|
จากหลักฐานทางธรณีวิทยาพบว่า
เดิมพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรี
เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวไทยตอนบน
ที่ล้ำเข้ามาในแผ่นดิน
จนถึงจังหวัดนครสวรรค์
อย่างไรก็ตามแนวตะเข็บรอยต่อระหว่างจังหวัดสิงห์บุรี
 |
|
จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดชัยนาท
น่าจะมีอายุเก่าแก่กว่าพื้นที่ด้านอื่น
ๆ ของจังหวัด
เพราะเป็นแนวตะพักต่อจากภูเขา
และเป็นส่วนที่สูงที่สุดของจังหวัดซึ่งสูงประมาณ
19 เมตร จากระดับน้ำทะเล
พบร่องรอยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
เป็นจำนวนมากอยู่หลายแห่ง เช่น |
|
- แหล่งโบราณคดีเมืองบ้านคู
ตำบลฟักทัน อำเภอบางระจัน
- บ้านบางวัว
ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน
พบดินเผาและหินดุ
- ชุมชนโบราณบ้านชีน้ำร้าย
อำเภออินทร์บุรี
พบชิ้นส่วนของขวานหินและชิ้นส่วนกำไลสำริด
- บ้านโพธิ์ทะเล
อำเภอบางระจัน พบขวานหิน
จากร่องรอยที่พบแสดงว่าเคยมีผู้คนอาศัยอยู่มานานแล้ว
และพัฒนารูปแบบของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์มาสู่ความเป็นเมือง
โบราณในยุคการขุดคูเมือง
และคันดินกำแพงเมือง
เป็นการก้าวเข้าสู่ทวารวดี
เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 - 14
ในบางครั้งจะมีการขุดคูเมืองล้อมรอบเพียงอย่างเดียว
ไม่มีการนำดินไปพูนสูงเป็นกำแพง
แต่อาจนำไปปรับพื้นที่ในเมืองให้ราบเรียบ
เมืองที่มีลักษณะเช่นว่านี้ได้แก่
เมืองโบราณต่าง ๆ
ในเขตจังหวัดสิงห์บุรี เช่น
เมืองคูเมือง อำเภออินทร์บุรี
เมืองวัดพระนอนจักรสีห์
เมืองสระกระพังและเมืองบ้านเก่า
แหล่งชุมชนโบราณที่บ้านคูเมือง
อำเภอห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี
จากการสำรวจพบว่าเป็นเมืองสมัยทวารวดีฟูนัน
มีคูน้ำล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน
มีคูคลองจำนวนมากขุดเชื่อมโยงกับคูเมืองและลำน้ำธรรมชาติ
แบ่งพื่นที่ออกเป็นส่วน ๆ
และถมดินสูงเป็นตารางรูปสี่เหลี่ยมขนาดต่าง
ๆ
เป็นลักษณะโครงข่ายคมนาคมทางน้ำ
มีรูปร่างคล้ายใยแมงมุมหรือร่างแห
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10
ตารางกิโลเมตร
จัดเป็นการตั้งถิ่นฐานแบบเมืองคูคลอง
สมัยทวารวดีฟูนัน
ชุมชนตั้งอยู่บนลำน้ำแม่ลาซึ่งเป็นทางน้ำเก่า
ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
ขนาบด้วยลำน้ำใหญ่สองสายคือ
แม่น้ำน้อยทางด้านทิศตะวันตก
และแม่น้ำเจ้าพระยา
ทางด้านทิศตะวันออก
สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 13 - 18
เมตร
จากการศึกษาลักษณะทางภูมิศาสตร์
ของแหล่งชุมชนโบราณบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างพบว่า
ในช่วงสมัยทวารวดี
ชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวไทย
เว้าลึกเข้าไปในแผ่นดินเป็นชะวากทะเล
โดยชุมชนเหล่านั้นตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปัจจุบันประมาณ
4 เมตร เมื่อชายฝั่งเลื่อนออกไป
และแม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน
ชุมชนต่าง ๆ
ต้องขุดคลองเลียบเพื่อให้สามารถออกสู่ทะเลได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ชุมชนโบราณบ้านคูเมืองออกสู่ทะเลไม่สะดวก
จึงต้องสร้างชุมชนขึ้นใหม่ที่บ้านคู
บนฝั่งแม่น้ำดงคอน
ที่เป็นทางแม่น้ำสำคัญในเวลานั้น
ซึ่งมีทางออกทะเลได้สะดวกอยู่บริเวณอำเภอแสวงหา
จังหวัดอ่างทอง
เป็นผลให้ชุมชนโบราณบ้านคูเมืองหมดความสำคัญลงไป
และเกิดเมืองแห่งใหม่บนแม่น้ำน้อย
ที่อำเภอสรรคบุรี
และในช่วงเวลาหลังจากนั้นแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่เคยไหลอยู่ทางด้านตะวันออก
ได้เปลี่ยนเส้นทางไหลตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน
ทำให้ความสำคัญของแม่น้ำน้อย
และแม่น้ำลพบุรีลดลงไป
จากการศึกษาทางโบราณคดีพบว่า
เมืองโบราณบ้านคูเมืองมีร่องรอยการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในประเทศไทยต่อเนื่องไปถึงสมัยทวารวดี
ลักษณะของเมืองมีแผนผังคล้ายกับผังเมืองสมัยทวารวดีทางภาคกลางของประเทศไทย
ชุมชนโบราณแห่งนี้รู้จักใช้เครื่องมือโลหะ
พบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากเหล็ก
ตะกั่ว ดีบุก
และเครื่องประดับที่ทำจากโลหะเช่น
ตุ้มหู แหวน รวมทั้งเศษโลหะต่าง ๆ
มีความรู้ในการทอผ้า
โดยสันนิษฐานจากบริเวณของแวดินเผาที่พบ
แวดินเผา
เป็นก้อนดินเผาเจาะรูตรงกลาง
มีลักษณะกลมพองตรงลงมากลวงคล้ายถังเบียร์
กล่าวกันว่า
เป็นส่วนหนึ่งของไม้สำหรับปั่นฝ้ายให้เป็นเส้นใย
นอกจากนั้นยังมีหลักฐานว่าชุมชนแห่งนี้นับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท
เนื่องจากพบประติมากรรมหินสลักพระพุทธรูปปางต่าง
ๆ
อันเป็นคตินิยมของพุทธศาสนาฝ่ายใต้ของอินเดีย
ซึ่งเป็นฝ่ายเถรวาท
สิงห์บุรีเป็นเมืองเก่าก่อนสมัยสุโขทัย
ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ทางลำน้ำแม่น้ำจักรสีห์
ในท้องที่ตำบลจักรสีห์
อำเภอเมืองสิงห์บุรี
ในปัจจุบันบริเวณใกล้วัดหน้าพระธาตุมีเมืองเก่าเรียกว่า
บ้านหน้าพระลาน ปรากฏอยู่
สันนิษฐานว่า พระเจ้าไกรสรราช
โอรสพระเจ้าพรหม
(พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก)
ครองเมืองชัยปราการ (ฝาง)
โปรดให้สร้างขึ้นราว พ.ศ. 1650
ครั้งเสด็จพาไพร่พลมาครองเมืองลพบุรีตามรับสั่งพระราชบิดา
ซึ่งเข้าใจว่า คงจะมาพักขึ้นบก ณ
ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสิงห์เดิมนี้
เพื่อเดินทางไปลงเรือที่วัดปากน้ำ
แม่น้ำลพบุรี
เพราะสมัยนั้นลำแม่น้ำเจ้าพระยา
หน้าอำเภอเมืองสิงห์บุรี
และคลองบางพุทรายังไม่มี
เมื่อเกิดแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นใหม่ทางหน้าจังหวัดสิงห์บุรีบัดนี้
จึงได้ย้ายเมืองไปตั้งทางแม่น้ำน้อย
ตำบลโพสังโฆ ใต้วัดสิงห์
(ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอค่ายบางระจัน)
ลงมา ครั้ง พ.ศ. 2310
เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า
เห็นกันว่าแม่น้ำใหม่เป็นทางคมนาคมสำคัญ
จึงย้ายเมืองสิงห์บุรีมาตั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยา
ริมปากคลองนกกระทุ่ง
ฝั่งใต้ที่ปากบางต้นโพธิ์
ตำบลบางมอญ (ปัจจุบันคือ
ตำบลต้นโพธิ์
อำเภอเมืองสิงห์บุรี)
การย้ายครั้งนี้น่าจะเป็นสมัยเดียวกับตั้งเมืองอ่างทองในสมัยกรุงธนบุรี
ภายหลังจึงย้ายไปตั้งที่ตำบลบางพุทรา
อำเภอเมืองสิงห์บุรี ปัจจุบัน
ประมาณ พ.ศ. 2439-2440
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|