
|
| ประวัตศาสตร์-ความเป็นมา |
-หน้า
2- |
การย้ายเมืองหลวงจากเมืองละโว้มาอยู่ที่เมืองอโยธยา
คงเป็นด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญเพราะในขณะนั้นการค้าต่างประเทศโดยเฉพาะกับจีนกำลังมีบทบาทสำคัญ
นโยบายของจีนในขณะนั้นส่งเสริมให้คนจีนออกมาค้าขาย
ดังนั้นตำแหน่งที่ตั้งของเมืองอโยธยาซึ่งอยู่ใกล้ทางออกทะเล
และยังเป็นชุมทางของแม่น้ำใหญ่ 3
สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก
จึงสามารถควบคุมเส้นทางคมนาคมในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด
จากเหตุผลดังกล่าว
เมืองอโยธยาจึงมีที่ตั้งเหมาะกว่าเมืองละโว้
(ลพบุรี)
เมืองอโยธยาอยู่ที่ไหน
ในเรื่องนี้พระเจ้าโบราณราชธานินทร์
ข้าหลวงมหาดไทยและเทศาภิบาล
มณฑลอยุธยา
ได้กล่าวไว้ในรายงานผลการขุดแต่งพระราชวังหลวงกรุงศรีอยุธยาว่า
มีเมืองเก่าอยู่ทางฟากตะวันออกของเกาะเมือง
แถวที่วัดสมณโกษ
วัดกุฎีดาวและวัดศรีอโยธยา
ต่อมาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้กล่าวเพิ่มเติมว่า
เมืองอโยธยาเป็นเมืองที่ขอมตั้งขึ้นเมื่อปกครองที่เมืองลพบุรี
ในบริเวณที่แม่น้ำป่าสัก
แม่น้ำลพบุรี
และแม่น้ำเจ้าพระยามาบรรจบกัน
เมืองนี้ในระยะแรกพื้นที่ยังลุ่มไม่เหมาะในการทำไร่นา
จังเป็นเพียงเมืองหน้าด่านของเมืองลพบุรี
ต่อมาเมื่อพื้นที่ค่อยดอนขึ้นจึงมีคนมาตั้งถิ่นฐานทำไร่นากลายเป็นชุมชนใหญ่แห่งหนึ่ง
เมืองอโยธยาตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองอยุธยา
ตัวเมืองมีลำน้ำตามธรรมชาติล้อมเป็นคูเมือง
3 ด้าน คือ ด้านเหนือ ตะวันออก
และด้านใต้ ลำน้ำนี้คือ
ลำน้ำป่าสักเดิม
แต่เรียกชื่อแตกต่างกันออกไป
ตอนที่ไหลผ่านด้านเหนือและตะวันออก
เรียกแม่น้ำหันตราและคลองโพธิ์
ส่วนตอนที่หักมุมมาเป็นคูเมืองด้านใต้เรียก
ลำน้ำแม่เบี้ย
มาออกปากน้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำแม่เบี้ยตอนใต้วัดพนัญเชิงลงมา
ส่วนคูเมืองด้านตะวันตกนั้นขุดขึ้นคือ
ลำคูขื่อหน้า
แคว้นละโว้ (อโยธยา)
เจริญรุ่งเรืองมากในปลายพุทธศตวรรษที่
19
ดังปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา
ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ
ที่กล่าวถึงการสร้างพระพุทธไตร-รัตนนายกในปี
พ.ศ. 1867
ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง 26
ปี
พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดใหญ่โตและสวยงามมาก
ย่อมเป็นประจักษ์พยานให้เห็นว่าบริเวณนี้ต้องเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ที่มีพลังทางเศรษฐกิจด้วยจึงสามารถสร้างได้
แต่อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 1893
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
(พระเจ้าอู่ทอง)
ได้ย้ายมาสร้างเมืองหลวงใหม่ในบริเวณใกล้เคียงแสดงว่าคงจะเกิดอะไรขึ้นในบริเวณเมืองอโยธยา
ซึ่งจะต้องค้นคว้ากันต่อไป
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
(พระเจ้าอู่ทอง)
ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีใน
วันศุกร์ เดือน 5 ขึ้น 6 ค่ำ ปี พ.ศ. 1893
พระราชทานนามเมืองใหม่นี้ว่า
กรุงเทพมหานครบวรทวา-รวดีศรีอยุธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์
การที่พระองค์สามารถรวบรวมกำลังไพร่พลตั้งเมืองใหม่โดยปราศจากการสู้รบใดๆ
อีก
ทั้งยังสามารถยกกองทัพไปตีนครธม
เป็นการท้าทายอำนาจของเขมร
นอกจากนี้ยังโปรดให้ขุนหลวงพงั่ว
พี่มเหสียกกองทัพไปตีอาณาจักรสุโขทัยได้ด้วย
ดังนั้นปัญหาที่น่าสนใจก็คือ
พระองค์เป็นใครมาจากไหน
เพราะเหตุใดจึงได้สร้างอาณาจักรใหม่ได้
โดยที่ผู้นำท้องถิ่นเดิมยอมรับให้พระองค์เป็นผู้นำต่อไป
ในพุทธศตวรรษที่ 19 นี้
บริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน
ประกอบด้วยอาณาจักรต่างๆ
หลายอาณาจักร คือ ทางตอนเหนือ
มีอาณาจักรลานนา
ต่ำลงมาก็เป็นอาณาจักรสุโขทัย
ส่วนทางภาคใต้ก็เป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช
ส่วนตอนกลางของประเทศนั้น
มีอาณาจักรที่สำคัญ 2 อาณา-จักร
คือ
ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา
เป็นอาณาจักรสุพรรณภูมิ
ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นอาณาจักรละโว้
(อโยธยา) หรืออาณาจักรอโยธยา
อาณาจักรสุพรรณภูมิ
มีบ้านเรือนกระจายอยู่ตามลุ่มแม่น้ำท่าจีน
แม่กลอง และเพชรบุรี
มีเมืองสำคัญ คือ
เมืองสุพรรณบุรี
เมืองแพรกศรีราชา
(ในจังหวัดชัยนาท) เมืองราชบุรี
เพชรบุรี สิงห์บุรี
ตามหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1
กลุ่มเมืองในอาณาจักรสุพรรณภูมินี้เคยอยู่ใต้อำนาจของพ่อขุน-รามคำแหง
แต่เนื่องจากกลุ่มนี้มีประชากรอยู่อย่างหนาแน่น
และคงมีอำนาจทางทะเลด้วยจึงอยู่ใต้อิทธิ-พลของอาณาจักรสุโขทัยไม่นาน
อย่างนานที่สุดก็คงภายหลังจากพ่อขุนรามคำแหงสวรรคต
อาณาจักรสุพรรณภูมิคงพยายามสลัดอำนาจของสุโขทัย
และสร้างความเป็นใหญ่ให้กับตน
โดยการไปเป็น
พันธมิตรกับอาณาจักรละโว้
(อโยธยา)
อาณาจักรละโว้ (อโยธยา)
เป็นอาณาจักรเก่าแก่
เคยเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมทวารวดี
และขอม
อาณาจักรนี้มิได้อยู่ใต้อิทธิพลของอาณาจักรสุโขทัย
เพราะมิได้ปรากฏชื่อเมืองทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง
แต่ก็คงเป็นเครือญาติกับทางสุโขทัย
เมืองที่สำคัญของอาณาจักรละโว้
ก็คือ เมืองละโว้ เมืองอโยธยา
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
(พระเจ้าอู่ทอง)
ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยานั้น
พระองค์จะต้องมีความสัมพันธ์กับศูนย์อำนาจที่สำคัญในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
คือ อาณาจักรสุพรรณภูมิ
และอาณาจักรละโว้ (อโยธยา)
เป็นแน่
เพราะจะเห็นได้จากการที่
เมื่อพระองค์ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาแล้ว
พระองค์ได้โปรดให้พระราเมศวร
พระราชโอรสไปปกครองเมืองละโว้
(ลพบุรี) และให้ขุนหลวงพงั่ว
พี่มเหสีไป
ปกครองเมืองสุพรรณบุรี
ถ้าพระองค์มิได้มีความเกี่ยวข้องกับอาณาจักรทั้งสองแล้ว
ผู้นำเดิมคงไม่ยินยอมแน่ๆ
ดังนั้นพระองค์คงจะเป็นราชโอรสของอาณาจักรละโว้
(อโยธยา)
ได้อภิเษกกับเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรสุพรรณภูมิ
ได้เสด็จมาครองเมืองเพชร
ในฐานะเมืองลูกหลวง
ก่อนมาสร้างกรุงศรีอยุธยา
เมื่อพระราชบิดาสวรรคตแล้วพระองค์ได้เสวยราชสมบัติในแคว้นละโว้
หลังจากนั้นได้เสด็จมาประทับ
อยู่แถบในเมืองอโยธยา ระยะหนึ่ง
แล้วก็สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของราช-อาณาจักร
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
ทรงทำให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของราชอาณาจักรใหม่
พระองค์ทรงรับเอาความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเทวราชาจากเขมร
โดยสถาปนาพระนามของกษัตริย์ตามแบบเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์
ทรงประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์-สัตยาตามแบบเขมร
แต่อย่างไรก็ตามภายหลังจากรัลกาลของพระองค์แล้ว
ก็เกิดการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างราชวงศ์สุพรรณภูมิและราชวงศ์อู่ทอง
แต่การแย่งชิงเป็นการเข้ามามีอำนาจในกรุงศรีอยุธยา
มิใช่เพื่อแยกตัวออกไปจากอาณาจักร
|
<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>> |

|
|
|