
|
| ประวัตศาสตร์-ความเป็นมา |
-หน้า
2- |
พุทธศตวรรษที่ 18 - 20
เมืองเมืองดงแม่นางเมืองที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
16 ก็หมดความสำคัญลง
บทบาทและความสำคัญของนครสวรรค์ได้ย้ายไปที่ลพบุรี
ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมเขมรในภาคกลางของไทย
ในสมัยสุโขทัย
เมืองนครสวรรค์มีชื่อว่า
เมืองพระบาง
แทนเมืองดงแม่นางที่เสื่อมไป
เมืองพระบางมีความสำคัญ
และเป็นเมืองหน้าด่านของอาณาจักรสุโขทัย
ที่คอยกันหัวเมืองทางใต้บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่จะขึ้นมายังกรุงสุโขทัย
ในศิลาจารึกหลักที่ 3
ได้กล่าวถึงการสร้างพระพุทธบาท 4
แห่งในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทย
หนึ่งในจำนวนนั้นคือ พระบาทเหนือจอมเขาที่ปากพระบาง
ซึ่งก็คือพระพุทธบาทที่ยอดเขากบ
ในปัจจุบัน
เมื่ออาณาจักรอยุธยาขึ้นมามีอำนาจ
นับจากเมื่อราชวงศ์
สุพรรณบุรีมีชัยชนะเหนืออาณาจักรสุโขทัยแล้ว
นครสวรรค์ก็กลายเป็นรัฐกึ่งกลางในอาณาจักรอยุธยา
เมื่อเกิดการแย่งชิงราชสมบัติที่กรุงสุโขทัย
เมื่อปี พ.ศ. 1962
ระหว่างโอรสของพระเจ้าไสยลือไทย
(พระมหาธรรมราชาที่ 3)
สมเด็จพระอินทราชาธิราช
ได้ทรงยกกองทัพจากกรุงศรีอยุธยา
ขึ้นไปตั้งคุมเชิงอยู่ที่เมืองพระบาง
ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองปลายเขตแดนของกรุงศรีอยุธยา
ทำให้พระยาบาลเมืองและพระยารามโอรส
พระเจ้าไสยลือไทย
ต้องออกมาถวายบังคมต่อสมเด็จพระอินทราชา
ต่อมาสมเด็จพระอินทราชาจึงได้โปรดเกล้า
ฯ ให้สถาปนาพระยาบาลเมือง
ขึ้นเป็นพระมหาธรรมราชาที่ 4
ครองเมืองพิษณุโลก
และให้พระยาราม ครองกรุงสุโขทัย
ในสมัยอยุธยา
นครสวรรค์นอกจากจะเป็นชุมทางสินค้า
อันเนื่องมาจากสภาพทางภูมิศาสตร์แล้ว
ยังเป็นเมืองประชุมพล
เมื่อเกิดสงครามไทยกับพม่า
เมื่อพม่ายกเข้ามาตีไทยจากทางเหนือ
นับตั้งแต่สงครามช้างเผือกในรัชสมัย
สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ์เป็นต้นมา
ตามพงศาวดารพม่าระบุว่า
การเดินทัพจากกรุงหงสาวดี
ตามเส้นทางเข้าด่านแม่ละเมา
เข้าสู่ตำบลระแหง แขวงเมืองตาก
แล้วเข้าสู่เมืองกำแพงเพชร
และเมืองนครสวรรค์
ใช้เวลาเดินทัพเป็นเวลา 47 วัน
สมัยธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร
์
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ได้ทรงดำเนินการยุทธที่ไม่ยอมให้พม่า
ใช้นครสวรรค์เป็นที่ประชุมพลอีกต่อไป
โดยพระองค์ได้ขึ้นไปตั้งรับกองทัพข้าศึกเหนือนครสวรรค์
และใช้นครสวรรค์เป็นเมืองส่งกำลังบำรุงให้แก่กองทัพที่ยกขึ้นไปรับศึกทางเหนือ
เช่น ที่ปากพิง พิษณุโลก
และเหนือขึ้นไป
นครสวรรค์จึงกลายเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการป้องกันข้าศึกที่ยกกำลังมาทางเหนือ
ในสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ได้ทรงนำพระพุทธรูป ชื่อ พระบาง
มาค้างไว้ที่เมืองนี้
ต่อมาไทยรบทัพจับศึกกับพม่าและปราบหัวเมืองฝ่ายเหนือที่แข็งเมืองยกมาตีกรุงศรีอยุธยาและตอนต้นกรุงเทพฯ
กองทัพไทยได้ยกเคลือนที่ขึ้นมาเลือกนครสวรรค์ที่เคยเป็นโรงทหารเก่าหลังโรงเหล้าปัจจุบัน
เป็นที่ตั้งทัพหลวงแล้วดัดแปลงขุดคูประตูหอรบจากตะวันตกตลาดสะพานดำ
ไปบ้านสันคู ไปถึงทุ่งสันคู
เดี๋ยวนี้ ยังปรากฏแนวคูอยู่
เมื่อข้าศึกยกลงมาจากทุ่งหนองเบน
หนองสังข์ สลกบาตร
และตะวันออกเฉียงใต้ของลาดยาวมาเหนือทุ่งสันคุ
เมื่อฤดูแล้งเป็นที่ดอนขาดน้ำ
ถ้าฝนตกน้ำก็หลากเข้ามาอย่างแรงท่วมข้าศึก
ไทยยกทัพตีตลบหลัง
พม่าวิ่งหนีผ่านช่องเขานี้จึงได้ชื่อว่า
เขาช่องขาด มาจนบัดนี้
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อมีการทำสนธิสัญญาเบาว์ริง
ก่อให้เกิดการค้าเสรีนิยมขึ้น
นครสวรรค์ก็ได้กลายเป็นแหล่งรวมสินค้าสำคัญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว
และไม้สักที่มาจากภาคเหนือ
เพื่อส่งต่อไปยังกรุงเทพ ฯ
มีโรงสีเหนือ โรงสีกลาง
และโรงสีใต้
บริษัทค้าไม้อิสท์เอเซียติก
บริษัทแม่เงา ห้างไม้มิสหลุยส์
มีโรงเลื่อย โรงน้ำแข็ง
และโกดังสินค้าต่าง ๆ
เป็นจำนวนมาก
ข้าวจะส่งมาทางแม่น้ำน่าน
โดยการขนส่งทางเรือยนต์เป็นหลัก
คนจีนอพยพเข้ามาขายแรงงานและ
การประกอบการค้าในนครสวรรค์มากขึ้น
การค้าของนครสวรรค์ได้ย้ายศูนย์กลางจากฝั่งตะวันออก
มายังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงโปรดเกล้า ฯ
ให้ย้ายตัวเมืองมาตั้งบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ
คนจีนในนครสวรรค์มีมากเป็นอันดับสาม
รองลงมาจากกรุงเทพ ฯ และภูเก็ต
ส่วนใหญ่เป็นพวกแต้จิ๋วและไหหลำ
การค้าของนครสวรรค์เจริญสูงสุดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
และต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
|
<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>> |

|
|
|