
|
| ประวัตศาสตร์-ความเป็นมา |
-หน้า
2- |
เมืองพระประแดงเป็นเมืองเก่ามีอายุเกือบพันปี
ไม่ทราบแน่ชัดว่าเริ่มสร้างในสมัยกษัตริย์ขอมองค์ใด
ที่ตั้งอำเภอพระประแดงปัจจุบัน
ไม่ใช่เมืองพระประแดงเดิม
แต่เป็นเมืองนครเขื่อนขันธ์
ซึ่งเริ่มสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
และเสร็จเรียบร้อยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองพระประแดง
หรือจังหวัดพระประแดง
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
สันนิษฐานว่า
เมืองสมุทรปราการ
ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
(พ.ศ.2136 - 2171)
ในบริเวณใต้คลองบางปลากด
ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา
เพราะสมัยนั้นบริเวณคลองปลากดได้มีชาวฮอลันดา
ซึ่งเข้ามาติดต่อค้าขายกับไทย
ตั้งแต่ในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ
และได้รับพระราชทานที่ดินบริเวณเหนือคลองปลากด
เป็นที่ตั้งคลังสินค้า
เป็นสถานีการค้าที่มั่นคงใหญ่โต
จึงถูกยกย่องกันในหมู่ชาวฮอลันดาว่า
นิวอัมสเตอร์ดัม
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ไทยมีเรื่องพิพาทกับฮอลันดา
ฮอลันดาจึงทอดทิ้งคลังสินค้าดังกล่าวไป
ฮอลลันดาเคยนำเรือรบสองลำ
มาปิดอ่าวไทยที่นิวอัมสเตอร์ดัม
เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2207
เป็นเวลาสามเดือน
เพื่อให้มีผลด้านการแข่งขันทางการค้า
เมืองสมุทรปราการที่สร้างขึ้นนี้เข้าใจว่าจะกลายเป็นเมืองร้างในสมัยเสียกรุงศรีอยุธยา
ครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2310
และคงถูกพม่าทำลายย่อยยับ
ขณะนี้ยังหาทรากเมืองไม่พบ
พ.ศ.2121
พระยาจีนจันตุ
ขุนนางเขมรไปตีเมืองเพชรบุรีไม่ได้
จึงหนีมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระมหาธรรมราชา
ต่อมาเมื่อรู้ว่าพระยาละแวก
ไม่เอาโทษจึงลอบพาสมัครพรรคพวกหนีกลับโดยเรือสำเภา
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ขณะทรงเป็นพระยุพราช
ได้เสด็จลงเรือพระที่นั่งไล่ตามไปทันที่ปากน้ำเจ้าพระยา
เกิดรบพุ่งกัน
พอดีสำเภาได้ลมแล่นออกทะเลใหญ่หนีไปได้
เวลานั้นเมืองหน้าด่านทางน้ำยังเป็นเมืองพระประแดง
อยู่ปากน้ำพระประแดง
ซึ่งยังอยู่ลึกเข้ามาถึงด้านคลองเตย
พ.ศ.2163
ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม
พวกฮอลันดากำลังมีอิทธิพลทางการค้ากับไทย
เป็นเหตุให้ชนชาติโปรตุเกสที่เข้ามาค้าขายกับไทยเป็นชาติแรก
ไม่พอใจจนเกิดเหตุขึ้น
เรือกำปั่นโปร์ตุเกสพบเรือฮอลันดาที่ปากน้ำเจ้าพระยา
ก็จับยึดเรือไว้
พระเจ้าทรงธรรมทรงทราบก็ได้ทรงโปรดเกล้า
ฯ
ให้ทหารลงไปบังคับโปร์ตุเกสให้คืนเรือแก่ชาวฮอลันดา
โปร์ตุเกสจึงโกรธเคืองไทยเลิกกิจการค้าขายในกรุงศรีอยุธยา
แล้วให้กองทัพเรือมาปิดเอ่าวที่เมืองมะริด
พ.ศ.2173
พวกญี่ปุ่นที่เข้ามาอยู่ในกรุงศรีอยุธยา
ตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนเรศวร
ฯ
เกิดขัดใจกับไทยถึงขั้นต่อสู้กัน
พวกญี่ปุ่นลงเรือสำเภาหนี
กองเรือไทยตามไปทันที่ปากน้ำเจ้าพระยา
เกิดการต่อสู้กันบริเวณปากน้ำ
ญี่ปุ่นหนีไปได้
และไปอาศัยอยู่ที่เมืองเขมร
พ.ศ.2207
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ทรงดำเนินกิจการค้าอย่างกว้างขวางให้คนจีนมาประจำหน้าที่ในเรือสินค้าหลวง
และส่งเรือสินค้าหลวงออกไปค้าขายกับต่างประเทศหลายลำ
ทำให้ผู้ค้าของฮอลันดาไม่พอใจ
หาว่าไทยทำการค้าผูกขาด
ฮอลันดาจึงเลิกกิจการค้าจากกรุงศรีอยุธยา
แล้วเอาเรือรบมาปิดอ่าวไทย
คอยจับเรือสินค้าหลวงของไทยไปริบบ้าง
ทำลายบ้าง
ทำให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ทรงดำเนินวิเทโศบายผูกมิตรกับฝรั่งเศส
พ.ศ.2231
ในรัชสมัยสมเด็จพระเทพราชา
ไทยเกิดต่อสู้กับฝรั่งเศสที่เข้ามารักษาป้อมวิชัยประสิทธิ์
(อยู่ที่เมืองธนบุรี)
ไทยได้ตั้งค่ายรายปืนที่บริเวณปากน้ำเจ้าพระยา
เมืองสมุทรปราการ
และจับเรือที่ฝรั่งเศสคุมมาได้สองลำ
พ.ศ.2199 - 2231
ไทยได้ติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้น
ส่วนมากเข้ามาทางทะเล
เมืองสมุทรปราการจึงเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญมาก
มีการปรับปรุงป้อมค่ายให้มั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้น
และที่ป้อมปากน้ำนี้เอง
เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไทยมีธงชาติขึ้น
ในปี พ.ศ.2205
มีเรือกำปั่นฝรั่งเศสเข้ามาทางปากน้ำผ่านป้อมบางกอก
และได้ชักธงฝรั่งเศสขึ้น
แต่ไทยยังไม่มีธงชาติจึงเอาธงชาติฮอลันดาชักขึ้น
ฝรั่งเศสไม่ยอมคำนับธงชาติฮอลันดา
ไทยจึงเอาธงชาติฮอลันดาลงแล้วเอาผ้าแดงชักขึ้นแทน
ฝรั่งเศสจึงยอมคำนับธงแดง
ธงแดงจึงเป็นธงชาติไทยตลอดมาจนกระทั่งมาเพิ่มเป็นธงช้าง
พ.ศ.2310
เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
เมืองสมุทรปราการถูกพม่าโจมตีกวาดต้อนผู้คน
ปล้นสะดมและทำลายย่อยยับ
ในสมัยธนบุรี
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ได้ทรงย้ายราชธานีมาตั้งที่กรุงธนบุรี
แล้วโปรดเกล้า ฯ
ให้รื้อกำแพงเมืองพระประแดงเดิม
ที่ราษฎรบูรณะไปสร้างกำแพงวัง
และสิ่งอื่น ๆ ที่กรุงธนบุรี
พ.ศ.2325
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
องเชียงสือหลานกษัตริย์ญวนได้หนีภัยการเมือง
มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
ต่อมาได้ลอบลงเรือหนีไปทางปากน้ำเจ้าพระยา
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
ทรงยกกองเรือตามไปแต่ไม่ทัน
ทรงเห็นภัยจากองเชียงสือ
จึงโปปรดเกล้า ฯ
ให้พระองค์สำรวจพื้นที่บริเวณปากน้ำเจ้าพระยา
เพื่อสร้างเมืองใหม่อีกเมืองหนึ่ง
ทรงเห็นว่าบริเวณลัดโพธิ
มีชัยภูมิเหมาะแก่การสร้างเมือง
จึงได้มีการสร้างป้อมค่ายขึ้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา
(ตรงข้ามกับอำเภอพระประแดงปัจจุบัน)
ขึ้นหนึ่งป้อมให้ชื่อว่า
ป้อมวิทยาคม
ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้า
ฯ
ให้สมเด็จพระบวรเจ้ามหาเสนานุรักษ์
ให้เป็นแม่กองไปทำเมืองต่อ
โดยตัดเอาท้องที่แขวงกรุงเทพ ฯ
บ้างแขวงเมืองสมุทรปราการบ้างรวมกันตั้งขึ้นเป็นเมืองใหม่
พระราชทานชื่อว่า
เมืองนครเขื่อนขันธ์
ให้ย้ายครัวมอญจากเมืองปทุมธานี
มีพวกพญาเจ่ง มีชายฉกรรจ์ 300 คน
ไปอยู่นครเขื่อนขันธ์
ในปี
พ.ศ.2352 ท้าวไชยอุปฮาด
อุปราชเมืองนครพนม พาครัว 2,000 คน
มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
ได้รับโปรดเกล้า ฯ
ให้อยู่ที่คลองมหาวงษ์
ต่อมาบางส่วนขอไปอยู่ที่พนัสนิคม
พวกนี้ได้ชื่อว่าอาสาลาวปากน้ำ
ในปี
พ.ศ.2353 ไทยเสียเมืองปันทายมาศ
(ฮาเตียม) ให้แก่ญวนขอพระราชทาน
อ้างว่าเจ้าเมืองเป็นคนไทย
ข่มเหงรังแกกชาวเมือง
จึงเป็นเหตุให้ต้องเตรียมการสร้างป้อมทางปากน้ำเจ้าพระยา
การสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์
เพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงไว้ป้องกันศึกทางทะเล
จึงให้สร้างป้อมทางฝั่งตะวันออกสามป้อมคือ
ป้อมเจ้าสมิงพราย ป้อมปีศาจสิง
และป้อมราหูจร
ทางฝั่งตะวันตกสร้างอีกห้าป้อมคือ
ป้อมแผลงไฟฟ้า ป้อมมหาสังหาร
ป้อมศัตรูพินาศ ป้อมจักรกรอ
และป้อมพระจันทร์พระอาทิตย์
ป้อมทั้งหมดชักปีกกาถึงกัน
ข้างหลังเมืองทำกำแพงล้อมรอบ
ตั้งยุ้งฉางตึกดิน
และศาลาไว้เครื่องศาสตราที่ริมแม่น้ำทำลูกหุ่นสายโซ่
สำหรับขึงกับแม่น้ำ
เอาท่อนซุงมาทำเป็นต้น
โกลนร้อยเกี่ยวเข้ากระหนาบเป็นตอน
ๆ
เข้าไปปักหลักระหว่างต้นโกลนทุกช่อง
ร้อยโซว่ผูกหุ่นมั่นคงแข็งแรง
นอกจากนี้ยังได้โปรดเกล้า ฯ
ให้ขุดคลองลัดใหม่ขึ้นเหนือคลองลัดโพธิ
เมืองนครเขื่อนขันธ์จึงตั้งอยู่ระหว่างปากคลองลัดโพธิ
และคลองลัดหลวง
จึงนิยมเรียกเมืองนี้ว่า ปากลัด
ต่อมาในปี พ.ศ.2356 ได้โปรดเกล้า ฯ
ให้สร้างป้อมเพชรหึงขึ้นอีก
ในปี
พ.ศ.2366
พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทรกับเจ้าพระยาคลัง
(ดิส) ได้รับโปรดเกล้า ฯ
ให้เป็นแม่กองไปควบคุมการสร้างเมืองสมุทรปราการ
ดำเนินการอยู่สามปีจึงแล้วเสร็จ
มีป้องปราการที่สร้างขึ้นสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
รวมหกป้อมด้วยกัน
ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสองป้อมคือ
ป้อมนาคราช อันเป็นป้อมปืนใหญ่
และป้อมผีเสื้อสมุทร
ซึ่งสร้างขึ้นที่เกาะกลางน้ำตรงข้ามป้อมนาคราช
ส่วนทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ
อันเป็นที่ตั้งที่ทำการของเมืองมีสี่ป้อมคือ
ป้อมประโคนชัย
ป้อมนารายณ์ปราบศึก ป้อมปราการ
และป้อมกายสิทธิ์
การสร้างเมืองสมุทรปราการครั้งนั้น
อยู่บริเวณบางเจ้าพระยาคือ
ตำบลปากน้ำในปัจจุบัน
อยู่ระหว่างคลองปากน้ำ
กับคลองมหาวงษ์
เป็นพื้นที่ตัวเมืองประมาณ 360 ไร่
มีการทำพิธีผัวหลักเมือง
เมื่อวันอาทิตย์ เดือนสี่
ขึ้นเจ็ดค่ำ ปีเถาะ พ.ศ.2365
|
<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>> |

|
|
|