|
พื้นที่จังหวัดหนองคาย
อยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง
ซึ่งประกอบด้วย
เมืองเวียงจันทน์ จังหวัดเลย
จังหวัดหนองบัวลำพู
และจังหวัดอุดรธานี
มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาจนถึงยุคปัจจุบัน
บริเวณบุ่งทามแถบหนองคาย
มีร่องรอยและหลักฐานทั้งในรูปวัตถุ
และตำนาน วรรณกรรม
อยู่เป็นอันมาก
เล่าสืบทอดกันมา เช่นตำนาน
พระอุรังคธาตุ
กล่าวถึงปฐมกัลป์พญานาคผู้ขุดแม่น้ำโขง
ชี มูล
ทั้งสร้างนครเวียงจันทน์ด้วย
ตำนาน ท้าวผาแดง-นางไอ่
ท้าวขูลู-นางอั้ว
ท้าวบารส-นางอุสา ท้าวสินไซ
ท้าวสีทน-มโนห์รา
ในสมัยอาณาจักรล้านช้างรุ่งเรือง
พระเจ้าไชยเชษฐาได้ย้ายราชธานีจากหลวงพระบาง |
|
มายังเวียงจันทน์
เมื่อปี พ.ศ. 2103 แล้วทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ได้บูรณะปฏิสังขรณ์
พระธาตุสำคัญที่เคยกล่าวไว้ในตำนานตั้งแต่โบราณ
มีศิลปวัตถุสถานที่ผสมผสานกัน
ระหว่างแบบล้านนากับแบบล้านช้าง
เช่น พระเจ้าองค์ตื้อ
เป็นศิลปะล้านนา สร้างเมื่อปี
พ.ศ. 2165
พ.ศ. 2322
ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
และเจ้าพระยาสุรสีย์เป็นแม่ทัพ
ได้ชัยชนะเมืองเวียงจันทน์
ประชาชนจำนวนมากของเมืองเวียงจันทน์หนีสงครามแตกฉานซ่านเซ็น
บางพวกก็ถูกกวาดต้อนเข้ามาตั้งหลักแหล่งในหัวเมืองชั้นใน
อันได้แก่หัวเมืองภาคกลาง เช่น
จังหวัดสุพรรณบุรี
จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี
จังหวัดสระบุรี
และจังหวัดลพบุรี เป็นต้น
ส่วนที่เหลือก็ตั้งชุมชนอยู่บริเวณเมืองพานพร้าว
เมืองเวียงคุก เมืองปะโค
และเมืองโพนพิสัย
(ในสมัยก่อนเรียกว่า เมืองโพนแพน
ซึ่งปัจจุบันออกเสียงว่า โพนแพง)
ครั้นเมื่อผู้คนหายตื่นตระหนกกับศึกสงครามแล้ว
ชาวเมืองเวียงจันทน์ก็อพยพกลับภูมิลำเนาเดิม |
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|