|

|
| ประวัตศาสตร์-ความเป็นมา |
-หน้า
3- |
ต่อมาในปี พ.ศ. 2376
เกิดจราจลขึ้นในเมืองญวน
ทางหัวเมืองต่างๆ
ครั้งนั้นกรมการเมืองพระตะบอง
เมืองเสียมราฐ เมืองจันทบุรี
เมืองตราด
ต่างพากันแต่งขุนหมื่นกับไพร่ไปสืบราชการที่เมืองเขมรและเมืองญวนต่าง
ๆ นั้น
สืบได้ข้อราชการเมืองญวนมาทั้งสี่เมือง
ๆ
จึงมีใบบอกกิจการบ้านเมืองเข้ามายังกรุงเทพฯ
ข้อความในใบบอกทั้งสี่หัวเมืองนั้นต้องกัน
ครั้งนั้นมีพวกจีนลูกค้าที่อยู่
ณ เมืองไซ่ง่อนและเมืองล่องโห้
ซึ่งเป็นหัวเมืองขึ้นฝ่ายญวน
พวกจีนในเมืองทั้งสองตำบลมีข้าศึกที่เกิดจราจลขึ้นในเมืองไซ่ง่อนหนีเข้ามาอาศัยอยู่ที่เมืองตราดบ้าง
เมืองจันทบุรีบ้าง กรมการเมือง
ทั้งสองเมืองบอกส่งพวกจีนที่หนีมาแต่เมืองญวนนั้นเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ
เจ้าพระยาพระคลัง
เสนบดีให้ล่ามพนักงานไต่ถามพวกจีนเหล่านั้น
ๆ ให้การต้องคำกันทุกคน
และคำให้การพวกจีนและหนังสือบอกเมืองเสียมราฐ
เมืองพระตะบอง เมืองตราด
เมืองจันทบุรี
ทั้งสี่เมืองต้องกันกับคำให้การ
ในครั้งนั้นจงโปรดเกล้าฯ
ให้เจ้าพระยาพระคลังและเจ้าพระยาบดินทรเดชา
ยกกองทัพไปรบญวน การเกณฑ์กองทัพของเจ้าพระยาพระคลังในครั้งนั้นกระทำดังนี้คือ
จัดให้เจ้าพระยาพลเทพเป็นแม่ทัพหน้า
ให้พระยาราชวังสันเป็นทัพนำหน้าเจ้าพระยาพลเทพ
ให้พระยาอภัยโนฤทธ์พระยาราชบุรี
พระยาระยอง พระยาตราด
พระยานครไชยศรี
พระยาสมุทรสงคราม
ทั้งนี้เป็นปีกซ้ายขวาของทัพหน้า
เมื่อยกทัพเรือเข้าตีปรากฏว่าในระหว่างศึกกันในลำน้ำนั้น
บรรดานายทัพนายกองเหล่านั้นพากันทอดสมอเรือเสีย
เพราะเห็นเรือญวนขวางกั้นอยู่เต็มลำคลอง
ทำให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาต้องทำการรบทางบกไปแต่ฝ่ายเดียว
เป็นการเสียหายแก่ราชการทัพอย่างยิ่ง
จึงมีการพิจารณาโทษบรรดาแม่ทัพนายกองเหล่านั้น
ต่อมาเมื่อพระยาบดินทรเดชาได้เข้าอยู่ที่เมืองโจดกแล้ว
จึงให้ พระยาตราดคุมพล
เมืองตราดทั้งสิ้นไปตั้วสิวซ่อมแซมเรือรบเก่าของเขมรที่นักองจันทร์ขึ้นไว้ตกค้างอยู่ที่เมืองกำปอดและเมืองกะพงโสมนั้นมีอยู่หลายสิบลำ
ถ้าจะเลือกแต่ที่พอจะใช้ได้คงจะได้เรือรบเกือบร้อยลำ
ถ้าพระยาตราดทำการซ่อมแซมเรือรบเก่าเขมรเสร็จแล้วได้มากน้อยเท่าใดให้คุมมาส่งไว้ในเมืองบันทายมาศ
ขณะนั้นทางเขมรก็คิดตั้งตัวเป็นกบฏขึ้น
พาสมัครพรรคพวกโจรเข้ามาลอบยิงไพร่พลที่คุมเรือลำเลียงเสบียงอาหารล้มตายไปเป็นอันมาก
เจ้าพระยาพระคลังจึงมีคำสั่งให้
พระปลัดเมืองตราดบุตรผู้ใหญ่พระยาจันทบุรีและพี่ชายต่างมารดากับหลวงยกกระบัตร
"คุมไพร่พลสามร้อยกองหนึ่ง
แล้วให้เป็นนายทัพบกไปติดตามเรือลำเลียงเสบียงอาหารที่เขมรตีไว้คืนมาให้จงได้
ถ้าไม่ได้เสบียงคืนมาก็ให้ตามไปจับเขมรเหล่าร้ายที่เมืองกำปอดมาให้ได้มาบ้าง
ให้พระปลัดรีบยกไปทางบกก่อนโดยเร็ว
แล้วสั่งให้หมื่นสิทธิสงคราม
นายด่านเมืองตราดคุมไพร่พลสองร้อยคน
เป็นนายทัพบกเพิ่มเติมไปติดตามเรือลำเลียงอีกกองหนึ่งแต่ให้ไปทางด้านตะวันตก
ให้ยกไปรวมกันกับพระปลัดที่เมืองกำปอดข้าง
เหนือ
พระปลดเมืองตราดยกไปถึงลำน้ำแห่งหนึ่งชื่อ
ท่าช้างข้าม
เป็นเวลาพลบค่ำจึงหยุดพักผ่อน
พวกเขมรในเมืองกำปอดจึงเข้าลอบโจมตี
รุ่งขึ้นพระปลัดเมืองตราดจึงรวบรวมไพร่พลที่เหลือเดินทางต่อไปก็ถูกเขมรลอบโจมตีอีก
ทำให้ไพร่พลล้มตายลงเป็นอันมาก
แต่กองทัพของหมื่นสิทธิสงครามมาพบเข้าจึงช่วยไว้ได้
และรับพระปลัดเมืองตราดและไพร่พลที่รอดตายรวม
35 คน
เข้าไว้ ยกทัพเดินทางต่อไป
ได้ปะทะกับกำลังฝ่ายเขมรและจับพวกเขมรได้
14 คน
สอบสวนด้วยวิธีการต่าง ๆ
นานาแล้วได้ความว่า
พระคะเชนทรพิทักษ์เขมรนายกองช้างของนักองจันทร์
ตั้งให้คุมคนเลี้ยงช้างอยู่ที่เมืองกำปอดนั้น
พระคะเชนทรพิทักษ์ท้ารบว่ากองทัพไทยแตกพ่ายญวนมาแล้วและกองลำเลียงไทยบรรทุกข้าวปลาอาหารมาถึงเมืองกำปอด
ติดน้ำยังกำลังเข็นเรืออยู่ที่ในลำคลอง
พระคะเชนทรพิทักษ์
เห็นว่าได้ทีมีช่อง
จึงได้ชวนไพร่พลชาวบ้านป่าที่อดอยากขัดสนเสบียงนั้นได้เจ็ดสิบแปดสิบคน
แล้วพากันมาตีปล้นเรือเสบียงได้เรือยี่สิบสามลำ
พระคะเชนทรพิทักษ์นั้นเมื่อกระทำการเช่นนั้นแล้ว
คิดเกรงกลัวกองทัพไทยจะยกติดตามมา
จึงแต่งให้คนไปซุ่มโจมตีอยู่ดังกล่าวข้างต้น
เมื่อสอบสวนได้ความดังนั้นหมื่นสิทธิสงครามนายด่านเมืองตราดจึงยกเข้าล้อมพระคะเชนทรพิทักษ์และจับตัวได้พร้อมทั้งบุตรภรรยาและครอบครัว
จึงให้เขมรเชลยขนข้าวปลาอาหารที่เขมรตีชิงเอาไปนั้นกลับคืนมาได้รวม
18 ลำ
เสียหายไปเพราะพวกเขมรกระทุ้งท้องเรือจมไป
5 ลำ
จากนั้นจึงลำเลียงเสบียงอาหารทั้ง
18
ลำนั้นส่งไปยังเมืองบันทายมาศ
คุณความดีที่หมื่นสิทธิสงครามกระทำในครั้งนั้น
เจ้าพระยาพระคลังได้รายงานให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาทราบทั้งหมด
รวมทั้งความผิดพลาดของหลวงยกกระบัตรเมืองจันทบุรีซึ่งคุมเรือเสบียงอาหารไปถูกเขมรซุ่มโจมตีแล้วเอาตัวรอด
ปล่อยให้ไพร่พลสู้รบตามลำพังจนเสียแก่เขมรไปนั้น
และเรื่องที่พระปลัดเมืองตราดพาไพร่พลเมืองตราดไปตายถึง
26
คนเหลือกลับมาเพียง 34 คนนั้นด้วย
เจ้าพระยาบดินทรเดชาจึงมีบัญชาให้พิจารณาโทษผู้กระทำความผิด
โดยให้ประหารชีวิตหลวงยกกระบัตร
ส่วนพระปลัดเมืองตราดถือว่ามีความผิดไม่มากนัก
ให้เฆี่ยนหลัง 60 ทีหรือ 30 ที
แล้วตระเวนรอบค่าย 3 วัน
ส่วนการลดหรือถอดบรรดาศักดิ์อย่างไรให้พิจารณาเอง
เจ้าพระยาพระคลังจึงให้ควบคุมตัวหลวงยกกระบัตรเมืองจันทบุรีกับพระปลัดเมืองตราดส่งไปให้เจ้าพิจารณาเอง
เจ้าพระยาพระคลังจึงให้ควบคุมตัวหลวงยกกระบัตรเมืองจันทบุรีกับ
พระปลัดเมืองตราดส่งไปให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาทำโทษ
เจ้าพระยาบดินทรเดชาจึงโทษผู้กระทำผิด
โดยประหารชีวิตหลวงยกกระบัตรเมืองจันทบุรี
สำหรับพระปลัดเมืองตราดให้เฆี่ยนหลังหกสิบทีแล้ว
ลดฐานานุศักดิ์ลงคงเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองจันทบุรีแทนที่หลวงยกกระบัตรชื่อแก้ว
ที่มีความผิดฆ่าเสียนั้นแล้ว
ส่วนหลวงสิทธิสงครามซึ่งทำความดีไว้นั้น
ได้มีหนังสือไปยังเจ้าพระยาพระคลังว่า
"ให้เจ้าคุณพระคลังตั้งหมื่นสิทธิสงครามนายด่านเมืองตราด
ให้มอบถาดโคนโทน้ำทองให้แก่เขาเป็นเครื่องยศ
แล้วให้มีใบบอกไปในกรุงเทพฯ
ด้วย"
เจ้าพระยาพระคลังได้ตั้งหมื่นสิทธิสงครามเป็นพระปลัดเมืองตราด
ส่วนพระปลัดเมืองตราดคนเดิมถูกลดตำแหน่งลงเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองจันทบุรีนั้น
ขณะที่ถูกคุมตัวส่งไปยังเจ้าพระยาพระคลังได้กระโดดน้ำตายเสียก่อน
พระปลัดเมืองตราดคนใหม่นี้ได้รับคำสั่งให้คุมไพร่พลไปรับเรือรบที่พระยาตราดไป
ตั้งซ่อมแซมอยู่ที่เมืองกำปอดและเมืองกะพงโสมเจ็ดสิบลำ
คุมไปส่งที่เมืองบันทายมาศ
และในราชการสงครามที่เกี่ยวกับเขมรและญวนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้
เมืองตราดมีบทบาทในการร่วมรบด้วยทุกครั้งจนสิ้นรัชกาล |
<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>> |

|
|
|
|