บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ข้อมูล » ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว

สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย ปลายถนนขุนเมืองใจ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นด้วยเงิน ที่ประชาชนเช่าพระพิมพ์ซึ่งขุดได้ จากกรุวัดราชบูรณะ ที่สมเด็จ พระบรมราชาที่ 2 (พระเจ้าสามพระยา) ทรงสร้างจึง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาเป็นพิพิธภัณฑสถาน แห่งแรกในประเทศไทย ที่มีรูปแบบการจัดแสดงแผนใหม่ คือนำโบราณวัตถุมาจัดแสดงไม่มากจนแน่น และได้นำหลักการ ใช้แสงสี มาใช้ทำให้การนำเสนอดูน่าสนใจมาก สิ่งที่สำคัญ น่าชมได้แก่

คุ้มขุนแผน
ตั้งอยู่ที่ถนนป่าโทน เป็นตัวอย่างของหมู่เรือนไทยภาคกลาง ในรูปแบบเรือนคหบดีไทยสมัยโบราณ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2437 และได้รับการปรับปรุงตกแต่งใหม่เมื่อ พ.ศ. 2483 บริเวณที่ตั้งคุ้มขุนแผนเคยเป็นคุกนครบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเชื่อกันว่าขุนแผนเคยต้องโทษอยู่ในคุกแห่งนี้

พระราชวังหลวง
ปัจจุบันนี้คงเหลือแต่ ฐานอาคารให้เห็นเท่านั้น สันนิษฐานว่าพระเจ้าอู่ทองทรงสร้าง พระราชวังตั้งแต่เมื่อครั้งประทับอยู่ที่เวียงเล็ก เมื่อ พ.ศ. 1890 และเมื่อสร้างพระราชวังเสร็จใน พ.ศ. 1893 จึงย้ายมาประทับที่พระราชวังใหม่ริมหนองโสน ปราสาท ในครั้งแรกนี้ สร้างด้วยไม้อยู่ในบริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 1991 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรง ถวาย ปราสาทเดิมเป็นวัดในเขตพระราชวัง แล้วทรงสร้าง ปราสาทใหม่ เลื่อนไปทางเหนือชิดริมน้ำ

พระที่นั่งต่างๆ ในเขตพระราชวังหลวง

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
หรือเรียกกันว่าสวนสมเด็จฯ ตั้งอยู่บนถนนอู่ทอง ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเมือง เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยต้นไม้ในวรรณคดีโบราณสถาน และศาลาไทย นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนา พื้นที่เป็นสวน ป่าสมุนไพรอีกด้วย

วังจันทรเกษมหรือวังหน้า
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยัง ทรงเป็นมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ. 2112 เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระยุพราช และพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ เมื่อคราวเสียกรุง ในปี พ.ศ. 2310 วังนี้ได้ถูก ข้าศึกเผาทำลายเสียหายมากและถูกทิ้งร้างจนถึงรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้โปรดฯ ให้ซ่อมพระที่นั่งพิมานรัตยา และพลับพลาจตุรมุขเป็นที่ประทับเมื่อเสด็จประพาส พระนครศรีอยุธยา ต่อมาในรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานให้เป็นที่ว่าการมณฑลอยุธยา และรัชกาลที่ 7 โปรดฯ ให้เปลี่ยนเป็นศาลากลางจังหวัด จนกระทั่งได้สร้างศาลากลางใหม่แล้ว กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาดูแล และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม

วังหลัง
ตั้งอยู่ริมกำแพงพระนครศรีอยุธยาด้านทิศตะวันตก เดิมเป็นอุทยานสำหรับเสด็จประพาสเป็นครั้งคราวเรียกว่า สวนหลวง และคงจะปลูกแต่เพียงตำหนักที่พักเท่านั้น ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาได้โปรดให้ สร้างเพิ่มเติมเป็นพระราชวัง เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเอกาทศรถ ต่อมาวังหลังได้กลายเป็นที่ประทับของเจ้านายในพระราชวงศ์เท่านั้น จึงไม่ปรากฏสิ่งสำคัญหลงเหลืออยู่นอกจากเจดีย์ พระศรีสุริโยทัย

เจดีย์พระศรีสุรีโยทัย
อยู่ในเกาะเมืองด้านทิศตะวันตก เป็นโบราณสถานที่สำคัญ ยิ่งแห่งหนึ่งในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพราะสถานที่นี้มิได้เป็นเพียงอนุสรณ์สถานของวีรสตรีไทย พระองค์แรก เท่านั้น หากแต่ยังหมายถึงการยืนยัน เกียรติแห่ง สตรีไทยที่ได้รับการยกย่องจากสังคมไทยมาแต่ครั้ง บรรพกาลอีกด้วย   ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงขนาน นามเรียกชื่อเจดีย์ว่า "เจดีย์พระศรีสุริโยทัย"

สวนศรีสุริโยทัย
ประกอบด้วย ศาลาอเนกประสงค์ พลับพลาสมเด็จพระสุริโยทัย เนินเสมาหินอ่อนโบราณอายุกว่า 400 ปี บรรจุชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ชำรุด อัญเชิญมาจากวัดพุทไธสวรรค์ (พระตำหนัก เวียงเหล็กของพระเจ้าอู่ทอง) ฯลฯ องค์การสุราฯ เป็นผู้สร้างสวนนี้ เพื่ออุทิศส่วนกุศล ถวายอดีตพระมหากษัตริย์ทุก พระองค์ในที่ดินซึ่งเคยเป็นเขตพระราชฐานชั้นใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อ "สวนศรีสุริโยทัย"

ป้อมและปราการรอบกรุง
กำแพงเมืองที่พระเจ้าอู่ทองทรงสร้างครั้งแรกนั้นเป็นเพียงเชิงเทินดิน และมีเสาไม้ระเนียดปักข้างบน ต่อมาในรัชสมัย สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงได้ก่ออิฐถือปูน ป้อมตามพระราชพงศาวดีมี อาทิ ป้อมมหาชัยป้อมซัดกบ ป้อมเพชร ป้อมหอราชคฤห์ และป้อมจำปาพล เป็นต้น ป้อมใหญ่ๆ มักตั้งอยู่ตรงทางแยกระหว่างแม่น้ำ เช่น ป้อมเพชร อยู่ตรงที่บรรจบของแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสัก ป้อมมหาไชยอยู่มุมวังจันทรเกษมในที่ซึ่งเป็นตลาดหัวรอในปัจจุบัน ซึ่งตัวป้อมถูกรื้อนำอิฐไปสร้างพระนครใหม่ที่กรุงเทพฯ

หมู่บ้านโปรตุเกส
ตั้งอยู่ที่ตำบลสำเภาล่ม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตก ชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรป ชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา โดยเมื่อปี พ.ศ. 2054 อัลฟองโซ เดอ อัลบูเคอร์ก ผู้สำเร็จราชการของ โปรตุเกสประจำเอเซีย ได้ส่งนายดูอาร์เต้ เฟอร์นันเดส เป็นฑูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา มีชาวโปรตุเกสเข้ามาตั้งหลักแหล่งค้าขาย และเป็นทหารอาสาในกองทัพกรุงศรีอยุธยา และสร้างโบสถ์ ขึ้นเพื่อเผยแพร่ศาสนาและเป็นศูนย์กลางของชุมชน ปัจจุบันบริเวณนี้ยังมีร่องรอยสิ่งก่อสร้างปรากฏให้เห็นคือ โบราณสถาน ซานเปโตร หรือ โบสถ์ในคณะโดมินิกัน มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุที่สำคัญ

พระที่นั่งเพนียด
ตั้งอยู่ในตำบลสวนพริก สร้างขึ้นเป็นที่สำหรับ พระราชาธิบดี ประทับทอดพระเนตรการจับ ช้างเถื่อนในเพนียด หรือการจับช้างกลางแปลง เป็นประเพณีที่เคยทำกันมาแต่โบราณ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในราชการ ในเวลาปกติและในเวลาสงคราม พระที่นั่งของ เดิมซึ่งสร้างสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชานั้น ถูกพม่าเผาทำลายเมื่อเสีย กรุงครั้งหลัง พ.ศ. 2310 พระที่นั่งเพนียด และตัวเพนียดที่เห็นในปัจจุบันนั้น ลักษณะเป็นคอกล้อมด้วยซุงทั้งต้น มีปีกกาแยกเป็นรั้วไปสองข้าง รอบเพนียดเป็น กำแพงดิน ประกอบอิฐเสมอยอดเสาด้านหลังคอก ตรงข้ามแนวปีกกา เป็นพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการบูรณะ เมื่อ พ.ศ. 2500

หมู่บ้านญี่ปุ่น
ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียน สมัยกรุงศรีอยุธยา มีชาวต่างประเทศ เข้ามาค้าขายเป็นจำนวนมาก ในสมัยนั้น ทางการญี่ปุ่น ได้อนุญาติ ให้ชาวญี่ปุ่นค้าขายกับชาวต่างชาติได้โดยให้มีหัวหน้า ปกครองในกลุ่มตน นับแต่นั้นมาก็มีชาวญี่ปุ่นเข้ามา อาศัยมากขึ้น หัวหน้าชาวญี่ปุ่นในขณะนั้นคือ นากามาซา ยามาดา เป็นผู้มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้า ทรงธรรม จนได้รับแต่งตั้งเป็น ออกญาเสนาภิมุข รับราชการต่อมา จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จนสิ้นชีวิต

ปราสาทนครหลวง
อยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก เป็นตำหนักที่ประทับในระหว่างเสด็จไปพระพุทธบาทที่สระบุรี และเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จลพบุรี สันนิษฐานว่า สร้างในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แต่มาสร้างเป็นที่ ประทับก่ออิฐถือปูน ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในแผ่นดินนี้พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบปราสาทศิลา ที่เรียกว่า "พระนครหลวง" ในกรุงกัมพูชาเมื่อ พ.ศ. 2147 มาสร้างใกล้วัดเทพจันทร์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่ได้ กรุงกัมพูชากลับมาเป็นประเทศราชอีก แต่สร้างไม่เสร็จ สมบูรณ์ด้วยประการใดไม่ปรากฏ ต่อมาจึงมีผู้สร้างมณฑปและ พระบาทสี่รอยขึ้นบนปราสาทนี้ ส่วนตำหนักที่สร้าง ข้างปราสาทนี้ได้ปรักหักพังหมดแล้ว

พระราชวังบางปะอิน
ตั้งอยู่ในอำเภอบางปะอิน ภายในพระราชวังบางปะอินมีสิ่งที่น่าสนใจ ดังนี้

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
ในพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดตั้งขึ้นในเขตที่ดินปฏิรูปเพื่อการเกษตรกรรมตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ศูนย์ศิลปาชีพ นี้มุ่งฝึกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ วิชาที่สอนให้ แก่เกษตรกรได้แก่ การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช การแกะสลัก การจักสาน การทำตุ๊กตา การทำดอกไม้ประดิษฐ์ การทำเครื่องเรือน การทอผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า การย้อมสี ช่างเชื่อมและเครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้วจะส่งไป จำหน่ายที่ร้านจิตรลดาทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ ภายในบริเวณศูนย์ฯ มีจุดเด่นอีกบริเวณหนึ่งคือ สวนนกบางไทร จัดสร้างเป็นกรงนกขนาดใหญ่ที่จำลองสภาพ ธรรมชาติเข้าไว้พร้อมกับนกนานาพันธุ์กว่า 150 ชนิด ทั้งที่เป็นนกท้องถิ่น และนกหายากชนิดต่างๆ

จังหวัด » กรุงเทพฯ กาญจนบุรี ชัยนาท นครนายก นครปฐม นนทบุรี ประจวบฯ ปทุมธานี เพชรบุรี ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อยุธยา อ่างทอง อุทัยธานี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook