|
แม่ฮ่องสอน
เดิมเป็นชุมชนบ้านป่า
ไม่มีผู้ใดปกครอง
คงมีแต่ชาวไทยใหญ่จากชายแดนพม่าเข้ามาอยู่อาศัย
ทำมาหากินบ้างเป็นบางฤดู
ความสำคัญในสมัยนั้นเป็นเพียงทางผ่านของกองทัพพม่า
ที่เดินทางเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา
|
|
หรือหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น
จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีประวัติความเป็นมายาวนานมาก
ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ |
|
ในภูมิภาคแถบนี้ได้มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่ยุคหินเก่า
การตั้งถิ่นฐาน |
|
และลำดับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของแต่ละอำเภอ
มักจะคาบเกี่ยวกันหลายอำเภอคือกลุ่มอำเภอปาย
อำเภอปางมะผ้า อำเภอเมือง ฯ |
|
และอำเภอขุนยวม
กับกลุ่มอำเภอแม่สะเรียง
อำเภอแม่ลาน้อยและอำเภอสบเมย
ในยุคก่อนประวัติศาสตร์
จากการสำรวจถ้ำผีแมนและรอบ
ๆ ถ้ำในเขตอำเภอปางมะผ้า
พบหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องมือหินเช่น
เครื่องมือหินขัดเป็นขวานหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
มีอายุประมาณ 8,600 ปีมาแล้ว
และได้พบเมล็ดพืชที่ใช้เป็นอาหารมากมายหลายชนิด
เช่น เมล็ดน้ำเต้า แตงกวา
และพืชตระกูลถั่วฝักยาว
พบว่ามีอายุเก่าแก่กว่า 12,000
ปีมาแล้ว ทำให้สันนิษฐานได้ว่า
บริเวณนี้มีมนุษย์อาศัยอยู่มาแต่สมัยหินเก่า
นอกจากนี้ยังค้นพบเศษภาชนะดินเผา
เครื่องมือหินกะเทาะและขวานหินที่มีอายุประมาณ
4,000 - 8,000 ปีมาแล้ว เป็นจำนวนมาก
สำหรับสิ่งที่เรียกว่า โลงผีแมนนั้น
นักโบราณคดียังไม่สามารถหาหลักฐานยืนยันได้ว่า
สร้างขึ้นจากมนุษย์ในยุคสมัยใด
ด้วยวัตถุประสงค์ใด
แต่สันนิษฐานว่าใช้สำหรับบรรจุศพ
เพราะโลงทำขึ้นโดยการขุดเจาะท่อนไม้ซุง
ลักษณะคล้ายเรือหัวตัด
กว้างไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
ยาวประมาณ 2 เมตร
ในเขตอำเภอเมือง ฯ
ได้ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีบริเวณตำบลหมอกจำแป่
19 แห่งตำบลปางหมู่ 7 แห่ง
ตำบลห้วยโป่ง 3 แห่ง
และตำบลผาบ่อง 2 แห่ง
หลักฐานที่พบมากที่สุดบริเวณดอยป่าหวาย
บนฝั่วตะวันออกของลำน้ำแม่สะงา
บ้านแม่สะงา ตำบลหมอกจำแป่
เป็นหลักฐานเกี่ยวกับขวานหินกะเทาะ
เครื่องมือหินกะเทาะ
เครื่องมือสะเก็ดหิน เป็นต้น
ทำให้สันนิษฐานได้ว่า
บริเวณนี้น่าจะเป็นที่อยู่ของมนุษย์ยุคหินเก่า
ซึ่งมีอายุประมาณ 7,000 - 4,500 ปี มาแล้ว
สมัยนั้นยังไม่มีการเพาะปลูก
หรือเลี้ยงสัตว์
มีการยังชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์หรือเก็บพืชที่เป็นอาหารจากป่าตามธรรมชาติ
อาศัยอยู่ตามถ้ำต่าง ๆ
ต่อมาเริ่มพัฒนาขึ้น
โดยมีการขัดถูเครื่องมือเครื่องใช้ให้คมเรียบสวยขึ้น
พบขวานหินขัดและหินลับในบริเวณเดียวกัน
รู้จักการเพาะปลูกพืชเป็นอาหาร
โดยพบเครื่องมือหินเจาะรู
ซึ่งเมื่อนำไม้ปลายแหลมมาเสียบให้ถ่วงน้ำหนักไม้แล้วเจาะรูบนพื้นดิน
สำหรับหยอดเมล็ดพืชตามริมฝั่งแม่น้ำหรือเชิงเนินเขา
ต่อจากช่วงนี้ก็ไม่พบหลักฐานใด
ๆ
ที่แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของยุคสมัย
ตามพัฒนาการแห่งกาลเวลา
หลักฐานที่พบในบริเวณเดียวกัน
กลับกลายเป็นชิ้นส่วนภาชนะดินเผา
แหล่งเตาเวียงกาหลง
ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าอยู่ในช่วงสมัยอาณาจักรล้านนา
ประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 - 22
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|