|
สงขลา
เป็นเมืองที่สำคัญมากเมืองหนึ่งในภาคใต้ของไทย
มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
พบหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายอย่างด้วยกัน
เช่น ขวานหินขัด
เครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ
และหม้อสามขา เป็นต้น
ในเขตอำเภอรัตภูมิ อำเภอสะเดา
อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย
และอำเภอเมือง ฯ
ในสมัยประวัติศาสตร์รัฐโบราณได้พบหลักฐานความเจริญในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ
โดยมีเมืองสทิงพระเป็นศูนย์กลางการปกครอง
และเป็นเมืองท่าค้าขาย |
|
ติดต่อกับจีน อินเดีย มลายู ชวา
ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
เป็นศูนย์กลางการค้ากับนานาชาติ พ่อค้าจากตะวันออก และตะวันตก
ได้เดินทางเข้ามาค้าขายบางพวกได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน
เมืองสงขลาจึงเป็นแหล่งผสมผสานทางวัฒนธรรมอันหลากหลายแห่งหนึ่ง
จากหลักฐานพบว่า
การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา
เริ่มมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เมื่อประมาณ 6,000 ปีมาแล้ว
หลักฐานส่วนใหญ่พบตามถ้ำและเพิงหินบนภูเขา ทางด้านทิศตะวันตก
และทิศใต้ของจังหวัด
พบภาชนะดินเผาแบบหม้อสามขาภาชนะเผาลายเชือกทาบ
ขวานหินขัด
โครงกระดูกมนุษย์และสัตว์
ในสมัยหินใหม่ฝังอยู่ในถ้ำและเพิงหินทางทิศเหนือของเขารักเกียรติ
ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ
พบภาขนะดินเผาลายเชือกทาบ
ในสมัยหินใหม่เป็นจำนวนมาก
ที่เขารูปช้าง ตำบลปาดังเบซาร์
อำเภอสะเดา
พบขวานหินขัดที่บ้านควนตูล
อำเภอเมือง ฯ ที่ตำบลบาโหย
อำเภอสะบ้าย้อย
และที่บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ
ชนชาติจีนและอินเดีย
ได้นำวัฒนธรรมอันเนื่องด้วยศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่
เมื่อผสมกับวัฒนธรรมเดิม
จึงได้พัฒนาเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของสงขลา
ชุมชนค่อย ๆ
เจริญขึ้นเป็นชุมชนเมืองท่าในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ
เมืองสทิงพระ
มีกำเนิดและพัฒนาการมาอย่างไร
ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
แต่มีเอกสารเพลานางเลือดขาว
เรียกเมืองสทิงพระว่ากรุงสทิงพาราณสี
และเจ้าพระยาสทิงพระ
ชื่อว่าเจ้าพระยากรุงสทิงพาราณสี
เมืองสทิงพระได้เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
12 - 18
ในสมัยตามพรลิงค์และสมัยศรีวิชัย
เมืองสทิงพระได้ปกครองดูแลเมืองเล็กเมืองน้อยที่ตั้งอยู่โดยรอบทะเลสาบสงขลา
และริมคลองที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา
รวมทั้งเมืองพัทลุง
ที่อยู่ในปกครองของเมืองสทิงพระ |
|
||
อ่านต่อ
>>> |

|
|
|