บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

การจัดรูปการปกครองเมืองตามระบอบมณฑลเทศาภิบาล ยุคล่าอาณานิคม ข้อแนะนำในการท่องเที่ยว « สาระน่าอ่าน

ประเทศไทยในยุคล่าอาณานิคม (3)

            ได้มีพิธีรับมอบดินแดนที่จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2484 มีการสวนสนาม โดยมีแม่ทัพบูรพาเป็นประธาน มีผู้แทนจากคณะรัฐมนตรี 3 นาย และผู้แทนฝ่ายทหาร 3 นาย ไปรับมอบดินแดน
            ต่อมาผู้แทนฝ่ายไทย ฝ่ายฝรั่งเศส และฝ่ายญี่ปุ่น ได้ร่วมกันร่างอนุสัญญาในเรื่องนี้ขึ้น และได้ลงนามเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2484 โดยสนธิสัญญานี้ประเทศไทยได้ดินแดนคืนมาประมาณ 90,000 ตารางกิโลเมตร และได้จัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ขึ้น 4 จังหวัด คือ พระตะบอง พิบูลสงคราม นครจัมปาศักดิ์ และลานช้าง และเพื่อเป็นการถ้อยทีถ้อยตอบแทนกันโดยไมตรี   ฝ่ายไทยให้เงินทดแทนค่าก่อสร้างทางรถไฟ ของอินโดจีนฝรั่งเศส เป็นเงิน 6 ล้าน เปียสตร์อินโดจีน โดยแบ่งใช้มีกำหนด 6 ปี อนุสัญญาสันติภาพฉบับนี้ ได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2484   สภาผู้แทนได้ให้ความเห็นชอบ ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2484 พร้อมทั้งมีมติขอบคุณรัฐบาลและผู้ที่ได้ไปทำงานให้แก่ประเทศชาติจนบรรลุผล ควรจารึกเกียรติคุณไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติชั่วกาลปาวสาน
             ในพิธีสารภาคผนวกของอนุสัญญาสันติภาพ  ลงวันที่ 5 กรฎาคม  2484
ได้กำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการปักปันดินแดนขึ้น  เพื่อดำเนินงานให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 1 ปี   กรรมการดังกล่าวประกอบด้วยฝ่ายไทย   ฝ่ายฝรั่งเศส   และฝ่ายญี่ปุ่น   โดยมีฝ่ายญี่ปุ่นเป็นประธานกรรมการ
            การปักปันดินแดนได้ดำเนินการอย่างเร่งรีบ   ตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2484
งานได้เสร็จสิ้นลงตามกำหนดเวลา ได้มีการลงนามในพิธีสาร   เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2485  ณ เมืองไซ่ง่อน   และไทยได้เริ่มเข้าครอบครองดินแดนที่ได้ ตั้งแต่ วันที่ 12 กรกฎาคม 2485
            ไทยได้รับดินแดนบางส่วนที่เสียให้แก่ฝรั่งเศษกลับคืนมารวมประมาณ 69,000 ตารางกิโลเมตร จากดินแดนลาวและเขมรที่ไทยเสียให้แก่ฝรั่งเศษในเหตุการณ์หลายครั้ง รวมทั้งสิ้นประมาณ 467,800 ตารางกิโลเมตร
            ดินแดนที่ไทยได้คืนจากฝรั่งเศษได้จัดตั้งเป็นอำเภอและจังหวัด เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่แม่ทัพนายกองของไทย และผู้ที่เป็นหลักในการดำเนินการต่อกรณีพิพาทอินโดจีน ดังนี้คือ
            อำเภอไพรีระย่อเดช อำเภอเกรียงศักดิ์พิชิต อำเภอพรหมโยธี อำเภออธึกเทวเดช อำเภอสินธุสงครามชัย อำเภอวรรณไวทยากร อำเภออดุลย์เดชจรัส อำเภอหาญสงคราม และจังหวัดพิบูลสงคราม และได้จัดการปกครองดังนี้
            1. เมืองเสียมราฐ (เขมร) ได้ยกฐานะท้องที่เมืองนี้ขึ้นเป็นจังหวัดพิบูลสงครามปกครองด้วยอำเภอไพรีระย่อเดช อำเภอกลันทบุรี อำเภอพรหมขันธ์ อำเภอเกรียงศักดิ์พิชิต อำเภอวารีแสน และอำเภอจอมกระสานต์
            2. เมืองพระตะบอง (เขมร) ยอท้องที่เมืองนี้ขึ้นเป็นจังหวัดพระตะบอง ประกอบด้วยอำเภอเมืองพระตระบอง อำเภอพรหมโยธี อำเภออธึกเทวเดช อำเภอมงคลบุรี อำเภอไพลิน อำเภอศรีโสภณ และอำเภอสินธุสงครามชัย
            3. นครจัมปาศักดิ์ (ลาว อยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง) ยกท้องที่แขวงนี้ขึ้นเป็นจังหวัดนครจัมปาศักดิ์ ประกอบด้วยอำเภอเมืองนครจัมปาศักดิ์ อำเภอวรรณไวทยากร อำเภอธาราบริวัติ อำเภอมโนไพร และอำเภอโพนทอง
            4. หลวงพระบาง (ลาว อยู่ฝั่งขวาแม่น้ำโขง) ยกท้องที่แขวงนี้ขึ้นเป็นจังหวัดลานช้าง ประกอบด้วยอำเภอสะมาบุรี อำเภออดุลย์เดชจรัส อำเภอแก่นท้าว อำเภอเชียงฮ่อน และอำเภอหาญสงคราม
            ได้มีการเปลี่ยนแปลงใช้ร่องน้ำลึกในแม่น้ำโขงเส้นเขตแดน บรรดาเกาะที่อยู่ฝั่งขวาของเส้นเขตแดน (ด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำโขง) เป็นของไทย ยกเว้นเกาะโขง และเกาะโดน ให้ไทยและฝรั่งเศษปกครองร่วมกัน

              สมัยปฎิรูปการปกครอง  ในปี พ.ศ.2433 ทางกรุงเทพ ฯ ได้รวมกลุ่มหัวเมืองต่าง ๆ เป็นสี่หัวเมือง แล้วแต่งตั้งข้าหลวงจากส่วนกลางไปเป็นข้าหลวงกำกับราชการ
             หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก   ตั้งที่ทำการข้าหลวงกำกับราชการที่เมืองจำปาศักดิ์ มีเมืองในสังกัดเป็นเมืองเอก 11 เมือง เมืองขุขันธ์อยู่ในกลุ่มเมืองเอก เมืองที่เป็นเมืองโท เมืองตรี และเมืองจัตวาอีก 16 เมือง
                    หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ  ตั้งที่ทำการ ฯ ที่เมืองอุบล ฯ มีเมืองในสังกัดเป็นเมืองเอกอยู่ 12 เมือง เมืองศรีสะเกษ อยู่ในกลุ่มเมืองเอก เมืองที่เป็นเมืองโท เมืองตรี และเมืองจัตวาอีก 29 เมือง
                    หัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ  ตั้งที่ทำการ ฯ ที่เมืองหนองคาย มีทั้งหมด 52 เมือง
                    หัวเมืองลาวฝ่ายกลาง  ตั้งที่ทำการ ฯ ที่เมืองนครราชสีมา มีทั้งหมด 19 เมือง
               สงครามกับฝรั่งเศส  ในปี พ.ศ.2436 (ร.ศ.112) เกิดวิกฤตการณ์สงครามระหว่างฝรั่งเศสกับไทย รัฐบาลฝรั่งเศสแต่งตั้งเรสิดังปัสตา เป็นแม่ทัพคุมทหารญวนเมืองไซ่ง่อน 200 คน และกำลังเมืองเขมร พนมเปญ เป็นอันมาก ลงเรือ 33 ลำ ยกขึ้นมาตามลำแม่น้ำโขง เข้ามาในเขตไทยขับไล่ทหาร ซึ่งรักษาด่านบงขลา แขวงเมืองเชียงแตง และด่านเสียมโบก ยึดด่านทั้งสองไว้ได้ ต่อมาได้ยึกเมืองเชียงแดง จึงเกิดสงครามขึ้นโดยมีพระประชาคดีกิจ (แช่ม) ข้าหลวงฝ่ายไทย ณ เมืองสีทันดรคอยปะทะต้านทานไว้ ข้าหลวงใหญ่หัวเมืองลาวกาว กรมหลวงพิชิตปรีชากร ประทับอยู่ ณ เมืองอุบล ฯ ได้เกณฑ์กำลังเมืองศรีสะเกษ เมืองขุขันธ์ เมืองสุรินทร์ เมืองมหาสารคาม เมืองร้อยเอ็ด เมืองละ 800 คน เมืองสุวรรณภูมิและเมืองยโสธร เมืองละ 500 คน เป็นกองทัพไปต่อสู้กับฝรั่งเศส
                นอกจากนั้นยังให้เกณฑ์กำลังคนจากเมืองขุขันธ์อีก 500 คน ให้ข้าหลวงเมืองขุขันธ์คุมกำลังไปตั้งอยู่ ณ เมืองมโนไพร และเมืองเซลำเภา พร้อมทั้งให้เมืองใหญ่ทุกเมือง ในมณฑลลาวกาว เตรียมกำลังพลให้พร้อมอีกเมืองละ 1,000 คน
                โปรดให้ราชวงศ์ ราชบุตร เมืองยโสธร คุมคนเมืองยโสธร 500 คน ให้อุปฮาด (บัว) เมืองกมลาไสยคุมคนเมืองศรีสะเกษ 500 รวมเป็น 1,000 คนร ไปสมทบกำลังที่เมืองสีทันดร และให้ผู้ช่วยเมืองศรีสะเกษ คุมคนเมืองศรีสะเกษ 500 ไปตั้งรักษาอยู่ ณ ช่องโพย และด่านพระประสบ แขวงเมืองขุขันธ์ เกิดการต่อสู้จนบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย
                โปรดให้ยกกำลังเมืองสุวรรณภูมิ 500 เมืองร้อยเอ็ด 300 รวม 800 ยกจากเมืองอุบล ฯ ไปช่วย ณ ค่ายดอนสาคร นำกำลังจากเมืองจัตุรภักตร์ 105 เมืองร้อยเอ็ด 210 เมืองมหาสารคาม 210 รวม 525 คน ยกไปรักษาอยู่ ณ เมืองมโนไพร และธาวาบริวัตร และด่านลำจาก
                ให้ข้าหลวงเมืองศรีสะเกษ ทำหน้าที่ส่งเสบียงไปยังกองพระศรีพิทักษ์ กองกำลังที่ตั้งประจันกันบริเวณลำน้ำโขงมีการต่อสู้กันหลายครั้ง ต่อมาทั้งสองฝ่ายตกลงสัญญากันเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2436 ใช้เวลาครึ่งปีในการรบ
            กบฎเสือยง   เกิดในปี พ.ศ.2437 ได้คุมสมัครพรรคพวกทำการปล้นตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทางเมืองอุบล ฯ และเมืองศรีสะเกษ ร่วมกันปราบปราม เจ้าเมืองศรีสะเกษได้ขอให้เมืองขุขันธ์ช่วยปราบ จับเสือยงได้ นำไปประหารชีวิตที่บริเวณศาลหลักเมือง
                พ.ศ.2438 ย้ายเมืองราษีไศล จากบ้านโนนหินกองมาตั้งที่บ้านท่าโพธิ์ อำเภอราษีไศล ปัจจุบัน
            กบฎผีบุญบุญจัน   ในปี พ.ศ.2443 ท้าวบุญจัน บุตรเจ้าเมืองขุขันธ์ ได้เสนอขอย้ายอำเภอกันทรลักษ์ จากบ้านปักดองมาที่บ้านสิ หรือแยกบ้านสิเป็นอำเภอ และขอเป็นนายอำเภอเอง แต่ข้าหลวงเมืองขุขันธ์ไม่เห็นด้วย ท้าวบุญจันไม่พอใจได้ไปซ่องสุมผุ้คนที่ภูฝ้าย ต่อมาได้ย้ายไปที่ซำปีกา มีผู้สมัครเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก
                ข้าหลวงเมืองขุขันธ์ ได้ขอกำลังจากข้าหลวงผู้สำเร็จราชการมณฑลอีสานไปปราบ จับท้าวบุญจันได้ ตัดศีรษะไปที่เมืองขุขันธ์แห่ตระเวณไปรอบเมือง แล้วเสียงประจานที่ทางสี่แพร่ง
                พ.ศ.2455 ให้รวมเมืองขุขันธ์ เมืองศรีสะเกษและเมืองเดชอุดม เป็นเมืองเดียวกันเรียกเมืองขุขันธ์
                พ.ศ.2459 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเป็นจังหวัด

อ่านต่อ » « ย้อนกลับ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook