บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัด » จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว

» ย้อนกลับ หน้าถัดไป

ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา (6)

          พระยากำแพงเพชรเห็นว่ามีกำลังไพร่พลพอที่จะยกไปยังเมืองจันทบูร ตามคำเชิญของสมณทูตเมืองที่มาถวายพระพรเชิญไปเมืองจันทบูร จึงให้พระสงฆ์นำทางกองทัพไปในครั้งนั้น ดังพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา บันทึกไว้หน้า 158 ว่าดังนี้ "ฝ่ายพระยาจันทบูร ซึ่งได้ถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะมารับเสด็จเข้าเมืองนั้นก็มิได้มาตามสัญญา เพราะเหตุขุนรามหมื่นซ่องยุยงว่ากล่าวให้ต่อรบ จึงให้ตกแต่งป้อมค่ายประตูหอรบ เอาปืนใหญ่น้อยขึ้นตั้งรายไว้รอบเมืองตระเตรียมการพร้อมแล้ว จึงแสร้งแต่งอุบายให้พระสงฆ์สี่รูปให้มาเชิญเสด็จเข้าไป ณ เมืองจันทบูร แล้วจึงจะ(จับ)กุมเอาตัวพระองค์ และพระสงฆ์สี่รูปมามิทันเสด็จไปเมืองชลบุรี จึงยับยั้ง(คอย)ท่าอยู่ ณ เมืองระยอง ครั้นเสด็จกลับมาถึง (เมืองระยอง) เพลาเช้าจึงเข้าไปถวายพระพรตามคำพระยาจันทบูรสั่งมานั้น จึงดำริด้วยพระพิจารณาญาณ ก็ทราบว่าเป็นกลอุบาย เพื่อกรรมนิยมที่จะให้เมืองจันทบูรถึงพินาศฉิบหาย จึงบังเอิญให้เป็นไปตามเหตุ ก็ทรงนิ่งมัธยัสถ์อยู่มิได้ตอบประการใด ครั้นพระสงฆ์ออกไปแล้ว จึงตรัสปรึกษานายทัพนายกองทั้งปวงว่า ซึ่งพระยาจันทบูรให้พระสงฆ์มารับวันนี้ ใครจะเห็นร้ายดีประการใด นายทัพนายกองทั้งปวงปรึกษาพร้อมกันกราบทูลว่า ข้าพเจ้าทั้งปวงเห็นว่าพระยาจันทบูรคิดประทุษร้ายเป็น(แน่)แท้ จึงตรัสว่าเมื่อเป็นเหตุดังนี้ชอบจะไปหรืออย่าไปประการใด นายทัพนายกองกราบทูลว่า ควรจะเสด็จไปจะได้ประโยชน์สองประการ คือแม้นมาตรว่าพระยาจันทบูรเสียสัตย์จะคิดประทุษร้าย ก็จะได้ทรมานให้เสียพยศอันร้าย ถ้าพระยาจันทบูรคงอยู่ในสัตย์ก็จะได้ประทานโอวาทสั่ง สอนให้ตั้งอยู่ในยุติธรรมสุจริต ช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินสืบไปภายหน้า
                 ครั้นรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งจึงเสด็จยกกองทัพออกจากเมืองระยอง ให้พระสงฆ์สี่รูปนำเสด็จไปประทับแรมโดยระยะทาง 5 วัน ถึงตำบลบางกะจะ หัวแหวน (คงเป็นเขาพลอยแหวน) จึงดำเนินทัพไปใกล้เมืองจันทบู" แผนยุทธศาสตร์ของพระยากำแพงเพชรสุขุมคัมภีรภาพ จึงยากที่จะพลาดท่า เสียที นั่นคือมีจังหวะได้โอกาสก็ชิงดำเนินการทันท่วงที เช่น ยึดเมืองระยอง หากยังหาโอกาสไม่ได้ก็พยายามถ่วงเวลารอจนกว่ากำลังจะพร้อมมูล เช่น การยกทัพประชิดเมืองจันทบูรครั้งนี้ประเมินว่า จัดราชการเมืองระยองเรียบร้อยดีแล้ว และมีกำลังเหนือกว่า คือ

            พระยาจันทบูรเล่นชั้นเชิงกลยุทธกับพระยากำแพงเพชรอีกต่อไป นั่นคือพระยาจันทบูรก็คาดการณ์ได้ชัดเจนแล้วว่า พระยากำแพงเพชรคงจะต้องตีหักเอาเมือให้จงได้ แต่พระยาจันทบูรก็ยังใจดีสู้เสือต่อไป นั่นคือใช้น้ำเย็นเข้าลูบแต่ในที่ เพื่อที่จะล่อเสือให้ติดจั่น ลวงปลัดเมืองนำทัพพระยากำแพงเพชรเข้าเมือง พระยาจันทบูรเมื่อเห็นว่ากองทัพมาประชิดเมืองแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องมาต้อนรับกองทัพเพื่อแสดงสันถวไมตรี แต่พระยาจันทบูรเองก็หาได้วางใจในสถานการณ์ไม่ จึงให้หลวงปลัดเมืองจันทบูรเป็นผู้มาต้อนรับ ส่วนตนเองคอยต้อนรับอยู่ในเมือง พระยากำแพงเพชรหลงกลในตอนแรก แต่มาคิดได้ภายหลังต้องรีบแก้สถานการณ์ ฝ่ายพระยาจันทบูร ให้หลวงปลัด ขุนหมื่น กรมการออกมานำทัพ คิดเป็นอุบายจะให้กองทัพเลี้ยวไปข้างใต้เมือง จะให้ข้ามน้ำไปฟากตะวันออก แล้วจะยกพลทหารออกโจมตีในเมื่อข้ามน้ำ ครั้นทรงทราบจึงให้นายบุญมีมหาดเล็กขึ้นม้าควบไปห้ามกองหน้ามิให้ไปตามหลวงปลัดนำ(ทาง)นั้น ให้กลับมาตามทางฝ่ายขวาตรงจะเข้าประตูท่าช้าง (ทัพหลวง) เสด็จหยุดประทับพลตำบลวัดแก้วริมเมืองจันทบูร ให้พลทหารตั้งกองทัพรอบวัดแก้ว   แล้วส่งทูตมาเชิญเสด็จเข้าเมืองจันทบูร
              พระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร หรือพระยากำแพงเพชร เจรจาความเมืองกับพระยาจันทบูรอยู่หลายยก พิจารณาเห็นว่าพระยาจันทบูรคงไม่กล้าออกมาหาที่ค่ายเป็นแน่แท้ ฉะนั้นต้องใช้ไม้แข็งตีหักเอาเมืองจันทบูรให้จงได้ จึงให้อาณัติสัญญาณแก่ทหารว่า ให้ทหารรายล้อมเมืองไว้ทุกด้านเวลา 3 ยาม ขณะที่เข้าโจมตีให้โห่ร้องว่า ตีหักเข้าเมืองได้แล้วให้โห่ร้องขึ้นพร้อมกัน   เมื่อหุงหาอาหารเย็นบริโภคกันอิ่มแล้วให้สาดเสียเทเสีย
                 วันอาทติย์ เดือน 7 ปีกุน  ศักราช 1129 (พ.ศ.2310) พระยากำแพงเพชร จึงให้ยกทัพบ่ายหน้าเข้าทิศอีสาน แล้วจัดทหารไทยจีนลอบเข้าไปประจำทุกด้านเวลาจะเข้า(โจมตี) ให้สัญญาณกันร้องขึ้นจงทุกด้านว่า ด้านนี้เข้าได้แล้วโห่ร้องขึ้นพร้อมกัน   เหล่าทหารซึ่งรักษาประตูและป้อมเชิงเทินนั้นก็ยิงปืนใหญ่น้อยประดุจห่าฝน กระสุนปืนลอดท้องช้างพระที่นั่งไป ทรงพระแสงกริชแทงพังคีรีกุญชรขับเข้าทลายประตูพังลง ทหารหน้าช้างลอดเข้าไปได้ โห่ร้องขึ้นพร้อมกัน ฝ่ายทหารซึ่งรักษาประตูหน้าที่เชิงเทินแตกตื่นหนีออกจากเมือง พระยาจันทบูรก็พาบุตรภรรยาหนีลงเรือไปสู่ปากน้ำพุทไธมาศ
             เมื่อจัดราชการเมืองจันทบูรเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมไปจัดราชการเมืองตราด ที่เมืองจันทบูรได้พบหลวงนายศักดิ์ (เป็นเชื้อแขก) ออกไปราชการ ณ เมืองจันทบูร เมื่อครั้งพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยา ยังตกค้างอยู่ที่เมืองจันทบูร จึงให้ชุบเลี้ยงใช้ราชการต่อไป เพราะเห็นว่าเป็ข้าราชการเก่ารู้ขนบธรรมเนียมดี จะได้ปรึกษาข้อราชการงานทั้งปวง ซึ่งในครั้งนั้นหลวงศักดิ์ นายเวรมหาดเล็ก (แขก) ได้รับพระราชโองการไปเก็บเงินส่วยอากรประจำปีจากหัวเมืองภาคตะวันออก รวบรวมเงินส่วนอากรได้จำนวนหนึ่งเตรียมจะลงเรือกลับกรุงศรีอยุธยา ก็ทราบว่ากรุงศรีอยุธยาแตกแล้ว จึงรอดูท่าทีอยู่ที่เมืองจันทบูร หลวงศักดิ์นายเวรคนนี้เชื่อกันว่าภายหลังได้รับราชการใกล้ชิดกับสมเด็จพระเจ้าตากสิน จนได้รับกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าพระยาจักรี(แขก) มีชื่อเดิมว่า หมุด หรือมะหมุด เป็นต้นตระกูล "สมุทรานนท์" มีบุตรหลานรับราชการก้าวหน้าสืบต่อมา และได้ดำรงตำแหน่งเจาเมืองชลบุรี ที่ "ออกพระชลบุรีศรีมหาสมุทร" (หวัง สมุทรานนท์) พระยาวิชิตชลเขตวิเศษศักดานนท์ พหลภักดี (ทด สมุทรานนท์) และพระยาชลบุรานุรักษ์ (หนู สมุทรานนท์)

» ย้อนกลับ หน้าถัดไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook