|
ดินแดนของจังหวัดอ่างทอง
เคยเป็นเมืองโบราณในสมัยทวาราวดี
ได้พบร่องรอยคูเมือง
ที่มีลักษณะเป็นคูน้ำใหญ่ล้อมรอบเมือง
ตามรูปแบบคูน้ำคันดินรอบชวากทะเล
คือบริเวณที่ราบลุ่ม |
|
ภาคกลางบริเวณ
สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง
คูเมืองดังกล่าวอยู่ที่บ้านคูเมือง ตำบลหัวไผ่
อำเภอแสวงหา |
|
บ้านคูเมืองเป็นเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ
มีคลองขุดเชื่อมกับคูเมืองและแม่น้ำธรรมชาติ
เมืองโบราณที่บ้านคูเมืองนี้
มีร่องรอยการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่แรกเริ่มประวัติศาสตร์
ในประเทศไทย
มาจนถึงสมัยทวาราวดี
ได้ค้นพบวัดร้าง
และพระพุทธรูปก่อนสมัยลพบุรี
พบเศษกระเบื้องถ้วยชามเป็นดินเผา
|
|
ลายเชือกทาบ
และเคลือบสี
รวมทั้งได้พบโครงกระดูกมนุษย์โบราณอีกจำนวนหนึ่ง
ได้พบพระพุทธรูปหิน
มีทั้งหินทรายสีชมพู
และสีเทาอมเขียว เป็นจำนวนมาก
ศิลปะอโยธยา (พุทธศตวรรษที่ 14-18) |
|
แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา
ที่ได้แผ่มาสู่ดินแดนส่วนนี้มาแล้ว
อย่างกว้างขวางเป็นปึกแผ่นมานานแล้ว
อ่างทองเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของไทย
เคยเป็นแหล่งชุมชนยุคโบราณทางประวัติศาสตร์
ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง
มีแม่น้ำไหลผ่าน 2 สาย คือ
แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย
เดิมตั้งเมืองอยู่ที่วิเศษชัยชาญ
ริมแม่น้ำน้อย
ได้ย้ายมาตั้งเมืองใหม่บนฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านบางแก้ว
ประมาณปลายสมัยกรุงธนบุรี
และได้ชื่อว่าเมืองอ่างทอง
อาจเป็นเพราะที่ตั้งเมืองอยู่ในพื้นที่ลุ่มคล้ายอ่าง
ไม่มีภูเขา ป่าไม้ และแร่ธาตุ
แต่เป็นอู่ข้าว อู่น้ำและอู่ปลา
มาแต่สมัยโบราณ
หรืออีกอย่างหนึ่งได้ชื่อนี้ตามชื่อบ้านอ่างทอง
เมื่อครั้งย้ายเมืองมาตั้งใหม่
ณ ที่แห่งนี้
อ่างทองเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่านถึง
2 สาย คือ
แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย
เป็นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก
ผู้คนจึงนิยมเข้าอยู่อาศัยทำมาหากิน
ในสมัยโบราณก่อนกรุงศรี-อยุธยานับแต่สมัยทวารวดีเป็นต้นมา
เข้าใจว่ามีคนอาศัยอยู่ในท้องที่ของอ่างทองแล้ว
และสร้างเป็นเมืองขึ้นด้วยแต่คงจะไม่ใช่เมืองใหญ่โตหรือเมืองสำคัญนักก็ได้
หลักฐานที่เหลือให้เห็นในปัจจุบันที่ส่อแสดงว่าท้องที่ของอ่างทอง
เคยเป็นเมืองโบราณในสมัยทวารวาดีก็คือคูเมือง
ที่มีลำคูล้อมรอบที่บ้านคูเมือง
ตำบลห้วยไผ่ อำเภอแสวงหา
ในปัจจุบันอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปทางเหนือประมาณ
4 กิโลเมตร
คูเมืองที่บ้านคูเมืองซึ่ง
นายบาส เชอลีเย
นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้สำรวจพบและสันนิษฐานว่าเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี
ล่วงมาในสมัยกรุงสุโขทัยก็เข้าใจว่ามีคนอาศัยอยู่มากเช่นกัน
หลักฐานที่น่าจะยืนยันได้ก็คือวัดร้างที่มีอยู่มากมายในท้องที่ของอ่างทอง
มีหลายวัดแสดงว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย
และจากการสังเกตลักษณะของพระพุทธรูปสำคัญ
ๆ
หลายองค์พบว่ามีลักษณะการสร้างแบบสุโขทัยด้วย
เช่น
พระพุทธไสยาสน์วัดขุนอินทประมูล
อำเภอโพธิ์ทอง
พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก
อำเภอป่าโมก เป็นต้น
นอกจากการสร้างวัดและศิลปะการสร้างพระพุทธรูปแล้ว
ลำน้ำโบราณซึ่งปัจจุบันได้ตื้นเขินกลายเป็นลำคลอง
ลำห้วย หลายแห่ง
โดยมีวัดร้างตั้งอยู่ริมน้ำเก่านี้มากมาย
ก็สันนิษฐานว่าจะต้องมีมาเก่าแก่ถึงสมัยสุโขทัยอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญนั้นไม่มีหลักฐานที่ปรากฏชัด
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|