|
จังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดเล็ก ๆ
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
ด้วยระยะทางเพียงประมาณ 56
กิโลเมตร
เป็นเมืองแห่งปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญคือ
"พระปฐมเจดีย์"
ซึ่งนับเป็นร่องรอยแห่งแรกของการเผยแพร่อารยธรรมพุทธศาสนาเข้าในประเทศไทย
ทั้งยังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์มากมายไปด้วยผลไม้
และอาหารขึ้นชื่อนานาชนิด
นครปฐม
เป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง
ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย
เชื่อมต่อกับสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น
เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการตั้งถิ่นฐานทางพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรกในสมัยทวารวดีประมาณพุทธศตวรรษที่
11 เป็นต้นมา |
|
จากหลักฐานทางโบราณคดี
ทำให้ทราบว่ามีกลุ่มชนเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายยุคโลหะ
ภายหลังสังคมเกษตรกรรม
อายุประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว
ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นชุมชนสมัยประวัติศาสตร์ในสมัยทวารวดี
และได้พัฒนาการตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบัน
เมืองโบราณในสมัยทวารวดี
จะมีความสัมพันธ์กับแนวชายฝั่งทะเลเดิม
|
|
ของอ่าวไทย
มีความสูง 3 - 5 เมตร
เมืองโบราณเหล่านี้ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่สูงกว่าแนวชายฝั่งขึ้นไป
แนวชายฝั่งดังกล่าวเป็นอ่าวลึกเว้าเข้าไปในแผ่นดิน
ด้านเหนือจรดลพบุรี
และสิงห์บุรี
ด้านตะวันออกจรดนครนายก
พนมสาคาม พนัสนิคม และชลบุรี
ด้านตะวันตกจรดสุพรรณบุรี
อู่ทอง กำแพงแสน และนครชัยศร
(เมืองพระประโทน) |
|
อำเภอกำแพงแสน
เป็นดินแดนที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาแต่สมัยโบราณ
เป็นเมืองสมัยทวารวดี
ร่วมสมัยกับเมืองโบราณสมัยทวารวดีแห่งอื่น
ๆ เช่น เมืองโบราณนครปฐม
เมืองอู่ทอง (สุพรรณบุรี)
และเมืองคูบัว (ราชบุรี)
นอกจากนี้ยังเป็นดินแดนที่ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์เคยอยู่อาศัยมาก่อน
ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์
จะกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ
ที่มีแหล่งน้ำอันเป็นปัจจัยสำคัญ
ต่อมาได้พัฒนาเป็นชุมชนเมือง
ชุมชนสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น
ในช่วงเริ่มแรกในจังหวัดนครปฐม
จะมีการดัดแปลงพื้นที่
โดยการขุดเป็นร่องน้ำล้อมรอบ
และกันด้วยคันดินทั้งสี่ด้าน
เมืองเก่ากำแพงเป็นเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมมุมมน
ยังปรากฏร่องรอยคันดินและคู่น้ำล้อมอยู่ในเขตตำบลทุ่งขวาง
อำเภอกำแพงแสน
มีขนาดกว้างประมาณ 750 เมตร
ยาวประมาณ 1,000 เมตร
มีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่
ประตูเมืองยังคงเห็นได้ชัดเจนทั้งสี่ประตู
คือ ประตูด้านทิศเหนือเรียกว่า
ประตูท่านางสรง
ประตูด้านทิศตะวันออกเรียกกันว่า
ประตูท่าพระ
ประตูด้านทิศใต้เรียกกันว่า
ประตูท่าช้าง
ประตูด้านทิศตะวันตกเรียกกันว่า
ประตูท่าตลาด
ภายในตัวเมืองอยู่เกือบกลางเมืองอีกสองแห่ง
ภายนอกเมืองทางด้านทิศตะวันออกมีคลองรางพิกุล
ที่มุมเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีช่องมาในเมืองเรียกว่า
ช่องปากเมือง หรือปากกลาง
พบเศษอิฐจมอยู่ทางด้านใต้ของเมือง
พบซากเจดีย์ที่ขุดแล้วหลายองค์
นอกบริเวณเมืองพบพระพุทธรูปปูนปั้นรูปสิงโต
และซากเจดีย์สมัยทวารวดีอีกหลายองค์
มีลักษณะของฐานแบบเดียวกับที่เมืองคูบัว
จังหวัดราชบุรี
หลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้แก่
หินบตยา ทำด้วยหินทรายสีแดง
ซึ่งพบเป็นครั้งแรก
(ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวหรือสีดำเท่านั้น)
นอกจากนี้ยังพบจารึกบนฐานธรรมจักรศิลา
อักษรปัลลวะ ภาษาบาลี
อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 3
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|