บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ข้อมูล » ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา (2)

          การตั้งถิ่นฐาน หลังจากยุคหินผ่านไปแล้วขาดช่วงไปนาน ไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า การตั้งถิ่นฐานในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นไปอย่างไร จนประมาณปี พ.ศ.1860 ตามหลักฐานเรื่องราวอื่นที่คาดคะเนได้ ประวัติตำนานต่าง ๆ และคำบอกเล่าสืบต่อกันมา สรุปได้ว่า การตั้งถิ่นฐานในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดจากการอพยพเข้ามาของคนต่างถิ่นในบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะชาวไทยใหญ่ จากรัฐฉานของพม่า จะเห็นได้จากเรื่องราวในพงศาวดารโยนก กล่าวถึงเมืองปายและเมืองยาวใต้ว่า เมืองปายเเดิมเรียกว่า บ้านดอน ชาวพม่าชื่อพะก่าซอ ได้พาผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และทำให้บ้านดอนเป็นเมืองที่มั่นคงแข็งแรง ส่วนการตั้งถิ่นฐานบริเวณอื่น บริเวณที่เป็นอำเภอปายในปัจจุบัน มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าบ้านน้ำฮู ตำบลเวียงใต้ ก่อตั้งมาประมาณ 300 ปี มาแล้ว เจ้าฟ้าเมืองปายในสมัยนั้นได้เรียกชาวบ้านจ๋าม จากรัฐฉาน เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านน้ำฮู และมอบนาให้เป็นที่ทำกิน
            การขยายตัวของหมู่บ้านต่าง ๆ   เริ่มแรกออกไปทำไร่ทำสวนก่อนเมื่อมีจำนวนมากขึ้น ก็จะอพยพไปตั้งบ้านเรือนอยู่ร่วมกัน จนกลายเป็นหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อมีการตั้งถิ่นฐานได้มั่นคงแล้ว ผู้ปกครองเมืองจึงจัดระบบการบ้านเมืองให้เป็นรูปแบบเมืองหน้าด่าน โดยยกเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองหน้าด่าน ในปี พ.ศ.2417 มีขุนยวม เมืองปาย เป็นเขตแดน เมืองยวมเป็นเมืองรอง ให้มีเจ้าฟ้าปกครองเมือง และจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของเชียงใหม่ เรียกว่า บริเวณเชียงใหม่ตะวันตก   ต่อมาเปลี่ยนเป็นบริเวณพายัพเหนือ และสุดท้ายเปลี่ยนเป็นจังหวัดแม่ฮ่องสอน
            ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ในยุคนี้ ไม่มีหลักฐานด้านเอกสารบันทึกไว้ คงได้จากหลักฐานทางโบราณคดี ที่ขุดค้นได้จากที่อยู่ในอำเภอเมือง ฯ และอำเภอขุนยวม ซึ่งบ่งบอกว่าในสมัยนั้นผู้คนในแถบนี้ เป็นมนุษย์ยุคหินประมาณ 7,000 - 4,500 ปีมาแล้ว ชีวิตความเป็นอยู่ต้องอาศัยธรรมชาติโดยตรง ต่อมาอีกระยะหนึ่งได้มีการพัฒนาสภาพการเป็นอยู่มากขึ้น โดยรู้จักทำอาวุธสำหรับล่าสัตว์ เช่น เครื่องมือหินลับ หินขัดหลายชนิด ยุคนี้ผ่านไปโดยไม่สามารถทราบเรื่องราวที่ต่อเนื่อง
            ยุคสร้างบ้านแปงเมือง  ยุคนี้เริ่มมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษาค้นคว้าบ้าง เช่น พงศาวดารโยนก และประวัติบุคคล พอสรุปประวัติความเป็นมาของจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ว่า เมืองปายเดิมเรียกว่า บ้านดอน เพราะตั้งอยู่บนที่ดอน มีแม่น้ำสองสายไหลผ่าน คือแม่น้ำปายและแม่น้ำเมือง เป็นบริเวณที่ชาวพม่าชื่อ พะก่าซอ เคยมาตั้งทัพเพื่อหาโอกาสเข้าโจมตีเมืองเชียงใหม่ พะก่าซอได้พัฒนาบ้านเมืองจนเป็นปึกแผ่นมั่นคง

            ต่อมาในสมัยพระเจ้าไชยสงคราม (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 19)   ได้นำทัพมาตีหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ และได้รับแต่งตั้งให้ปกครองบ้านดอนในเวลาต่อมา ส่วนเมืองยวมใต้ เป็นเมืองหน้าด่านของเชียงใหม่ ที่จะคอยป้องกันการรุกรานของพม่า
            เมื่อประมาณปี พ.ศ.1944   กษัตริย์เชียงใหม่คือ พระเจ้าสามฝั่งแกน ได้เนรเทศเจ้าท้าวลกราชบุตร องค์ที่ 6 ที่ถูกใส่ความไปครองเมืองพร้าววังหิน ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร ต่อมาถูกใส่ความอีก ถึงถูกเนรเทศให้ไปครองเมืองยวมใต้ จนถึงปี พ.ศ.1985 ได้กลับไปแย่งชิงราชสมบัติได้สำเร็จ สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์พระนาม พระเจ้าติโลกราช
            หลังจากนั้นเมืองยวมใต้ ก็เป็นเมืองหน้าด่านของเชียงใหม่ ที่จะคอยปกป้องการรุกรานของพม่าอีกหลายสมัย จนกระทั่งพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
            เมื่อประมาณปี พ.ศ.2374 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าโหตรประเทศราชาธิบดี (พระยาเชียงใหม่มหาวงศ์)   ได้ให้เจ้าแก้วเมืองมา ออกจับช้างป่าไปใช้งาน เจ้าแก้วเมืองมาได้เดินทางมาทางเมืองปาย พบพื้นที่แห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำปาย เป็นบริเวณที่หมูป่ามาหากินเป็นจำนวนมาก เห็นว่าเป็นทำเลดี เหมาะที่จะตั้งเป็นบ้านเมือง จึงได้รวบรวมชาวบ้านซึ่งเป็นคนไต (ไทยใหญ่)   มาอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน แล้วแต่งตั้งชาวไตชื่อ พะก่าหม่อง เป็นหัวหน้าปกครองหมู่บ้าน   ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านโป่งหมู ต่อมาเพี้ยนเป็น ป๋างหมู   หรือบ้านปางหมู อยู่ห่างจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนปัจจุบันไปทางเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร
            เมื่อจัดตั้งหมู่บ้านเสร็จแล้ว เจ้าแก้วเมืองมาได้เดินทางล่องลงมาทางใต้ จนถึงลำห้วยแห่งหนึ่ง   มีชาวไทยใหญ่ตั้งบ้านเรือนอยู่ก่อนแล้ว จึงตั้งคอกฝึกช้างป่า ณ บริเวณนั้น และได้มอบหมายให้แสนโกม บุตรเขยพะก่าหม่อง ออกไปชักชวนชาวไทยใหญ่ให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน แต่งตั้งแสนโกมเป็น ผู้ปกครองหมู่บ้าน และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า แม่ฮ่องสอน  (แม่คือ แม่น้ำ ฮ่อง คือ ร่องน้ำ สอนคือ เรียน)  หมายถึง ร่องน้ำอันเป็นสถานที่ฝึกสอนช้างป่า
            ต่อมาในปี พ.ศ.2399 ในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ได้เกิดการสู้รบกันในหมู่บ้านไทยใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคง (แม่น้ำสาละวิน) ทำให้ชาวไทยใหญ่ในเขตพม่าพากันอพยพข้ามฝั่งแม่น้ำคง เข้ามาอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ เช่น บ้านปางหมู บ้านแม่ฮ่องสอน บ้านขุนยวม และเมืองปาย
            ในการอพยพม่าครั้งนี้มีชาวไทยใหญ่ผู้หนึ่งชื่อ ชานกะเล ซึ่งตามตำนานได้กล่าวว่า เป็นทหารเอก ของเจ้าฟ้าโกหร่าน เจ้าฟ้าไทยใหญ่ผู้ปกครองนครหมอกใหม่ เจ้าฟ้าโกหร่านต้องการให้ชานกะเล ยกทัพไปตีเมืองแสนหวี เมืองเชียงรุ้ง และเมืองเชียงของ หากชนะกลับมาจะแต่งตั้งให้เป็นมหาอุปราช แต่ชานกะเลเห็นว่าทั้งสามเมืองเป็นชาวไทยใหญ่ด้วยกัน จึงทัดทานไว้แต่ไม่เป็นผล เขาจึงหลบหนีไปจากเมืองหมอกใหม่และได้เดินทางมาถึงบริเวณวัดผาอ่างปัจจุบัน ขณะนั่งพักได้ถูกเสือโคร่งเข้าตะครุบ แต่บังเอิญลูกสาวพระก่าหม่องชื่อคำใสได้ช่วยไว้ทัน จากนั้นได้พากันไปอาศัยอยู่ที่บ้านโป่งหมู ของพระก่าหม่อง ต่อมาพระก่าหม่องได้ยกนางคำใสให้เป็นภรรยา โดยที่ไม่ทราบว่าชานกะเลมีคนรักอยู่แล้วคือเจ้านางเมวดี หลานของเจ้าฟ้าโกหร่าน

<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>>

จังหวัด » กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook