|
ประวัติจังหวัดนครราชสีมาเมืองนครราชสีมา
เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในอาณาจักรไทย
แต่เดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ในท้องที่อำเภอสูงเนิน
ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันประมาณ 31
กิโลเมตร คือ เมือง"โคราช" หรือ
"โคราฆะ" กับเมือง "เสมา"
ทั้งสองเมืองดังกล่าว เคยเจริญ
รุ่งเรืองมาก
ในสมัยขอมแต่ปัจจุบันเป็นเมืองร้าง
ตั้งอยู่ริมฝั่งลำตะคอง |
|
ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2199-2231)
โปรดให้สร้างเมืองสำคัญที่อยู่ชายแดนให้มีป้อม
ปราการ สำหรับป้องกัน
รักษาราชอาณาจักรหลายเมือง
เช่นนครศรีธรรมราช พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
จึงให้ย้ายเมืองที่ตำบลโคราช
อำเภอสูงเนิน
มาสร้างเป็นเมืองมีป้อมปราการ
คือ เมืองเสมา กับ
เมืองโคราฆะปุระ
มาผูกเป็นนามเมืองใหม่ เรียกว่า
เมืองนครราชสีมา
แต่คนทั้งหลายคงยังเรียกชื่อเมืองเดิมติดปากอยู่
จึงมักเรียกกันทั่วไปว่า
เมืองโคราช |
|
เมืองนี้กำแพงก่อด้วยอิฐมีใบเสมาเรียงรายตลอดมีป้อมตามกำแพงเมือง
15 ป้อม ประตู 4 ประตู
สร้างด้วยศิลาแลงมีชื่อดังต่อไปนี้
- ทางทิศเหนือชื่อประตูพลแสน
นัยหนึ่งเรียกประตูน้ำ
- ทางทิศใต้ชื่อประตูไชยณรงค์
นัยหนึ่งเรียกประตูผี
- ทางทิศตะวันออกชื่อประตูพลล้าน
นัยหนึ่งเรียกประตูตะวันออก
- ทางทิศตะวันตกชื่อประตูชุมพล
ประตูเมืองทั้ง 4
แห่งนี้มีหอรักษาการอยู่ข้างบนทำเป็นรูปเรือน
(คฤห)
หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา
มีช่อฟ้าใบระกาเหมือนกันทุกแห่ง
แต่ปัจจุบันคงเหลือรักษาไว้เป็นแบบอย่างแห่งเดียวเท่านั้น
คือประตูชุมพล
ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีสงวนรักษาไว้เป็นโบราณสถานเมื่อ
พ.ศ. 2480
นอกนั้นทั้งประตูและกำแพงเมืองได้ถูกรื้อสูญหมดแล้ว
เมื่อสร้างเมืองใหม่ในครั้งนั้น
สมเด็จพระนารายณ์ทรงเลือกสรรข้าราชการที่เป็นคนสำคัญออกไปครอง
ปรากฏว่าโปรดให้พระยายมราช
(สังข์) ไปครองเมืองนครราชสีมา
พร้อมกับโปรดให้พระยารามเดโช
ไปครองเมืองนครศรีธรรมราช
ส่วนเมืองอื่นหาปรากฏนามผู้ไปครองเมืองไม่
ครั้นสมเด็จพระนารายณ์ สวรรคต
เมื่อ พ.ศ. 2231
พระเพทราชาได้ราชสมบัติ
พระยายมราชและพระยารามเดโช
ไม่ยอมเป็นข้าพระเพทราชาต่างตั้งแข็งเมืองนครราชสีมาและเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นด้วยกัน
กองทัพกรุงศรีอยุธยาจึงยกขึ้นไปทางดงพระยาไฟ
พระยายมราชต่อสู้รักษาเมืองนครราชสีมา
อยู่ได้พักหนึ่ง
แต่สิ้นกำลังต้องหนีไปอยู่กับพระยารามเดโช
ณ เมืองนครศรีธรรมราช
ครั้งกองทัพกรุง ฯ
ลงไปตีเมืองนครราชสีมาได้ในครั้งพระยายมราช
(สังข์) ตั้งแข็งเมืองนั้น
คงกวาดต้อนผู้คนและเก็บเครื่องศัตราวุธ ซึ่งมีไว้สำหรับรักษา
เมืองนำมาเสียโดยมาก
โดยหวังจะมิให้มีผู้คิดแข็งเมืองได้อีก
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|