ประเทศไทย 76 จังหวัด
โรงแรม-รีสอรต์-ที่พัก ร้านอาหาร Otop ของที่ระลึก สินค้าและบริการ อื่นๆ
เพิ่มรายชื่อ ฟรี!!!
วัดโกรกกราก หลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก พระเนื้อศิลาแลง อายุมากกว่า 100 ปี พระประธานของวัดโกรกกราก ต.โกรกกราก วัดแห่งนี้มีความแปลกและน่าสนใจที่พระพุทธรูปที่วัดนี้สวมแว่นตาดำไว้ตลอด เดิมทีหลวงพ่อปู่ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องสะเดา ซึ่งเป็นวัดร้างเก่าแก่ ริมแม่น้ำท่าจีน ชาวรามัญบ้านกำพร้า ได้อัญเชิญลงเรือพร้อมพระเนื้อสำริดอีกองค์ ล่องมาตามแม่น้ำเพื่อไปไว้ที่วัดอื่น ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะไปไว้วัดไหน ระหว่างล่องเรือเกิดพายุ ฝนตกหนัก จึงจอดเรืออุ้มพระศิลาแลง มาหลบฝนบนฝั่งหน้าวัดโกรกกราก เพื่อไม่ให้ถูกน้ำฝนกัดเซาะ พอลมฝนสงบ จะอุ้มลงเรือ แต่อุ้มไม่ขึ้น ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม หนึ่งในชาวบ้านจึงตั้งจิตอธิฐาน ว่าหากพระศิลาแลงต้องการจะอยู่ที่วัดโกรกกราก ก็ขอให้อุ้มพระขึ้น สุดท้ายก็อุ้มขึ้นจริง ๆ อัญเชิญมาไว้ที่วัดโกรกกรากนับแต่บัดนั้น และเรียกว่าหลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก วัดโคกขาม ตั้งอยู่ริมคลองโคกขาม เป็นวัดเก่าแก่ สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ คือ พระอุโบสถหลังเก่ามีใบเสมารอบๆ ด้านหน้ามีพระเจดีย์ที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม เป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา ลวดลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันนั้นงดงาม นอกจากนั้นยังมีศาลพันท้ายนรสิงห์ซึ่งเป็นศาลเพียงตาเดิม และเป็นที่เก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์ เช่น ชิ้นส่วนของเรือพระที่นั่งเอกชัย และบุษบก คลองโคกขาม ลักษณะเป็นโค้งข้อศอก กระแสน้ำเชี่ยวมากยากต่อการเดินเรือ ทำให้ครั้งที่พระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชรที่ 8 (พ.ศ. 2246-2252) เสด็จประพาสต้นไปตามลำคลองโคกขามด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย ได้เกิดอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้หัก ทำให้พันท้ายนรสิงห์ ถูกประหารชีวิต บริเวณที่ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าเสือทรงโปรดให้ขุดคลองลัดตัดทางคดเคี้ยวของคลองโคกขามให้ตรง โดยให้เจ้าพระยาราชสงครามเป็นแม่กองคุมไพร่พลจำนวน 3,000 คน ขุดคลองตัดจากคลองโคกขามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2248 ตรงมาเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ขนาดคลองกว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก เสร็จในปี พ.ศ. 2252 ในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เมื่อขุดเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า คลองสนามไชย ต่อมาเปลี่ยนเป็น คลองมหาชัย แต่บางทีชาวบ้านก็เรียกว่า คลองถ่าน และที่ปากคลองมหาชัยติดกับคลองโคกขามจะมีศาลพันท้ายนรสิงห์อีกศาลหนึ่ง ตลาดมหาชัย (ท่าเรือเทศบาล) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ใกล้กับป้อมวิเชียรโชฎกและศาลหลักเมือง นับเป็นศูนย์กลางการค้าการคมนาคมของสมุทรสาคร ตลาดมหาชัยมีท่าเรือที่มีเรือเมล์ไปสู่ตำบลต่าง ๆ หลายแห่ง แล้วยังสามารถเช่าเรือหางยาวไปเที่ยวคลองโคกขามได้ ป้อมวิเชียรโชฎก ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2371 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ เนื่องจากในสมัยนั้นได้เกิดกรณีพิพาทกับญวณเรื่องเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ รัชกาลที่ 3 ทรงเกรงว่าญวณจะยกกำลังมารุกรานไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) เป็นแม่กองสร้างป้อมเพื่อรักษาปากน้ำท่าจีนที่เมืองสมุทรสาคร และพระราชทานนามว่า ป้อมวิเชียรโชฎก ลักษณะของป้อมก่อด้วยอิฐถือปูน ไม่มีป้อมยามมีแต่หอรบ ตามช่องของกำแพงมีปืนใหญ่ไว้สำหรับป้องกันข้าศึกที่มาทางปากน้ำ พื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย ตั้งอยู่ตำบลบางหญ้าแพรก บริเวณปากแม่น้ำท่าจีนฝั่งขวา พื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่าวมหาชัยฝั่งตะวันตก มีพื้นที่ 3,872 ไร่ เหมาะสำหรับเป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า และวิจัยด้านธรรมชาติวิทยาของระบบนิเวศป่าชายเลนและปากแม่น้ำท่าจีน วัดบางปลา ตั้งอยู่ตำบลบ้านเกาะ เป็นวัดที่สำคัญของคนมอญในจังหวัดสมุทรสาคร ตามธรรมเนียมมอญจะต้องมีวัด ๆ หนึ่งที่เป็นหลักของชุมชน เมื่อมีเทศกาลสำคัญ เช่น วันปวารณาออกพรรษา พระสงฆ์จากวัดอื่น ๆ ในเมืองจะต้องมาร่วมกันทำพิธี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมายังวัดบางปลา เมื่อครั้งหลวงปู่เฒ่าเก้ายอดเป็นเจ้าอาวาส นอกจากนี้กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ยังทรงสร้างซุ้มศาลายาว เชิงชายแกะสลักอย่างงดงามไว้ตรงทางเดิน วัดป่าชัยรังสี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลบ้านเกาะ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 สิ่งที่น่าสนใจคือ รูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับปราสาทหินทางภาคอีสาน วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร ตำบลท่าฉลอม เป็นพระอารามหลวงได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ด้านหน้าวัดมีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินท่าฉลอม และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ชาวสมุทรสาครสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่ฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี วัดใหญ่จอมปราสาท ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าจีน สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานนามว่า วัดใหญ่สาครบุรี รวมทั้งได้พระราชทานพระไตรปิฎก และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ คือ พระวิหารเก่าแก่ก่ออิฐถือปูนฐานแอ่นโค้งคล้ายท้องเรือสำเภา ที่ซุ้มประตูและหน้าต่างมีการประดับลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักไม้ที่บานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถ เป็นลายพันธุ์พฤกษา ต้นไม้ ภูเขา รูปสัตว์ และบุคคล เป็นศิลปะแบบจีน ซึ่งเป็นลวดลายแกะสลักลึกเข้าไปในเนื้อไม้ที่งดงามมาก ศาลพันท้ายนรสิงห์ ตั้งอยู่ตำบลโคกขาม ศาลนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พันท้ายนรสิงห์ ในคราวที่คัดท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยจนหัวเรือชนกิ่งไม้ใหญ่ริมคลองโคกขาม ทำให้โขนเรือหักตกลงในน้ำ พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมทูลพระเจ้าเสือให้ประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาล พระเจ้าเสือทรงจำฝืนพระทัยตามพระราชกำหนดที่วางไว้จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ทำศาลขึ้นสูงเพียงตา และนำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกชัยที่หักขึ้นพลีกรรมไว้บนศาล เพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงถึงความซื่อสัตย์จงรักภักดี ต่อมากรมศิลปากรได้จัดสร้างศาลขึ้นใหม่แทนหลังเก่าที่พังลงมา ภายในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าคนจริงอยู่ในท่าถือท้ายคัดเรือ ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับป้อมวิเชียรโชฎก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประชาชนเคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประมงในจังหวัด โดยก่อนออกเรือเพื่อไปหาปลาทุกครั้งชาวประมงจะต้องไปทำพิธีสักการบูชา และจุดประทัดบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อเป็นสิริมงคล ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งอยู่ตำบลโคกขาม จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2540 ภายในอาคารจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องดาราศาสตร์และอวกาศ ในหัวข้อโลกและระบบสุริยะ การสำรวจดวงจันทร์ ชีวิตของดาวฤกษ์ มีเครื่องฉายดาวภายในโดมขนาดเล็ก ประกอบการบรรยาย Mini Theater และมีชุดนิทรรศการเรื่อง มนุษย์กับการวัดและการนับ เล่าถึงประวัติของการพัฒนาการวัดมาอย่างยาวนาน ภายนอกอาคารจัดเป็นสวนวิทยาศาสตร์ สะพานปลา เป็นสะพานปลาที่ใหญ่ และทันสมัยแห่งหนึ่งรองจากกรุงเทพฯ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสาคร มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัยที่ใช้ในการลำเลียงขนถ่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลทุกอย่างเป็นจำนวนมาก เป็นศูนย์กลางการค้าส่งปลาทะเล ปล่องเหลี่ยม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าไม้ ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นปล่องเตาไฟโรงงานผลิตน้ำตาลทรายของชาวโปรตุเกส ชื่อกัปตันฮิท สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2367 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ลักษณะของปล่องเป็นปล่องก่ออิฐถือปูนบนฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 4 เมตร สูง 4 เมตร ต่อจากฐานขึ้นไปเป็นปล่องทรงแปดเหลี่ยมแต่ละเหลี่ยมกว้างประมาณ 1 เมตร แล้วค่อยๆ เรียวขึ้นไปจนถึงปลายสูงประมาณ 30 เมตร วัดนางสาว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าไม้ โบราณสถานที่สำคัญของวัดนี้ คือ โบสถ์ที่มีฐานโค้งเป็นรูปเรือสำเภาก่ออิฐ มีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียวชาวบ้านเรียกว่า "โบสถ์มหาอุด" หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบเก่า ขื่อข้างบนใช้ไม้ซุงทั้งต้น มีเสมาคู่เป็นหินทรายขนาดเล็กอยู่รอบๆ โบสถ์ นอกจากนี้บริเวณหน้าวัดซึ่งติดกับแม่น้ำท่าจีน ยังมีอุทยานมัจฉาประกอบด้วยฝูงปลาสวายจำนวนมาก
ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ กาญจนบุรี ชัยนาท นครนายก นครปฐม นนทบุรี ประจวบฯ ปทุมธานี เพชรบุรี ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อยุธยา อ่างทอง อุทัยธานี