บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัดประจวบคีรีขันธุ์

ข้อมูล » ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา (3)

         ในปี พ.ศ.2407   มีการเจรจาระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยกับผู้แทนรัฐบาลอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องการปักปันดินแดนระหว่างไทยกับพม่า ซึ่งเริ่มพิจารณาบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ก่อน ผู้แทนอังกฤษเสนอหลักการปักปันเขตแดนว่า ควรกำหนดให้ทิวเขาเป็นแนวแบ่ง ถ้าตอนใดน้ำไหลลงฟากเขาด้านตะวันออกให้ถือเป็นดินแดนของไทย ถ้าไหลลงฟากตะวันตกให้ถือว่าเป็นของอังกฤษ ฝ่ายไทยค้านว่าจะถือตามนั้นไม่ได้ เพราะบางตำบลต้นน้ำไหลจากภูเขาฝั่งไทยแล้วไหลลงไปฝั่งพม่าก็มีเช่น แม่น้ำเกลิงทอ และแม่น้ำกษัตริย์ เป็นต้น แต่ด้วยอุปสรรคเรื่องภาษาฝ่ายไทยจึงได้ยินยอม ให้ถือเอาทิวเขาตะนาวศรีเป็นเส้นกำหนดเขตแดนอย่างคร่าว ๆ   จากนั้นฝ่ายอังกฤษก็ได้พยายามถกเถียงบีบบังคับกำหนดให้ทิวเขาใกล้มาทางไทยมากที่สุด เป็นที่ปักปันเขตแดนทำให้ไทยเสียดินแดนที่เคยครอบครองอยู่เดิม ซึ่งในสมัยโบราณจะมีอาณาเขตลึกเข้าไปเมืองสิงขร (ปัจจุบันคือตำบลเทียนกุลของประเทศพม่า)   เป็นผลให้แผนที่ประเทศไทยบริเวณเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะคอดกิ่วเป็นพื้นที่แคบที่สุดของประเทศ
            ในปี พ.ศ.2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณได้ว่าวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง สามารถเห็นได้ชัดเจนที่ตำบลหว้ากอ แขวงเมืองประจวบ ฯ จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรม ณ ค่ายหลวง ตำบลหว้ากอ โดยมีนักดาราศาสตร์ชาติต่าง ๆ รวมทั้งคณะฑูตานุฑูตร่วมขบวนเสด็จด้วย
            ในปี พ.ศ.2437   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้จัดการปกครองส่วนภูมิภาคแบบเทศาภิบาลทรงพิจารณาเห็นว่า เมืองประจวบ ฯ เป็นเมืองเล็ก จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ยุบเมืองลงเป็นอำเภอประจวบ ฯ ขึ้นอยู่กับเมืองเพชรบุรี แต่ยังคงตั้งที่ว่าการอยู่ที่เมืองกุย
            พ.ศ.2441   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากเมืองกุยมาตั้งที่อ่าวเกาะหลัก คืออ่าวประจวบ ฯ ในปัจจุบัน
            พ.ศ.2449   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้รวมอำเภอเมือง ฯ อำเภอปราณบุรี (ขึ้นอยู่กับเมืองเพชรบุรี) และเมืองกำเนิดนพคุณ (ขึ้นกับเมืองชุมพร) แล้วตั้งขึ้นเป็นเมืองปราณบุรี เพื่อรักษาชื่อเมืองปราณ โดยให้ขึ้นกับมณฑลราชบุรี
            พ.ศ.2458   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า การมีชือ่เมืองปราณบุรีอยู่สองแห่ง อาจทำให้เกิดความสับสน จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรีที่ตำบลเกาะหลัก เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ตามเดิม ส่วนเมืองปราณที่ปากน้ำปราณ ยังคงเรียกว่าเมืองปราณ เช่นเดิม ขณะนั้นเมืองประจวบ ฯ ประกอบด้วยสามอำเภอคือ อำเภอเมือง ฯ อำเภอปราณบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ

            พ.ศ.2476   มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคขึ้นใหม่ เมืองประจวบ ฯ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัด ประกอบด้วยอำเภอเมือง ฯ อำเภอปราณบุรี อำเภอบางสะพาน อำเภอหัวหิน อำเภอทับสะแก อำเภอกุยบุรี และกิ่งอำเภอบางสะพานน้อย

           พ.ศ.2484   เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บริเวณอ่าวประจวบ ฯ และอ่าวมะนาว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม เข้ายึดจังหวัดประจวบ ฯ เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังประเทศพม่าทางด่านสิงขร บรรดาทหารตำรวจข้าราชการพลเรือนประชาชน และยุวชนทหารชาวประจวบ ฯ ได้เข้าขัดขวางอย่างเต็มกำลัง การต่อสู้เริ่มขึ้นที่บริเวณกองบินน้อยที่ 5 (ปัจจุบันเป็นกองบินที่ 53) เข้าไปถึงในตัวเมืองประจวบ ฯ ทำให้ทหารญี่ปุนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ต่อมารัฐบาลไทยได้มีคำสั่งให้ยุติการต่อสู้ โดยได้ตกลงยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทางผ่านช่องสิงขรออกสู่ประเทศสภาพพม่า
            ในปี พ.ศ.2484 เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก  ขณะนั้นขุนบำรุงรัตนบุรีดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบ ฯ นายนาวาอากาศโท หม่อมหลวงประวาส ชุมสาย เป็นผู้บัญชาการกองบินน้อยที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกาะหลักและอ่าวมะนาว เวลานั้นฝูงบินของกองบินน้อยที่ 5 ต้องไปช่วยราชการที่จังหวัดสงขลาหนึ่งฝูง ไปประจำที่สนามบินต้นสำโรง จังหวัดนครปฐม หนึ่งฝูง จึงเหลืออยู่ที่กองบิน 5 เพียงฝูงเดียว ทางหน่วยได้ขุดหลุมรังปืนกลหนักและปืนกลเบา บริเวณชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยและด้านอ่าวมะนาว รวมทั้งบนเขาวัวตาเหลือก อีกจุดหนึ่งด้วย
            กำลังตำรวจได้แบ่งไปประจำอยู่บริเวณชายแดนไทย - พม่า เพื่อป้องกันอังกฤษที่ยึดครองพม่าอยู่ อาจจะรุกเข้าประเทศไทย เหลือตำรวจรักษาการณ์อยู่ที่ตัวจังหวัดเพียงเล็กน้อย และทุกหน่วยราชการกำลังเตรียมงานฉลองวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะจัดงานในวันที่ 10 ธันวาคม
            ตอนเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม นายร้อยตรี ศรีศักดิ์ สุจริตธรรม   และเพื่อนทหารอีกประมาณ 10 คน ได้ออกไปลากอวนอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งอ่าวมะนาวมากนัก ได้สังเกตเห็นเรือลำเลียงท้องแบนหลายลำ กำลังแล่นมุ่งหน้าเข้าสู่ฝั่ง จึงได้รีบมาแจ้งเหตุแก่ทหารกองบินน้อยที่ 5 อ้านอ่าวมะนาว ซึ่งต่อมาได้นำไปสู่การสู้รบกับทหารญี่ปุ่นในที่สุด
            กำลังทหารญี่ปุ่นได้ยกกำลังเข้ามาพร้อมกันทั้งอ่าวเกาะหลัก และอ่าวเกาะมะนาว ทางด้านอ่าวเกาะหลัก กำลังทหารญี่ปุ่นสามารถยกพลขึ้นบก แล้วเข้ายึดที่ทำการไปรณีย์ กองกำกับการตำรวจและสถานีรถไฟ

            การต่อสู้ดำเนินไปจนสาย ทหารญี่ปุ่นได้กระจายกำลังกันขุดสนามเพลาะตลอดแนวสนามบิน จนจดฝั่งทะเลทั้งสองด้าน ฝ่ายทหารได้ยิงต่อสู้จนกระสุนหมดต้องใช้กระสุนซ้อมยิงเข้ายิงต่อสู้ นายนาวาอากาศโท หม่อมหลวงประวาศ ชุมสาย เห็นเหลือกำลังที่จะต่อสู้ต่อไป จึงได้ตัดสินใจสั่งทำลายคลังเก็บของตลอดจนทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ข้าศึก
            การต่อสู้ได้ดำเนินไปจนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ทหารญี่ปุ่นยังไม่สามารถยึดกองบินน้อยที่ 5 ได้สำเร็จ จึงได้เสริมกำลังสนับสนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยเห็นเหลือกำลังจึงได้ถอยกำลังส่วนหนึ่งไปตั้งมั่นที่เชิงเขาล้อมหมวก พร้อมทั้งอพยพครอบครัวทหารขึ้นไปอยู่บนเขาล้อมหมวกด้วย และเมื่อตกค่ำก็ได้ระเบิดคลังน้ำมันที่มีอยู่ประมาณ 100 ถัง การต่อสู้คงดำเนินต่อไป

            เช้าวันที่ 9 ธันวาคม การรบคงยืดเยื้อต่อไป ฝ่ายราษฎรเตรียมอพยพไปรวมกันที่หน้าบ้านขุนประจวบสมบูรณ์ คหบดีของจังหวัด ส่วนทางเรือนจำได้ปล่อยตัวนักโทษทั้งหมดของเรือนจำ รัฐบาลได้ประกาศอนุญาตให้ทหารญี่ปุ่น เดินทางผ่านประเทศไทย ไปยังประเทศพม่า การสู้รบจึงยุติลง รวมเวลาการสู้รบทั้งหมด 33 ชั่วโมง
            เพื่อเป็นการระลึกถึงความกล้าหาญเสียสละของทหารกองบินน้อยที่ 5 ในครั้งนั้นจึงได้สร้างอนุสาวรีย์วีรกรรม 8 ธันวาคม 2484   เพื่อจารึกนามวีรชนผู้พลีชีพไว้เป็นที่ระลึกถึงความเสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง

ที่มา : หอมรดกไทย

<<< ย้อนกลับ ||

จังหวัด » กรุงเทพฯ กาญจนบุรี ชัยนาท นครนายก นครปฐม นนทบุรี ประจวบฯ ปทุมธานี เพชรบุรี ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อยุธยา อ่างทอง อุทัยธานี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook