หน้าบ้านจอมยุทธ >> ประเทศไทย 76 จังหวัด >> ภาคใต้ >>กระบี่ >>ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา >> หน้า 2


หน้าแรก
ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา
ศิลปะ-วัตนธรรม-ประเพณี
สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว
เว็บไซต์เกี่ยวข้อง


ประเทศไทย
76 จังหวัด

 

โรงแรม-รีสอรต์-ที่พัก
ร้านอาหาร
Otop ของที่ระลึก
สินค้าและบริการ อื่นๆ

arow.gif (1375 bytes) เพิ่มรายชื่อ ฟรี!!!            

 

จังหวัดกระบี่

 

           ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา

-หน้า 2-

         นักประวัติศาสตร์หลายท่านได้วางตำแหน่งเมืองบันทายสมอซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตร หรือเมืองขึ้นของนครศรีธรรมราชว่าอยู่ที่บริเวณเมืองกระบี่ เมืองนี้ใช้ตราลิงเป็นสัญลักษณ์ อย่างไรก็ตามข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่ได้ข้อยุติที่ชัดเจนนัก
            สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็นแขวงเมือง แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ 27 ปี ถึง พ.ศ.2354
            แขวงปกาไสที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองปกาไสนั้น เมื่อมีผู้คนมากขึ้น สภาพภูมิประเทศไม่เหมาะสมที่จะขยายเมืองต่อไป จึงได้ย้ายที่ทำการไปตั้งที่บริเวณบ้านหินขวาง ปากคลองกระบี่ใหญ่ ชาวบ้านเรียกที่แห่งใหม่นี้ว่า ค่ายหินขวาง ต่อมาเมื่อมีผู้คนมากขึ้นทางการจึงให้รวมแขวงต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงคือ แขวงปากลาวแขวงคลองพน และแขวงปกาไสขึ้นเป็นเมือง เรียกว่าเมืองกระบี่ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2415 โดยมีหลวงเทพเสนาเป็นเจ้าเมืองคนแรก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2443 จึงย้ายที่ทำการไปตั้งที่ตำบลปากน้ำ

            เมื่อปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าgเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.128 (พ.ศ. 2352) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่ ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพานเจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอด พระเนตรสถานที่ราชการทอดพระเนตรถ้ำหนองกกซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง) วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา
           ในปี พ.ศ. 2484 เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ 2 แห่งคือที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป เรือกลไฟชื่อถ่องโห ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต - กระบี่ - ตรัง - ปีนัง ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณทะเลกระบี่ ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>>