|
จังหวัดราชบุรีมีชื่ออันเป็นมงคลยิ่ง
หมายถึง "เมืองพระราชา
ราชบุรีเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของประเทศไทย จากการศึกษาและขุดค้นของนักประวัติศาสตร์ |
| นักโบราณคดี
พบว่าดินแดนแถบลุ่มน้ำแม่กลองแห่งนี้เป็นถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของคนหลายยุคหลายสมัย
และมีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต
จากหลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมายที่ขุดพบ
อาทิเช่น ขวานหิน ลูกปัด
เครื่องปั้นดินเผา
ทำให้เชื่อได้ว่ามีผู้คนตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ตั้งแต่ยุคหินกลาง
อายุประมาณ 10,000 ปีมาแล้ว |
|
|
พื้นที่ในเขตจังหวัดราชบุรี
เป็นแหล่งที่ตั้งชุมชนโบราณ
และเป็นเมืองท่าสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ |
|
ในสมัยประวัติศาสตร์สืบเนื่องมาจากการเดินเรือ
และการติดต่อค้าขายระหว่างจีนกับอินเดีย
มีการขยายตัวมากขึ้นในพุทธศตวรรษที่
6 เป็นต้นมา
ชาวอินเดียได้เข้ามาทำการค้า
และตั้งหลักแหล่งอยู่กับชาวพื้นเมือง
ในอาเซียตะวันออกเฉียงใต้
ที่มีความอุดมสมบูรณ์จนได้ชื่อว่า
สุวรรณภูมิ หรือสุวรรณทวีป
ได้นำเอาวัฒนธรรมและศาสนาเข้ามาเผยแพร่
ทำให้คาบสมุทรอินโดจีนกลายเป็นทางผ่าน
และจุดแลกเปลี่ยนสินค้า
ระหว่างชาวตะวันตก อันได้แก่
อินเดีย ลังกา อาหรับ เปอร์เซีย
กรีก โรมัน กับชาวตะวันออก
ได้แก่จีนและประชาชนตามแว่นแคว้นต่าง
ๆ ในเขตทะเลจีนใต้
ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 7
ชนชาวพื้นเมืองบริเวณตอนล่างของคาบสมุทรอินโดจีน
ได้รวมตัวกันก่อตั้งแคว้นฟูนันขึ้น
เมื่อล่วงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 8
- 9
จึงเริ่มมีศูนย์การค้าแห่งใหม่
ในดินแดนลุ่มแม่น้ำท่าจีนทางด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา
เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงชุมชนจากสังคมหมู่บ้านไปสู่สังคมเมือง
ในพุทธศตวรรษที่ 10 - 11
ภายใต้แม่แบบจากอารยธรรมอินเดีย
เกิดกลุ่มวัฒนธรรมสมัยประวัติศาสตร์ระยะแรกขึ้นในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย
ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 - 15
ที่เรียกชื่อว่า ทวาราวดี
ในส่วนของจังหวัดราชบุรีคือ
เมืองโบราณคูบัว
ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 16 - 18
ได้มีวัฒนธรรมเขมรจากประเทศกัมพูชา
แพร่ขยายเข้ามาแทนที่
ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
ได้พบหลักฐานทางโบราณคดี
เนื่องในวัฒนธรรมทวาราวดี
กระจายอยู่ทั่วไปตามสองฟากฝั่งแม่น้ำแม่กลอง
โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง ฯ
อำเภอวัดเพลง และอำเภอบ้านโป่ง
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญได้แก่
เมืองบ้านคูบัว
อยู่ในเขตตำบลคูบัว อำเภอเมือง ฯ
มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน
กว้างประมาณ 800 เมตร ยาวประมาณ 2,000
เมตร
ขนาดของพื้นที่และลักษณะการวางผังเมืองคล้ายคลึงกันกับเมืองโบราณนครชัยศรี
หรือนครปฐมโบราณ
จากร่องรอยของหอยทะเลหลายชนิดในชั้นดินแสดงว่า
เมืองโบราณคูบัวตั้งอยู่ใกล้ทะเลเป็นพื้นที่ที่น้ำทะเลเคยท่วมถึงอยู่หลายแห่ง
สภาพเมืองโบราณคูบัวมีลักษณะเป็นเนินดินธรรมชาติสูงประมาณ
5 เมตร จากระดับน้ำทะเล
และสูงกว่าพื้นที่โดยรอบประมาณ
1-2 เมตร มีคูน้ำ 1 ชั้น และคันดิน 2
ชั้นล้อมรอบ
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลาดสูงขึ้นไปจนต่อเนื่องกับเนินเขาด้านทิศตะวันตก
ส่วนริมของที่ราบลาดสู่ฝั่งทะเล
ด้านเหนือติดต่อกับลำห้วยคูบัวที่ถูกดัดแปลงให้เป็นคูเมือง
ด้านทิศใต้เป็นพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง
ด้านทิศตะวันออกมีแม่น้ำอ้อมซึ่งเป็นแม่น้ำแม่กลองสายเก่า
ด้านทิศตะวันตกมีลำห้วยชินสีห์
ที่แยกจากลำห้วยคูบัวเป็นคูเมือง
ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือปรากฏร่องรอยแม่น้ำใหญ่ที่เรียกกันว่า
อู่เรือ
มีลำรางเป็นแนวไปสู่แม่น้ำอ้อมทางทิศตะวันออก
ต่อมาจนถึงบริเวณกลางเมืองโบราณ
สันนิษฐานว่าเดิมคงเป็นท่าจอดเรือสมัยโบราณ
โบราณวัตถุส่วนใหญ่ที่พบ
มีทั้งที่ทำขึ้นเนื่องในความเชื่อในทางศานา
และที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน
สำหรับโบราณวัตถุที่ทำขึ้นจากความเชื่อทางศาสนา
นอกจากจะเป็นประติมากรรมดินเผา
และปูนปั้นประดับอาคารโบราณสถานแล้ว
ยังพบพระพุทธรูปที่ทำด้วยดินเผา
และปูนปั้นอีกเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท
มีฐานเป็นรูปดอกบัวรองรับพระหัตถ์ซ้ายหงายขึ้นบนพระเพลา
พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระในปางปฐมเทศนา
ในขณะที่พระพิมพ์ทำขึ้นเพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลในการสืบทอดพระพุทธศาสนา
เป็นรูปพระพุทธรูปปางสมาธิ
ปางมารวิชัย หรือปางปฐมเทศนา
ภายในซุ้มเรือนแก้วหรือซุ้มแบบพุทธคยา
และเป็นพระพุทธรูปแดงยมกปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี
พระพิมพ์บางชิ้นมีคาถา เย
ธมฺมา
ภาษาบาลีจารึกอยู่ด้านหลัง
นอกจากนั้นได้พบพระพิมพ์ที่สลักจากหินชนวนสีขาว
เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิภายใต้พระกลด
หรือฉัตร
ด้านข้างขนาบด้วยพระสถูป
และธรรมจักรที่ตั้งอยู่บนเสา
เป็นพระพิมพ์ในวัฒนธรรมทวาราวดีที่หายากที่สุดชิ้นหนึ่งของไทย
นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนพระธรรมจักรที่สลักจากหินอีกด้วย
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|