บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัด » จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว

» ย้อนกลับ หน้าถัดไป

ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา (5)

             ในที่สุดนายกลมเกรงกลัวบารมีจึงยอมอ่อนน้อมยอมเข้าด้วย พระยากำแพงเพชรจึงให้ทรัพย์แก่นายกลมและพลพรรค และให้โอวาทแก่นายกลมให้ตั้งอยู่ในยุติธรรม นายกลมอาสานำทางไปยังเมืองระยองต่อไป ครั้นวันอาทิตย์ แรม 6 ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ อัฐศก นายกลมคุมไพร่พล 100 นำทัพเดินถึงทัพยา (บางฉบับว่าพัทยา) หยุดพักแรมคืนหนึ่ง รุ่งขึ้นเดินทัพมาถึงบ้านนาจอมเทียน ทุ่งไก่เตี้ย สัตหีบหยุดประทับแรมแห่งละ 1 คืน แล้วเดินทัพตามชายทะเล ถึงตำบลหินโขง และบ้านน้ำเก่า แขวงเมืองระยอง หยุดประทับแรมแห่งละ 1 คืน พระยากำแพงเพชรได้ปรึกษาแม่ทัพนายกองว่า บัดนี้กรุงศรีอยุธยาคงจะเสียแก่พม่าเป็นแน่แท้ เราคิดจะรวบรวมอาณาประชาราษฎร์ในหัวเมืองภาคตะวันออกทั้งปวง ซ่องสุมผู้คนให้เป็นกำลังแก่บ้านเมือง และเราจะทำนุบำรุงสมณพราหมณาประชาราษฎร์ให้ร่มเย็นเป็นสุข และได้ประกาศให้บรรดานายซ่อง นายชุมนุมที่ซ่องสุมกำลังรี้พลให้มารวมกันเป็นขอบขัณฑเสมาเดียวกันให้จงได้ ในครั้งนั้นได้มีนายซ่อง นายชุมนุมอยู่ในป่าเขาได้มาเข้าด้วยเป็นจำนวนมาก กิติศัพท์ดังกล่าวได้ล่วงรู้ไปถึงพระระยองบุญเมือง เจ้าเมืองระยอง พระระยองบุญเมืองจึงนำข้าวสาร 1 เกวียนมาต้อนรับ
             เมื่อกองทัพพระยากำแพงเพชร (พระเจ้าตากสินมหาราช) ยกมาตั้งที่วัดลุ่ม พระระยองบุญเมืองคงมีความลำบากใจมาก เพราะจะยอมอ่อนน้อมเข้าด้วยก็เกรงว่าทางกรุงศรีอยุธยาจะหาว่ากบฏเพราะเหตุว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าวกรุงศรีอยุธยายังไม่ได้เสียแก่พม่า ครั้นจะป้องกันเมืองระยองก็เห็นว่าคงจะสู้ไม่ได้ จึงดำเนินนโยบายแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น โดยออกมาต้อนรับกองทัพพระยากำแพงเพชร ประหนึ่งว่าแม่ทัพเดินทัพผ่านมา นำเสบียงอาหารมาเลี้ยงดูกองทัพจากเมืองกรุงฯ และหาได้ยินยอมให้กองทัพเข้าเมืองไม่ แต่พระยากำแพงเพชรคงจะรู้ความในใจของพระระยองบุญเมือง ฉะนั้นเมื่อตั้งค่ายพักแรมที่วัดลุ่มนั้นได้สั่งให้ทหารตั้งค่ายขุดคูล้อม และวางขวากหนามป้องกันตามธรรมเนียมการตั้งค่ายศึก
              ส่วนคณะกรมการเมืองระยองมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมากที่ยอมอ่อนน้อมต่อกองทัพพระยากำแพงเพชร โดยเฉพาะขุนรามหมื่นซ่อง หลวงพลแสนหาญ ขุนจ่าเมืองด้วง นายทองอยู่ นกเล็ก (นายทองอยู่ นกเล็ก เป็นนายซ่องชาวเมืองชลบุรี เคยรับอาสากรมหมื่นเทพพิพิธเป็นนายทัพรักษาค่ายปากน้ำโยธกาแต่ถูกกองทัพพม่าตีแตก ดังกล่าวไว้ในตอนต้น) คณะกรรมการเมืองเหล่านั้นให้ความเห็นว่าพระยากำแพงเพชรทิ้งค่ายวัดพิชัยหนีเอาตัวรอด ผิดพระราชอัยการศึกอยู่แล้ว อีกประการหนึ่ง กรุงศรีอยุธยา ก็ยังมิได้เสียแก่ข้าศึก การอ่อนน้อมเข้าด้วยกับพระยากำแพงเพชร ครั้งนี้ เมืองระยองก็เท่ากับเป็นกบฏต่อราชธานี ความลับดังกล่าวนั้นได้ล่วงรู้ถึงพระยากำแพงเพชร เมื่อนายบุญรอด แขนอ่อน นายบุญมา น้องเมียพระยาจันทบูร และนายมาด (พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีฉบับพันจันทุมาศ (เจิม) ไม่มีชื่อ นายมาด แต่พระราชพงศาวดารฉบับบริติชมิวเซียมมีชื่อ นายหมวก) ขอถวายตัวทำราชการกับพระยากำแพงเพชร และได้นำความลับดังกล่าวมาแจ้งให้ทราบ เมื่อพระยากำแพงเพชรทราบข่าวลับ จึงชิงดำเนินการก่อนที่กรมการเมืองระยองจะรู้ตัวอีกประการหนึ่งพระยากำแพงเพชรระแวงเจ้าเมืองไม่ให้ความร่วมมืออยู่ก่อนแล้ว ดังที่ท่านไม่กล้าที่จะเข้าเมืองนครนายก เมืองฉะเชิงเทราเพื่อเจรจาขอให้เข้าด้วย

               ครั้นมาถึงเมืองระยองสถานภาพกองทัพของท่านดีขึ้น ประเมินกำลังว่าคงจะตีหักเอาเมืองระยองได้ การที่พระระยองบุญเมืองปฏิสันถารต้อนรับนั้นก็เป็นมารยาทของเจ้าเมืองที่ต้องเลี้ยงดู ให้เสบียงอาหารแก่กองทัพหลวงที่เดินทางผ่านมาเท่านั้น หาได้เป็นใจที่จะอ่อนน้อมเข้าด้วยแต่อย่างไรไม่ ฉะนั้นพระยากำแพงเพชรจึงให้หาพระระยองฯ มาปรึกษายังค่ายวัดลุ่มทันที พระระยองฯ ไม่ทราบว่าความลับล่วงรู้ไปถึงพระยากำแพงเพชรแล้ว จึงไปหาที่ค่ายด้วยความซื่อ ครั้นถึงค่ายวัดลุ่มพระยากำแพงเพชรได้สอบสวนหาความจริง
             ส่วนกรมการเมืองระยองสำคัญๆ ที่เป็นผู้นำในการเข้าปล้นค่ายวัดลุ่มของพระยากำแพงเพชร ต่างก็แตกหนีเอาตัวรอดไปคนละทิศคนละทาง ขุนรามหมื่นซ่องได้มุ่งไปตั้งค่ายซ่องสุมกำลังพลที่บ้านประแส แขวงเมืองจันทบูร (สมัยอดีตบ้านประแสขึ้นกับเมืองจันทบูร) เกลี้ยกล่อมชาวบ้านนิคมในละแวกใกล้เคียง คือ บ้านไร่ บ้านกร่ำ เมืองแกลง นับวันว่ากองกำลังของขุนรามหมื่นซ่องจะเข้มแข็ง
                  พระยากำแพงเพชรจึงยกทัพจากเมืองระยองไปปราบกองกำลังของขุนรามหมื่นซ่องที่บ้านประแส บ้านไร่ บ้านกร่ำ เมืองแกลง ในครั้งนั้นกองทัพของขุนรามหมื่นซ่องได้ต่อสู้เป็นสามารถ จนถึงตะลุมบอนฟันแทง กองทัพของขุนรามหมื่นซ่องแตกพ่าย ตัวขุนรามหมื่นซ่องหนีไปพึ่งพระยาจันทบูร กองทัพพระยากำแพงเพชรจับได้ทหาร ครอบครัว ผู้คนไว้ได้จำนวนมาก และได้หัวหน้าที่เป็นกำลังสำคัญต่อมาของพระยากำแพงเพชรหลายคน เช่น นายบุญมีบางเหี้ย นายแทน นายมี นายเมืองพม่า นายสนหมอ นายบุญมีบุตรนานสน ได้ช้างม้าโคกระบือจำนวนมาก และทรงตั้งหัวหน้านิคมคามบำรุงรี้พลให้มีกำลัง รวมทั้งเกลี้ยกล่อมอาณาประชาราษฎร์ที่แตกหนีเข้าป่ากลับมาเป็นจำนวนมาก ครั้นสำเร็จราชกิจปราบกองกำลังของขุนรามหมื่นซ่องแล้วก็กลับมาตั้งที่เมืองระยอง จัดราชการบ้านเมืองให้มั่นคงต่อไป
                 เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นพระยากำแพงเพชรยึดเมืองระยองได้แล้ว และจัดราชการเมืองชลบุรีแต่งตั้งเจ้าเมือง กิตติศัพท์ได้เลื่องลือไปถึงเมืองจันบูรแล้ว แต่พระยาจันทบูรได้ส่งทูตมาเจรจา หรือยอมอ่อนน้อมแต่อย่างใดไม่ พระยากำแพงเพชรจึงประชุมปรึกษาแม่ทัพนายกอง ข้าราชการเมืองระยอง
               พระยาจันทบูรตกอยู่สภาพเดียวกับพระระยองบุญเมืองตอนถูกยึดเมือง นั่นคือขณะนี้กรุงศรีอยุธยายังไม่เสียแก่พม่า หากตนเองยอมอ่อนน้อมเข้าด้วยกองทัพพระยากำแพงเพชร แสดงว่ากบฏต่อราชธานี ครั้นจะปฏิเสธไม่ยอมเข้าด้วยก็เห็นว่ากำลังทัพของพระยากำแพงเพชรนับวันจะเข้มแข็งมากขึ้นยึดได้ทั้งเมืองระยองและยังแผ่อำนาจไปยังเมืองชลบุรีอีกด้วย พระยาจันทบูรจึงใช้นโยบายลู่ตามลมโดยในที เพื่อรอให้กาลเวลาเป็นเครื่องตัดสิน แต่กลการศึกของพระยากำแพงเพชรนั้นพยายามที่จะรวบรัด
             ณะที่ใช้ความพยายามจะให้พระยาจันทบูรเข้าด้วยแต่โดยดีนั้น พระยากำแพงเพชรได้วางแผนที่จะเกลี้ยกล่อมพระยาราชาเศรษฐีเจ้าเมืองพุทไธมาศมาเป็นสมัครพรรคพวกอีกเมืองหนึ่ง จึงได้ส่งพระพิชัย และนายบุญมีข้าหลวงถือศุภอักษรไป เมื่อวันเสาร์ แรม 14 ค่ำ เดือน 4 ปีจอ อัฐศก

» ย้อนกลับ หน้าถัดไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook