|
สภาพและความเป็นมาในทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์
ไม่มีปรากฏเป็นหลักฐานเอกสารอันแน่นอน
เพียงแต่ได้มีการจดบันทึกไว้เพียงสังเขป
ซึ่งส่วนมากได้มาจากคำบอกเล่าของผู้มีอายุและเล่าต่อๆ
กันมา จึงเอาความแน่นอนไม่ได้
แต่จากการสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่า
พื้นที่ซึ่งเป็นภาคอีสานในปัจจุบันเคยเป็นที่อยู่ของพวกละว้าและลาว
มีแว่นแคว้นอันเป็นเขตปกครองเรียกว่า
อาณาจักรฟูนัน
เขมรเป็นชนพื้นเมืองที่เพิ่งอพยพเข้ามาอยู่สมัยอาณาจักรขอมรุ่งเรือง
ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 18
เป็นต้นมา
ภายหลังได้ผสมกลมกลืนกับชาวส่วย
ที่เป็นคนพื้นเมืองเดิม
และได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าพวกเขมรป่าดง
(ข่า - เขมร)
ส่วนลาวนั้นอพยพเข้ามาอยู่ในภาคอีสาน |
|
ของไทย
เมื่อประมาณปี พ.ศ.2257 - 2261
สมัยอยุธยา
กัมพูชาได้ตกอยู่ในฐานะประเทศราชของอาณาจักรอยุธยา
ในระหว่างปี พ.ศ.2103
ส่วนอาณาจักรลาวมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครเวียงจันทน์
พระเจ้าไชยเชษฐา ฯ (พ.ศ.2091 - 2111)
กษัตริย์ลาวได้สร้างนครเวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงของล้านช้าง
ในปี
พ.ศ.2257
อาณาจักรลาวแยกออกเป็นสามรัฐอิสระคือหลวงพระบาง
เวียงจันทน์ และจำปาศักดิ์
เมืองจำปาศักดิ์ได้บังคับให้อัตบือ
แสนปาง
ส่งช้างป้อนกองทัพให้แก่จำปาศักดิ์
ทำให้ส่วยอัตบือ แสนปาง
ทนไม่ได้จึงหนีข้ามลำน้ำโขง
มาอาศัยกับพวกส่วยดั้งเดิมบริเวณป่าดงดิบแถบอีสานล่างคือ
อุบล ฯ ศรีสะเกษ สุรินทร์
บุรีรัมย์
และบางส่วนของนครราชสีมา
มหาสารคาม
ชาวส่วยหลายกลุ่มพากันอพยพหนีสงคราม
ข้ามมาตั้งหลักแหล่งทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง
เมื่อปี พ.ศ.2260
แยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานและมีหัวหน้าปกครองตามที่ต่าง
ๆ
ที่เป็นจังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบัน
และชาวส่วยเหล่านี้มีความชำนาญในการคล้องช้าง
ทำการเกษตร หาของป่า
แต่ละชุมชนมีการไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ
ในรัชสมัยสมเด็จพระสุริยาอมรินทร์
แห่งกรุงศรีอยุธยา
ช้างเผือกในเขตกรุงหนีออกมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่เขตพิมาย
จึงได้โปรดเกล้า ฯ
ให้ขุนนางสองพี่น้องกับไพร่พล 30
คนออกติดตามช้างมาทางแขวงเมืองพิมาย
ได้รับคำแนะนำให้ไปสืบถามพวกส่วย
มอญ แซก โพนช้างอยู่ริมเขาดงใหญ่
เชิงเทือกเขาพนมดงรัก
เมื่อติดตามมาตามลำน้ำมูลได้พบเชียงสีหัวหน้าบ้านกุดหวาย
เชียงสีได้พาไปพบหัวหน้าหมู่บ้านอื่น
ๆ
เพื่อจะได้ช่วยกันติดตามช้างเผือกต่อไป
และได้ทราบจากเวียงฆะว่าได้พบช้างเผือกเชือกหนึ่งมีเครื่องประดับที่งา
พาบริวารที่เป็นช้างป่ามาเล่นน้ำที่หนองโซกหรือหนองบัวในเวลาบ่ายทุกวัน
เมื่อพากันไปยังหนองโชกก็พบช้างเผือกเชือกนั้นและจับมาได้
บรรดาหัวหน้าหมู่บ้านช่วยควบคุมช้างเผือกมาส่งยังกรุงศรีอยุธยา
สมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์
จึงได้โปรดเกล้า ฯ
ให้แต่งตั้งบรรดาหัวหน้าชาวส่วยให้มีฐานันดรศักดิ์คือ
ตากะจะเป็นหลวงปราบแก้วสุวรรณ
เชียงขันเป็นหลวงปราบ
เชียงฆะเป็นหลวงเพชร
เชียงปุมเป็นหลวงสุรินทรภักดี
เชียงลีเป็นหลวงศรีนครเตา
เชียงไชยเป็นขุนไชยสุริยางค์
แล้วกลับไปปกครองคนในหมู่บ้านของตน
โดยอยู่ในอำนาจของกรุงศรีอยุธยา
ขึ้นตรงต่อเมืองพิมาย
|
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|