แก่งเลิงจาน
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของสถานีประมง
ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน
บริเวณโดยรอบของแก่งเลิงจานมีทิวทัศน์สวยงาม
หมู่บ้านปั้นหม้อ
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขวา
เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพปั้นหม้อดินเผา
ซึ่งชาวอีสานใช้เป็นหม้อน้ำ
หม้อแกง
กรรมวิธีทำยังเป็นแบบโบราณดั้งเดิม
กู่มหาธาตุ
หรือปรางค์กู่บ้านเขวา
เป็นโบราณสถานที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่
18
ทำด้วยศิลาแลงเป็นรูปกระโจมสี่เหลี่ยม
ภายในปราสาทมีเทวรูปทำด้วยดินเผา
2 องค์ นั่งขัดสมาธิ ประนมมือ
ถือสังข์
มีกำแพงทำด้วยศิลาแลงล้อมรอบ
โคปุระอยู่แนวด้านทิศตะวันออก
เป็นทางเข้าออกภายในกำแพงเพียงด้านเดียว
บรรณาลัยอยู่ภายในกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
มีทางเข้าในปรางค์ประธานเพียงด้านเดียว
คือ ทิศตะวันออก ส่วนอีก 3 ด้าน
เป็นประตูหลอก
กรอบประตูและทับหลังเป็นหินทราย
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน
ตั้งอยู่ในบริเวณสถาบันราชภัฏมหาสารคาม
แสดงความเป็นมาของศิลปะอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม
มีวรรณคดีอีสานประเภทใบลานซึ่งหาชมได้ยาก
มีภาพสไลด์
เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวอีสาน
พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย
ตั้งอยู่ในตัวเมืองมหาสารคาม
เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุของภาคอีสาน
เช่น ใบเสมาหิน
พระพุทธรูปในสมัยโบราณ บานประตู
คันทวยแกะสลักอายุประมาณ 100-200 ปี
เป็นที่เก็บรวบรวมวรรณคดีภาคอีสาน
และพระธรรม ใบลาน
สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน
ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โดยจัดนิทรรศการแบบถาวรไว้ให้ชม
เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน
ความเป็นมาของการทอผ้า
การประยุกต์ผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมือง
เครื่องจักสานและงานไม้
งานหล่อโลหะ
การพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา
เครื่องใช้ในครัวเรือน
เครื่องมือจับสัตว์
เครื่องดนตรี วรรณกรรม
จารึกภาษาโบราณ
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2408
เมื่อท้าวมหาชัย
เจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก
ได้รวบรวมไพร่พลจากร้อยเอ็ดมาตั้งเมืองใหม่ได้สร้างหลักเมือง
และอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองมาประทับเพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง
นับเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวจังหวัดมหาสารคามให้ความเคารพนับถือกันมาก
อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย
อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและต้นไม้
หลายชนิด
กู่สันตรัตน์
เป็นปราสาทหินที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่
7 เป็นศิลปะขอมสมัย บายน
อายุระหว่าง พ.ศ. 1700 - 1750
ตัวปราสาทสร้างด้วยศิลาแลงเป็นแท่งสี่
เหลี่ยมเหมือนกู่มหาธาตุ
และมีทับหลังประตูมุขหน้าจำหลักลายงดงามน่าดู
ตั้งอยู่ที่ตำบลกู่สันตรัตน์
อำเภอนาดูน
พระธาตุนาดูน
พุทธมณฑลแห่งอีสาน
ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน
เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์
โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต
บริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน
โบราณวัตถุต่างๆ
ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น
มีการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
บรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด
อายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13 -15
สมัยทวาราวดี
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพัน
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นป่าธรรมชาติ
มีน้ำไหลเฉพาะที่ตลอดเวลาหรือที่เรียกว่าป่าน้ำซับ
มีพืชและสัตว์ที่ไม่ค่อยพบในที่อื่นๆและหายากเช่น
ต้นลำพัน,เห็ดลาบ,ปลาคอกั้ง,งูขา
และปูทูลกระหม่อม
หรือปูแป้งเป็นปูน้ำจืดที่สวยที่สุดในโลก
พระพุทธรูปยืนมงคล
เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองมหาสารคาม
อยู่ที่ตำบลคันธารราษฎร์
เป็นพระพุทธรูปสมัยทวาราวดี
สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง
เหมือนพระพุทธมิ่งเมือง
พระพุทธรูปมิ่งเมือง
หรือพระพุทธรูปสุวรรณมาลี
สร้างด้วยหินทรายแดง
เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยทวาราวดีที่ชาวมหาสารคามนับถือกันมาก
ประดิษฐานที่วัดสุวรรณาวาส
ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย
วนอุทยานโกสัมพี
ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวาง
ริมฝั่งแม่น้ำชี
ลักษณะเป็นสวนป่ามีต้นไม้หลายชนิด
เช่น ต้นยางขนาดใหญ่ ต้นตะแบก
ต้นกระทุ่ม ฯลฯ
มีหนองน้ำธรรมชาติทัศนียภาพร่มรื่น
เป็นที่อาศัยของนกต่างๆ
|