|

หลักฐานทางโบราณคดีและหลักฐานทางเอกสารที่ปรากฏ้ยืนยันได้ว่า
นครศรีธรรมราชมีกำเนิดมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
7 |
|
เป็นอย่างน้อย
ตามที่ได้ปรากฏชื่อในที่ต่างๆ
หลายชื่อ
ตามความรู้ความเข้าใจที่สืบทอดกันมาและสำเนียงภาษาของชนชาติต่าง
ๆ
ที่เคยเดินทางผ่านมาในระยะเวลาที่ต่างกัน
เช่น กะมะลิง หรือ ตะมะลิง
เป็นภาษาบาลีที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์มหานิเทศ
ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่
7-8
นักปราชญ์ทางโบราณคดีลงความเห็นว่าชื่อเมืองท่า
กะมะลิง หรือ ตะมะลิง
ตรงกับชื่อที่บันทึกหรือจดหมายเหตุจีนเรียกว่า
ตั้ง-มา-หลิ่ง |
|
และในศิลาจารึกเรียกว่า
ตามพรลิงค์คือ นครศรีธรรมราช เป็นชื่อที่เฉาจูกัว
และวังตาหยวน นักจดหมายเหตุจีนได้เขียนไว้ในหนังสือชื่อ
เตา-อี-ชี-เลี้ยว เมื่อ พ.ศ. 1769
ความจริงชื่อตามพรลิงค์นี้นักจดหมายเหตุจีนรุ่นก่อน
ๆ
ก็ได้เคยบันทึกไว้แล้วดังเช่นที่ปรากฏอยู่ในหนังสือสุงชี
ซึ่งบันทึกไว้ว่าเมืองตามพรลิงค์ได้ส่งฑูตไปติดต่อทำไมตรีกับจีน
เมื่อ พ.ศ. 1544 โดยจีนเรียกว่า
ต้น-เหมย-หลิว
อดีตอันรุ่งเรืองของนครศรีธรรมราชได้รับการเผยแพร่ครั้งแล้วครั้งเล่าในรูปแบบและภาษาต่างๆ
ข้อมูลที่นำมาใช้ในการศึกษาตีความทั้งจากศิลาจารึกรุ่นเก่าที่ค้นพบเป็นจำนวนมากในนครศรีธรรมราช
ประติมากรรม
และโบราณวัตถุสถานอื่นๆ
ตลอดจนเอกสารโบราณที่ค้นพบในเมืองนี้เป็นจำนวนมากได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่
เช่น ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช
ตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช
และตำนานพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราช
เป็นต้น
จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากการสำรวจภาคสนามทางโบราณคดีของกรมศิลปากรใน
พ.ศ. 2452 ได้พบเครื่องมือหินเก่าแก่
(จากการเปรียบเทียบโดยถือตามลักษณะเครื่องมือ)
จัดเป็นเครื่องยุคหินไพลสโตซีนตอนปลายที่ถ้ำตาหมื่นยม
ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง
เครื่องมือหินดังกล่าวนี้มีลักษณะกะเทาะหน้าเดียว
รูปไข่ คมรอบ ปลายแหลม
ด้านบนคล้ายรอยโดยตัด
คล้ายกับลักษณะของขวานกำปั้นที่พบ
ณ ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
และจัดว่าเป็นเครื่องมือหินยุคหินกลาง
หรือมีลักษณะเหมือนเครื่องมือหินวัฒนธรรมโฮบิบเนียน
ดังนั้น
จึงอาจจะกล่าวได้ว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีมนุษย์เข้ามาอยู่อาศัยอยู่ตั้งแต่ยุคหินกลางเป็นอย่างน้อย
เป็นต้นมา
ในยุคหินใหม่
ได้พบเครื่องมือเครื่องใช้
และภาชนะดินเผาในยุคนี้กระจัดกระจายโดยทั่วไป
ทั้งที่บริเวณถ้ำและที่ราบของจังหวัดนครศรีธรรมราช
เช่น พบเครื่องหินที่มีป่า
ตัวขวานยาวใหญ่ (บางท่านเรียกว่า
ระนาดหิน) ที่อำเภอท่าศาลา
นอกจากนี้ได้พบขวานหินแบบ
จงอยปากนก, มีดหิน, สิ่วหิน,
และหม้อสามขา เป็นต้น
ในหลายบริเวณของจังหวัดนี้
แสดงว่าในยุคนี้ได้เกิดมีชุมชนขึ้นแล้ว
และชุมชนกระจัดกระจายโดยทั่วไป
อันอาจจะตีความได้ว่าชุมชนในยุคนี้เองที่ได้พัฒนามาเป็นเมืองและมีอารยธรรมที่สูงส่งในระยะต่อมา
ในยุคโลหะ
ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญของยุคนนี้
คือ
กลองมโหระทึกสำริดในนครศรีธรรมราชถึง
2 ใบ คือ ที่บ้านเกตุกาย
ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง ใบหนึ่ง
และที่คลองคุดด้วน อำเภอฉวาง
อีกใบหนึ่ง
กลองมโหรทึกดังกล่าวนี้จัดอยู่ในวัฒนธรรมดองซอน
ย่อมเป็นการยืนยันได้ว่ายุคนี้ชุมชนในนครศรีธรรมราชได้มีการติดต่อหรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชุมชนอื่นแล้ว
การติดต่อดังกล่าวอาจจะโดยการเดินเรือ
แสดงให้เห็นว่าสังคมหรือชุมชนในนครศรีธรรมราช
เริ่มย่างเข้าสู่สังคมเมืองในยุคประวัติศาสตร์แล้ว
ซึ่งระยะที่กล่าวนี้อาจจะเป็นระยะต้นคริสตศักราชหรือพุทธศตวรรษที่
5 |
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|