|
จากการสำรวจทางโบราณคดีเบื้องต้น
พบว่าในเขตจังหวัดชุมพรเคยเคยมีผู้คนอาศัย
อย่างน้อยเมื่อประมาณ 3000
ปีล่วงมาแล้ว
กล่าวคือพบเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์สมัย
ก่อนประวัติศาสตร์หลายแห่งในเขตจังหวัดนี้
โดยเฉพาะขวานหินขัดสมัยหินใหม่ที่ตลองดอนตะเคียน |
|
ใกล้ทะเลหน้าทับ และที่สถานีรถไฟเขาไชยราช อำเภอปะทิว
เป็นต้น นอกจากนั้นมีผู้พบขวานหินมีบ่าจำนวนมากบริเวณแม่น้ำหลังสวน
ในเขต |
|
ตำบลปังหวาน อำเภอพะโต๊ะ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามในยุคหินใหม่นี้เชื่อกันว่ามนุษย์เผ่าอินโดนีเซียนหรือ
ออสโตรเนเซียนได้เคลื่อนย้ายจากตอนใต้ของประเทศจีน
เข้าสู่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
มนุษย์ที่อพยพเข้ามามี 2 พวก
คือ
พวกมาเลย์เก่า
และพวกมาเลย์ใหม่
มนุษย์พวกนี้รู้จัก
ทำเครื่องปั้นดินเผา
เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์แล้ว
ตั้งถิ่นฐาน
เป็นหลักแหล่งแน่นอนบริเวณ
ชายฝั่งทะเลหรือใกล้แหล่งน้ำและเริ่มสร้างสังคมพื้นฐานขึ้นมา
เช่น ชุมชนโบราณ "เขาสามแก้ว"
เป็นต้น
หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีชาวต่างชาติ
โดยเฉพาะชาวจีนและ
อินเดียเดินทางผ่านคาบสมุทรในระยะนี้เองที่ชุมชนต่างๆ
ในเขตชุมพรเริ่มกลายเป็นเมืองท่าเรือขนถ่ายสินค้าข้ามคาบสมุทรตามเส้นทางที่สำคัญ
2 สาย
คือจากหลังสวนไปคลองหลังสวนไปยังพะโต๊ะและข้ามเทือกเขาออกระนองสายหนึ่งอีกสายหนึ่งจาก
ชุมพรไปยังกระบุรีแม่น้ำปากจั่น
และระนอง
ชุมชนท่าเรือที่สำคัญในยุคนั้นคงจะได้แก่ชุมพร
กระบุรี ระนองและหลังสวน
ซึ่งน่าแปลกใจที่ชุมชนเหล่านี้
ไม่ปรากฏชื่อในเอกสารของ
จีนหรืออาหรับหรือพัฒนาขึ้นเป็นท่าเรือสำคัญๆ
อย่างเช่น ไชยา นครศรีธรรมราช
และปัตตานีอาจจะเป็นเพราะอยู่ใกล้
ศูนย์อำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าโดยเฉพาะอาณาจักรต่างๆ
ทางภาคกลางหรืออาจจะเป็นเพราะเส้นทางข้ามคาบสมุทรเดิรทางลำบากไม่สะดวก
และไม่อยู่ในเส้นทางเดินเรือโดยอาศัยลมสมุทรทั้ง
2ด้านก็เป็นไปได้
ชื่อของเมืองชุมพร
จึงปรากฎขึ้นครั้งแรกในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช
ในฐานะเมืองบริวารในกลุ่มเมือง 12 นักษัตร
คือ "มะแมเมืองชุมพรคือตราแพะ"
เมืองชุมพรเริ่มกลายเป็นชุมชนเกษตรกรรม
และท่าเรือข้ามคาบสมุทรอย่างถาวรมั่นคงสืบติดต่อกันมา
อย่างไม่ขาดสายตั้งแต่บัดนั้นมาเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองครั้งใหญ่ในปี
พ.ศ.1998 ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
(พ.ศ.1991 - 2031)
จึงได้กำหนดให้เมืองชุมพรเป็นเมืองตรี |
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|