จังหวัดกาฬสินธุ์
|
ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา
|
-หน้า
2- |
ใน พ.ศ. 2521
พระเจ้าศิริบุญสารยังมีความโกรธแค้นไม่หาย
จึงแต่งตั้งให้เพี้ยสรรคสุโภย
ยกกองทัพกำลังหมื่นเศษติดตามลงมา
เพื่อจับ พระวอและพรรคพวก
พระวอได้ยกกำลังออกต่อสู้ด้วยความห้าวหาญยิ่ง
แต่สู้กำลังที่เหนือกว่าไม่ได้จนวาระสุดท้ายได้ถึงแก่ความตาย
ณ ค่ายบ้านดู่บ้านแกนั่นเอง
ท้าวคำผง ท้าวทิดพรหม
และท้าวก่ำผู้เป็นบุตรหลาน
ได้พาผู้คนที่เหลือหลบหนีเข้าไปอยู่ในเกาะกลางลำแม่น้ำมูลมี
ชื่อว่าดอนมดแดง
อยู่ในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบัน
สายที่ท้าวโสมพะมิตรเป็นหัวหน้า
ได้พาสมัครพรรคพวกยกพลข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้
และได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกลางหมื่น
ขณะที่ให้ผู้คนจัดสร้างที่พักอยู่นั้น
ท้าวโสมพะมิตรได้สำรวจผู้คนของตน
ปรากฏว่ามีอยู่ประมาณ 5,000 คน
(ครึ่งหรือกลางหมื่นเหมือนชื่อหมู่บ้านปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์)
และท้าวโสมพะมิตรได้ส่งท้าวตรัยและผู้รู้หลายท่านออกเสาะหาชัยภูมิ
เลือกทำเลที่จะสร้างเมืองใหม่
ท้าวตรัยและคณะใช้เวลาสำรวจอยู่ประมาณปีเศษ
จึงได้พบทำเลอันเหมาะสม
คือได้พบลำน้ำปาว
และเห็นว่าแก่งสำโรงชายสงเปลือย
มีดินมีน้ำอุดมสมบูรณ์
ควรแก่ตั้งเป็นบ้านเป็นเมือง
จึงได้อพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนบริเวณนี้
และได้จัดสร้างหลักเมืองขึ้น ณ
ที่ตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในปัจจุบัน
โดยตั้งตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อใคร
อยู่มาได้ประมาณ 10 ปีเศษ
ครั้นต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้สถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นเมืองหลวงเมื่อ
พ.ศ. 2325
และเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ามาก
ท้าวโสมพะมิตรเห็นเป็นโอกาสดีจึงได้นำเครื่องบรรณาการเข้าถวายสวามิภักดิ์
และกราบทูลขอตั้งบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง
ปี พ.ศ. 2334
โดยถือเอานิมิตเมืองพรรณานิคมและเมืองหนองหาญธาตุเชิงชุม
อันเป็นเมืองเดิมใช้ลุ่มน้ำก่ำ
เป็นแหล่งประกอบอาชีพ
ซึ่งชาวพื้นเมืองเรียกว่าแม่น้ำ
"ก่ำ" แปลว่า "ดำ" นั่นเอง
ประกอบกับครั้งนั้นท้าวโสมพะมิตรได้นำกาน้ำสัมฤทธิ์ทูลเกล้าถวาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้ากระหม่อมให้ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง
พระราชทานนามว่า "กาฬสินธุ์"
เมื่อปี พ.ศ. 2336
พร้อมทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ท้าวโสมพะมิตรเป็นพระยาชัยสุนทรครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นคนแรก
และผู้คนในถิ่นนี้จึงได้นามว่าชาวกาฬสินธุ์
ในครั้งนั้น ท้าวโสมพะมิตร
(พระยาชัยสุนทร)
ได้ปกครองอาณาประชาราษฎร์
ในเขตดินแดนด้วยความร่มเย็นเป็นสุขด้วยดีเสมอมา
จนกระทั่งท้าวโสมพะมิตร
(พระยาชัยสมุทร) ได้ถึงแก่
นิจกรรม เมื่ออายุ 70 ปี
ท้าวหมาแพงบุตรอุปฮาดเมืองแสนฆ้อนโปง
ได้รับพระราชทานเป็นพระยาชัย
-สุนทรครองเมืองกาฬสินธุ์แทน
ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2348
และยังได้โปรดเกล้าให้ท้าวหมาสุ่ยเป็นอุปฮาด
ให้ท้าวหมาฟองเป็นราชวงศ์
ครั้นต่อมาเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฏ
ได้มาเกลี้ยกล่อมท้าวหมาแพงให้ร่วมด้วย
แต่ท้าวหมาแพงและชาวเมืองกาฬสินธุ์
ทั้งมวลยังมีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีไม่เปลี่ยนแปลง
เป็นเหตุให้ท้าวหมาแพงถูกทารุณเฆี่ยนตีและตัดหัวเสียบประจาน
ณ ทุ่งหนองหอย ตรงกับปี พ.ศ. 2369
เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางกรุงเทพมหานคร
จึงได้มอบให้พระยาราชสุภาวดี
(พระยาบดินทร์เดชา)
ยกกองทัพขึ้นไปปราบเมืองเวียงจันทน์จนมีชัยชนะแล้วกวาดต้อน
ผู้คนเมืองลาวมารวมกันอยู่ที่เมืองกาฬสินธุ์เป็นจำนวนมาก
และได้โปรดเกล้าแต่งตั้ง
ท้าวบุตรเจียม บ้านขามเปีย
ซึ่งมีความชอบต่อเจ้าพระยาบดินทร์เดชา
คือจัดส่งเสบียง
ครั้งตีเมืองเวียงจันทน์ขึ้นเป็นพระยาชัยสุนทรเจ้าเมืองกาฬสินธุ์
และแต่งตั้งท้าวหล้าขึ้นเป็นอุปฮาด
และท้าวอินทิสารผู้เป็นมิตรสหายของท้าวหล้าขึ้นเป็นที่ราชวงศ์
แล้วแต่งตั้ง
ท้าวเชียงพิมพ์ขึ้นเป็นราชบุตร
ครั้นโปรดเกล้าฯ จัดแจงแต่งตั้ง
เจ้าเมืองกรมการเมืองกาฬสินธุ์
ทั้งปวงเสร็จแล้ว
เจ้าพระยาบดินทร์เดชาแม่ทัพจึงยกทัพกลับไป
|
<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>> |

|
|
|