|
ศรีสะเกษในปัจจุบัน
เป็นที่อยู่อาศัยของชนชาติสยามและขอมมาเป็นเวลาช้านานประมาณไม่ต่ำกว่า
1,300 ปี
แต่ก็ได้มีการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานเป็นครั้งคราว
ซึ่งอาจจะเป็นการอพยพหลบหนีภัยน้ำท่วมใหญ่
หรือเกิดจากการกันดารน้ำและโรคภัยไข้เจ็บ
ชนชาติลาวซึ่งอยู่ทางเหนือ
ได้แก่ เมืองศรีสัตนาคนหุต
(เวียงจันทน์)
ได้อพยพเคลื่อนย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานแย่งที่ทำกินของพวกข่า
ส่วย กวย
ซึ่งตั้งหลักแหล่งอาศัยทำมาหากินอยู่ตามป่าดง
ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง |
|
ประเทศลาวปัจจุบัน
ชาวลาวมีสติปัญญาดีกว่าเพราะเป็นชาวเมือง
มีภาษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมดีกว่าจึงมีความเจริญก้าวหน้า
ลาวได้สร้างบ้านแปงเมืองและยกหัวหน้าขึ้นเป็นผู้ปกครองเมืองเป็นปึกแผ่นแน่นหนาจนรุ่งเรือง
และสถาปนาขึ้นเป็นนครจำปาศักดิ์
เมื่อพวกส่วยถูกชาวลาวเข้ามารุกรานแย่งที่ทำกิน
จึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกไปหาที่ทำกินแห่งใหม่
ในราว พ.ศ.2220
ได้มีพวกส่วยหลายกลุ่มอพยพลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้ |
|
ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังประเทศไทย
สู่ดินแดนอีสานตอนใต้ซึ่งยังรกร้างว่างเปล่าอยู่มาก
ชาวไทยเจ้าของถิ่นในขณะนั้นเสื่อมอำนาจ
เนื่องจากขอมซึ่งตั้งราชธานีอยู่ที่เมืองพิมาย
(อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา)
ได้ยกทัพมารบกวน
ทำให้คนไทยต้องถอยร่นไปอยู่ที่อื่น
พวกส่วยเหล่านี้จึงตั้งเป็นชุมนุมต่างๆ
อาศัยดินแดนแถบนี้ทำไร่นาหาของป่าเลี้ยงชีพสืบกันต่อมาด
เมื่อ พ.ศ. 2302
ในแผ่นดินของสมเด็จพระบรมราชาที่
3 หรือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระที่นั่งสุริยามรินทร์
(พระเจ้าเอกทัศน์)
ช้างเผือกของพระองค์ได้แตกออกจากโรงช้างต้นในกรุงศรีอยุธยา
แล้วเดินทางมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
พระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำรัสให้ทหารเอกคู่พระทัยสองพี่น้อง
คือ
สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
พระนามเดิมทองด้วง
กับกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
พระนามเดิมบุญมา
ให้คุมไพร่พลและทหารกรมช้างต้น 30
นายออกติดตาม
ได้ติดตามพญาช้างเผือกมาทางแขวงเมืองพิมาย
ผ่านมาจนถึงบริเวณป่าดงดิบทางฝั่งทิศใต้ลำน้ำมูลจึงได้ข่าวจากพวกชาวป่าว่า
พญาช้างเผือกผ่านมาทางบ้านหนองกุดหวาย
(อำเภอรัตนบุรี)
นายทหารเอกสองพี่น้องจึงได้เข้าไปหาเชียงสีหัวหน้าบ้านหนองกุดหวายเพื่อให้เชียงสีช่วยพาไปหาหัวหน้าบ้านต่อ
ๆ ไป
เชียงสีได้พาไปหาเชียงปุ่มที่บ้านเมืองทรี
(เมืองที) เชียงชัยที่บ้านจารพัด
(ศีขรภูมิ)
ไปหาตากะจะและเชียงขันที่บ้านปราสาทที่เหลี่ยมดงลำดวน
(บ้านดวนใหญ่)
แล้วยกต่อไปหาเชียงฆะที่บ้านอัจจะปะนึง
(สังขะ) เชียงฆะแจ้งให้ทราบว่า
เห็นช้างเผือกกับโขลงช้างป่ามาเล่นน้ำที่หนองโชก
ครั้นวันรุ่งขึ้นนายทหารสองพี่น้องกับพวกหัวหน้าส่วยจึงขึ้นไปแอบอยู่บนต้นไม้ริมหนองโชกพอตะวันบ่ายประมาณ
2 โมง
โขลงช้างก็ออกจากป่ามาเล่นน้ำ
พญาช้างเผือกเดินอยู่กลางโขลงมีช้างป่าล้อมหน้าล้อมหลัง
นายทหารสองพี่น้องจึงนำเอาก้อนอิฐ
8
ก้อนที่นำมาจากเมืองทรีขึ้นเสกเวทย์มนต์คาถาอธิษฐานแล้วขว้างไปยังโขลงช้างป่าทั้งแปดทิศ
ช้างป่าแตกหนีเข้าป่าหมดเหลือแต่พญาช้างเผือก
นายทหารสองพี่น้องจึงนำพญาช้างเผือกกลับกรุงศรีอยุธยาพร้อมกับพวกทหารและหัวหน้าชาวส่วย
ที่ช่วยติดตามช้าง
เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยาแล้วนายทหารทั้งสอง
ได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึงความดีความชอบ
ของพวกหัวหน้าส่วยที่ช่วยติดตามช้างหลวงจนสำเร็จ
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|