|
จังหวัดกระบี่
|
ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา
|
-หน้า
2- |
นักประวัติศาสตร์หลายท่านได้วางตำแหน่งเมืองบันทายสมอซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตร
หรือเมืองขึ้นของนครศรีธรรมราชว่าอยู่ที่บริเวณเมืองกระบี่
เมืองนี้ใช้ตราลิงเป็นสัญลักษณ์
อย่างไรก็ตามข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่ได้ข้อยุติที่ชัดเจนนัก
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
เจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส
ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็นแขวงเมือง
แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่
แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด
จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้
อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า
การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร
(พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ 27
ปี ถึง พ.ศ.2354
แขวงปกาไสที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองปกาไสนั้น
เมื่อมีผู้คนมากขึ้น
สภาพภูมิประเทศไม่เหมาะสมที่จะขยายเมืองต่อไป
จึงได้ย้ายที่ทำการไปตั้งที่บริเวณบ้านหินขวาง
ปากคลองกระบี่ใหญ่
ชาวบ้านเรียกที่แห่งใหม่นี้ว่า
ค่ายหินขวาง
ต่อมาเมื่อมีผู้คนมากขึ้นทางการจึงให้รวมแขวงต่างๆ
ที่อยู่ใกล้เคียงคือ
แขวงปากลาวแขวงคลองพน
และแขวงปกาไสขึ้นเป็นเมือง
เรียกว่าเมืองกระบี่
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อปี พ.ศ. 2415
โดยมีหลวงเทพเสนาเป็นเจ้าเมืองคนแรก
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2443
จึงย้ายที่ทำการไปตั้งที่ตำบลปากน้ำ
เมื่อปี พ.ศ. 2452
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าgเจ้าอยู่หัว
สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ
ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่
สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง)
เป็นเจ้าเมือง
ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้
ร.ศ.128 (พ.ศ. 2352)
พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง
ผ่านภูเก็ต พังงา
มาถึงปากน้ำกระบี่
ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพานเจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอด
พระเนตรสถานที่ราชการทอดพระเนตรถ้ำหนองกกซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จทอดพระเนตรการชนควาย
มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์
และมะยง (มะโย่ง)
วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา
แหลมกรวด
ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม
วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา
ในปี พ.ศ. 2484
เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา
มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่
2 แห่งคือที่บริเวณบ้านทุ่งแดง
และบริเวณบ้านคลองหิน
ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ
หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย
ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป
เรือกลไฟชื่อถ่องโห
ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง
ภูเก็ต - กระบี่ - ตรัง - ปีนัง
ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ
ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณทะเลกระบี่
ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้
ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น
ๆ
ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก
ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ
คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด
ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง
ปีนัง สิงคโปร์ |
<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>> |

|
|
|
|