งที่"ที่บน" ท่านทรงมีพระราชดำริเรื่องการเลิกทาสอยู่

คะฉายทราบคะ แล้วทำไมเหรอคะ
ยุคนี้ ทาสถือเป็นสมบัติอย่างหนึ่ง บ้านไหนยิ่งทาสมาก บริวารมาก ก็ถือว่าบ้านนั้นเป็นชนชั้นสูง หรือถ้ามีศักดินามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่นับหน้าถือตาขึ้นเท่านั้น

ให้ฉายเดา คงมีคนไม่เห็นด้วยกับการเลิกทาสครั้งนี้ใช่ไหมคะท่านชาย ฉายมองหน้าท่านนพอย่างจริงจัง

"ใช่" คนเหล่านี้ล้วนเป็นเหล่าขุนนาง หรือมีชาติตระกูล เพราะเท่ากับเป็นการเสียเครื่องเกียรติอย่างหนึ่ง

เราคงต้องค่อยทำอย่างแนบเนียน และทำให้เหล่านั้นยอมรับซิคะ ฉายตอบ

อันนั้น "ที่บน" ท่านก็ทรงดำเนินวิธีทางนี้อยู่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด พวกทาสจะทำอย่างไร เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น บางคนเป็นทาสสมบ้าง ทาสในเรือนเบี้ยบ้าง ทาสเหล่านี้เป็นทาสมาทั้งครอบครัวก็มี

พระองค์ก็เลยกลัวว่าพวกทาส เมื่อถึงว่าที่ประกาศเลิกทาสจริง ๆ จะไม่ยอมเป็นไทกันใช่ไหมคะ

ท่านชายนพไม่ตอบ แต่กลับเห็นมามองหน้า ฉายฉาน แล้วยิ้มให้อย่างมีไมตรี "หล่อนรู้ใจคนด้วยรึ ฉันคิดอะไรหล่อนจึงตามทันไม่ขัดเลย สงสัยงานนี้ฉันคงปรึกษาถูกคนแล้วกระมัง"

ฉายไม่ตอบได้แต่ยิ้มให้แต่ในใจแทบจะกระโดดโลดเต้นแล้วละมั้ง ฉายเขินอายจนมือที่วางพาดไว้บนโต๊ะน้ำชาปัดถ้วยชาใบจิ๋วให้ตกลงมาด้วยความประหม่าของฉาย

อุ๊ยขอโทษนะคะท่านชาย ฉายไม่ได้ตั้งใจ ดีนะที่ถ้วยไม่แตก ด้วยอารามรีบฉายจึงเอามาปาดน้ำเพื่อให้มารวมกันโดยไม่ทันระวังว่าน้ำมันร้อนเกิน

"ระวัง แม่ฉาย" ท่านชายนพร้อง พร้อมกับกระโดดมาจับมือฉายฉานไว้แต่ไม่ทันเสียแล้ว ตอนนี้มือของฉายฉานจุ้มลงไปบนน้ำที่กระเด็นออกมาจากแก้วตอนที่ตกลงมาเต็ม ๆ

โอ๊ย ร้อนจัง ซี๊ดดดดดดด โอ๊ย แดงเลย ฉายร้องออกมา แล้วก็ยกมือขึ้นมาดู โอ๊ย แดงแจ๋ เลย ฉายน้ำตาไหลแปะ ๆ ลงมา

"เป็นอะไรมากหรือไม่ แม่ฉาย ขอโทษที่ห้ามแม่ฉายไม่ทัน" ท่าทางของท่านชายนพเป็นห่วงฉายมาก

"เฮ้ย ใครอยู่ข้างนอก เอาดินสอพองหรือปูนแดงมาทีซิวะ น้ำร้อนลวกข้า เร็วอย่าช้า"

"ขอรับ" พวกข้ารับใช้ หรือทนายหน้าหอตะโกนกลับ

ไม่ถึงพริบตา ทนายคนเดิมก็เดินขึ้นมา ท่านชายขอรับ กระผมได้ปูนแดงมาแล้วขอรับ ให้กระผมนำเข้าไปเลยนะขอรับ

"ไม่ต้อง เอ็งวางไว้หน้าปากบันได แล้วเอ็งจงเร่งไปบ้านหลวงวิรูฬกิจ ให้ข้าที บอกว่ามะรืนนี้ ข้าจะไปพบที่บ้านท่านหารือ งานที่ค้างไว้" ท่านชายตรัสสั่ง "ขอรับ" เสียงฝีเท้าวิ่ง ๆตึง ๆ ค่อยออกไป

ท่านชายนพเดินไปหยิบปูนแดงที่ปากบันได แล้วค่อย ๆ จับมือฉายขึ้นมา มือที่ฉายโดนน้ำร้อนคือมือขวา ท่านชายจับมือของฉายขึ้นมาแล้วค่อย ๆ เอาปูนแดงนั้นทาบริวเณที่แดง ๆ "นี้ยังน้อย ถ้าร้อนกว่านี้ มือแม่ฉาย คงพองเป็นแน่" ท่านชายค่อยทาปูนแดงให้ฉาย ฉายมองท่านชายอย่างปลาบปลื้มที่สุด แต่ก็ต้องมาสะดุดลง เมื่อท่านชายมองเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างขวาของฉาย

"แหวนนี้แม่ฉายได้มาจากไหนรึ" ฉายมองหน้าท่านชายนพ แล้วก็เล่าให้ท่านชายนพฟังว่าหลังจากที่เจอท่านชายนพครั้งแรก ฉากก็พบแหวนวงนี้หล่นอยุ่ในห้องนั้น นั่นเอง

"ถ้าท่านชายต้องการ ฉายจะถอดให้นะคะ" ฉายทำท่าจะถอดออกแต่ทว่าก็ไม่สำเร็จเหมือนเดิม จนท่านชายต้องมาจับมือของฉายเป็นการหยุด แล้วก็ตรัสกับฉายว่า "ไม่ต้องหรอก ถือเสียว่า ฉันให้เป็นเครื่องทำขวัญให้แม่ฉายที่โดนน้ำร้อนลวงแล้วกัน"

ฉายนั่งพับเพียบสงบ ก้มหน้าหลบตาอาย ท่านชายนพยังคงมองฉายฉานอยู่อย่างนั้น มือทั้งสองก็ยังเกาะกุมกันอยู่ ฉายคิดว่าอยากดูแบบนี้ตลอดไปจัง ฉายเองไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใคร แต่ทว่าหัวใจลึก ๆ ของฉายฉานหวั่นใจอย่างประหลาด

โดย : บุหงาพัดโบก mailto:navy30@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 15 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 23 : 59 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook