ประเทศไทย 76 จังหวัด
โรงแรม-รีสอรต์-ที่พัก ร้านอาหาร Otop ของที่ระลึก สินค้าและบริการ อื่นๆ
เพิ่มรายชื่อ ฟรี!!!
อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว ประดิษฐานอยู่ที่หน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม เป็นอนุสรณ์สถานที่ชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทองร่วมกันสร้าง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ของวีรบุรุษแห่งบ้านโพธิ์ทะเล ชาววิเศษชัยชาญ ปู่ดอกและปู่ทองแก้ว ทั้งสองท่านยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้อง แผ่นดินไทยในการสู้รบกับพม่าที่ค่ายบางระจันก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกในปี พ.ศ. 2309 ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เป็นเรือนไทยทรงสูง อยู่ด้านหลังวัดท่าสุทธาวาส ในพื้นที่ตำบลบ้านบางเสด็จ โครงการตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จเป็นโครงการที่สมเด็จ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร หมู่บ้านทำกลอง ตั้งอยู่ที่ ตำบลเอกราช หลังตลาดป่าโมก ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดสองข้างทางจะเห็นร้านขายกลองเป็นระยะๆ ชาวบ้านแพเริ่มผลิตกลองมาตั้งแต่ พ.ศ.2470 โดยจะเริ่มหลังฤดูเก็บเกี่ยว วัตถุดิบที่ ใช้ทำกลองได้แก่ ไม้ฉำฉาเพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนที่สามารถขุดเนื้อไม้ได้ง่ายกับหนังวัว เราสามารถชมกรรมวิธีการทำกลองตั้งแต่เริ่มกลึง ท่อนไม้เรื่อยๆไปจนถึงขั้นตอนการขึ้นกลอง การฝังหมุด กลองที่ทำมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงกลองขนาดใหญ่ พระตำหนักคำหยาด อยู่ในท้องที่ตำบลคำหยาด สภาพปัจจุบันมีเพียงฝนัง 4 ด้าน ตัวอาคาร ตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา ก่อด้วยอิฐถือปูนขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ยังคงเห็นเค้าความสวยงาม ทางด้านศิลปกรรมเช่น ลวดลายประดับซุ้มจรนำหน้าต่าง มีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ภายในทาดินแดง ปูพื้นกระดาน ค้างคาวแม่ไก่วัดจันทาราม วัดจันทรารามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่บ้านช้าง ตำบลโคกพุทรา ในบริเวณวัดแห่งนี้มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นจึงเป็นที่อยู่อาศัยและแพร่พันธุ์ค้างคาวแม่ไก่และ นกนานาชนิดมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ค้างคาวแม่ไก่เหล่านี้จะออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันจะห้อยหัวอยู่ตามกิ่งไม้ เป็นสีดำพรืดมองเห็นแต่ไกลซึ่งผู้สนใจสามารถไปชมได้ในทุกฤดูกาล บ้านคูเมือง อยู่ในท้องที่ตำบลบ้านไผ่ ที่บ้านคูเมืองนี้นักโบราณคดีได้สำรวจพบซากเมืองโบราณซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นชุมชน สมัยทวาราวดี มีร่องรอยเหลือเพียงคูเมืองขนาดกว้างกับเนินดิน ขุดพบเศษภาชนะเครื่องปั้นดินเผา กระดูกสัตว์ ลูกปัดและหินบดยา ปัจจุบันเป็นคูน้ำธรรมดา ไม่เห็นสภาพของโบราณสถานหลงเหลือ บ้านบางเจ้าฉ่า ตั้งอยู่ในเขตอำเภอโพธิ์ทอง เป็นแหล่งผลิตหัตถรรมจักสานไม้ไผ่และหวายที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลาง ภาชนะจักสานส่วนใหญ่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ กระบุงใส่ผ้า กระจาด กระเป๋าถือ ศูนย์ผลิตเครื่องใช้ประดับมุก อยู่ที่วัดม่วงคัน มีการผลิตเครื่องใช้ประดับมุกฝีมือ ประณีตซึ่งมีทั้งชุดโต๊ะเครื่องแป้ง แจกัน ที่เขี่ยบุหรี่ ในบริเวณนั้นมีการทำหัตถกรรมในครัวเรือนอีกหลายแห่ง ศูนย์เจียระไนพลอย อยู่ในบริเวณเดียวกับแหล่งผลิตเครื่องจักสานที่บางเจ้าฉ่า เป็นศูนย์รวมการเจียระไนพลอยของหมู่บ้านและมีพลอยรูปแบบต่างๆ ที่สวยงามเป็นจำนวนมาก วังปลาวัดข่อย อยู่บริเวณแม่น้ำน้อยหน้าวัดข่อย ตำบลโพธิ์รังนก ปลาที่วัดข่อยนี้มีจำนวนมากมาตั้งแต่สมัยพระครูสุกิจวิชาญ (หลวงพ่อเข็ม) เป็นเจ้าอาวาสซึ่งเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 พระครูสรกิจจาทรเป็นเจ้าอาวาสได้ปรับปรุงสถานที่และร่วมกับสำนักงานประมง อำเภอโพธิ์ทองประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ ภายในวัดข่อยยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ศาลาการเปรียญไม้สัก ทรงไทยโบราณเสา 8 เหลี่ยม ใต้ถุนศาลาการเปรียญเป็นที่เก็บของเก่าประเภทต่างๆ เช่น จากจีน มีเรือประเภทต่างๆ เช่น เรือบด เรือแจว เรือสัมปั้นและเรือประทุน มีเครื่องมือเครื่องใช้รวมทั้งอุปกรณ์ในการทำนาได้แก่ เกวียน ล้อ คันไถ อุปกรณ์เครื่องมือการจับสัตว์น้ำ ไซดักปลา มีมณฑป วิหาร เจดีย์ พระอุโบสถ กุฏิ หอสวดมนต์ ซากโบราณ สถานของห้องเรียนโบราณ และยังมีของเก่าที่เก็บรักษาไว้เช่น ตะเกียงโบราณจากกรุงวอชิงตัน นาฬิกาโบราณจากปารีส และตู้พระไตรปิฎกไม้สักสมัยรัชกาลที่ 5 จากจีนหรือเปลกล่อมลูกแบบโบราณ ชาวบ้านยังมีการจัดตั้งศูนย์ผลิตข้าวซ้อมมือ ขึ้นเป็นสหกรณ์เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชน มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จัดแสดง เรือโบราณประเภทต่างๆ เช่น เรือบด เรือแจว และยังมีอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพของชาวนา เช่น ครก โม่ข้าว กระด้ง อันแสดงถึงวิถีชีวิตชาวไทยภาคกลาง อนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์ ตั้งอยู่ตำบลนรสิงห์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ซึ่งเป็นชาวบ้านนรสิงห์ และเป็นพันท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยสมัยพระเจ้าเสือ ซึ่งยืนยันขอรับโทษประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาลที่ไม่สามารถบังคับเรือพระที่นั่ง จนหัวเรือกระแทกกิ่งไม้หักลง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป บ้านทรงไทยจำลอง ส่วนประกอบบ้านทรงไทย ตามเส้นทางสายอยุธยา-ป่าโมก และตำบลโพสะ เป็นแหล่งทำส่วนประกอบของบ้านทรงไทยแบบต่างๆ ด้วยฝีมือเชิงช่างที่ละเอียดอ่อนเชี่ยวชาญสืบทอดจาก บรรพบุรุษอันคงความเป็นเอกลักษณ์แบบไทย นอกจากนี้ยังมีบ้านทรงไทยจำลองและสินค้าเฟอร์นิเจอร์ทำ จากไม้ตาลประเภทต่างๆ จำหน่าย ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง ตั้งอยู่ถนนเลี่ยงเมือง หลังโรงเรียนเทศบาลวัดชัยมงคล ได้ริเริ่มจัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวอ่างทองและนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลความเป็นมาของจังหวัด อ่างทองตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันในแง่มุมต่าง ๆ ที่สำคัญ ทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของผู้คน วัฒนธรรม แบ่งเป็นหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ อ่างทองเมืองแม่น้ำสองสาย รอยต่อแห่งยุคสมัยวันวานแห่งการค้าริมน้ำ ภูมิปัญญาจากสายน้ำและแผ่นดิน และ ชวนเที่ยวเมืองอ่างทอง มีเทคนิคการจัดแสดงที่หลากหลาย ทั้งภาพประกอบคำบรรยาย ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด เป็นอาคารจตุรมุข ตัวศาลสูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร ศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่ 2 ที่มีการเขียนภาพ จิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้าน (ศาลหลักเมืองแห่งแรกที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังคือ ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ) ภายใน ศาลมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งสวยงามมาก ศาลหลักเมืองอ่างทองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สวยงามสมกับเป็นหลักชัยและหลักใจของประชาชนชาวอ่างทองอย่างยิ่ง สวนปลา อยู่บริเวณใกล้สี่แยกไฟแดงหน้าเรือนจำจังหวัดอ่างทอง มีปลาช่อนอะเมซอนขนาดใหญ่จำนวนมาก และปลาพื้นเมืองอื่นๆ เช่น ปลาแรด ปลาสวาย ปลาเทโพ ฯลฯ สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตั้งอยู่ที่ ถนนลำท่าแดง เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชน และประชาชน ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ เพื่อสร้างสุขภาพให้แข็งแรง พิพิธภัณฑ์สังคโลก สุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณเมืองเอกพลาซ่า ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุประเภทเครื่องสังคโลกที่มีคุณค่ากว่า 2,000 ชิ้น ที่ได้รวบรวมมาจากในประเทศ และ ต่างประเทศ
ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ กาญจนบุรี ชัยนาท นครนายก นครปฐม นนทบุรี ประจวบฯ ปทุมธานี เพชรบุรี ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อยุธยา อ่างทอง อุทัยธานี