บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัดตรัง

ข้อมูล » ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา (2)

        ประมาณ พ.ศ. 1800 พระเจ้าโรจนราชหรือพระเจ้าล่วงแห่งกรุงสุโขทัย ร่วมกับพระเจ้าสิริธรรมนครส่งสมณฑูตไปขอพระพุทธสิหิงค์ยังลังกาทวีป ตอนเดินทางกลับเกิดเรือแตก แต่มีพระยานาคราชมาช่วยไว้ ทำให้พระเจ้าสิริธรรมนครได้พระพุทธปฏิมากลับคืน แล้วพระเจ้าล่วงก็มารับพระพุทธสิหิงค์ไปสุโขทัย ตำนานท้องถิ่นตรัง เล่าถึงการนำพระพุทธสิหิงค์จากลังกามาซ่อนไว้ที่โคนต้นมะม่วงที่หมู่บ้านปากน้ำตรัง ก่อนทางนครศรีธรรมราชจะนำส่งให้สุโขทัย ส่วนตำนานเมืองพัทลุง กล่าวถึงนางเลือดขาวและพระกุมาร ผู้สร้างเมืองพัทลุง มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเดินทางเข้ามายังเมืองตรัง เพื่อลงเรือไปยังลังกา ขากลับนางเลือดขาวและพระกุมารได้สร้างวัดพระศรีสรรเพชญพุทธสิหิงค์ และพระบรรทมองค์หนึ่งไว้ที่เมืองตรัง วัดพระศรีสรรเพชญพุทธสิหิงค์อยู่ในอำเภอนาโยงปัจจุบัน ส่วนพระบรรทมที่ว่านั้น มีตำนานเกี่ยวข้อง 2 แห่ง คือ อาจจะเป็นพระบรรทมวัดถ้ำพระพุทธ ตำบลหนองบัว อำเภอรัษฎา หรือพระบรรทมวัดภูเขาทอง ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง องค์ใดองค์หนึ่ง
         ก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยา ราชวงศ์อู่ทองซึ่งมีอำนาจอยู่ในบริเวณภาคกลางเริ่มขยายอำนาจไปทั้งทางเหนือและทางใต้ พ.ศ.๒๑๕๗ ตรงกับสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ตรังมีชุมชนใหญ่ระดับเมืองตรงบริเวณเขา "สะบาป" มีขุนนางและกรมการเมืองพรั่งพร้อม มา "เลิกศาสนา" คือ ปฏิสังขรณ์วัด บริเวณที่ตั้งเมืองในระยะนี้น่าจะอยู่ไม่ไกลจากเขาสามบาตร ตอนปลายกรุงศรีอยุธยา นครศรีธรรมราชมีฐานเป็นหัวเมืองชั้นเอก พอถูกพม่าตีกรุงแตก  ปลัดเมือง (หนู) ได้ขึ้นเป็นเจ้านคร ตั้งตนเป็นอิสระ มีเมืองต่าง ๆ ตั้งแต่ชุมพรถึงแหลมมลายู ซึ่งรวมทั้งเมืองตรัง มาขึ้นกับเจ้านคร (หนู) เป็นชุมนุมนครศรีธรรมราช หนึ่งใน 5 ชุมนุมหลังกรุงแตก
             เมื่อพระเจ้าตากสินปราบชุมนุมพิษณุโลกและพิมายได้แล้ว ก็ยกทัพมาตีนครศรีธรรมราช ใน พ.ศ.๒๓๑๒ เจ้านคร (หนู) หนีไปถึงปัตตานี กองทัพกรุงธนบุรีตามจับได้ เนื่องจากยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี จึงพระราชทานอภัยโทษ โปรดให้เข้ารับราชการในกรุง แล้วทรงตั้งเจ้านราสุริยวงศ์ พระเจ้าหลานเธอ ปกครองนครศรีธรรมราชในฐานะเจ้าประเทศราช ซึ่งรวมหัวเมืองภาคใต้ทั้งหมด ต่อมา พ.ศ.2319 เจ้านราสุริยวงศ์ถึงแก่พิราลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้านคร (หนู) กลับมาปกครองนครฯ อีกครั้ง และยกเมืองขึ้นของนครฯ คือ ไชยา พัทลุง ถลาง ชุมพร ทั้งให้แยกเมืองสงขลา มาขึ้นตรงต่อกรุงธนบุรี หัวเมืองของนครฯ ในครั้งนั้น จึงมีแต่เมืองตรังและเมืองท่าทองคู่กันในฐานะเป็นเมืองท่าฝั่งทะเลตะวันตกและฝั่งทะเลตะวันออก

         ใน พ.ศ.2345 ทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราชกล่าวถึงหลวงอุไภยราชธานี เป็นผู้พยาบาลเมืองตรัง ถือศักดินา 1600 แสดงว่า เมืองตรังเป็นเมืองสำคัญ เพราะเจ้าเมืองที่ถือศักดินา 1600 ของนครศรีธรรมราชขณะนั้น มีเฉพาะเมืองตรังกับเมืองท่าทองเท่านั้น ต่อมา พ.ศ.2355 ในทำเนียบกรมการเมืองตรังของเก่า กล่าวถึงการจัดระเบียบเมืองตรังอีกครั้ง มีชื่อพระอุไภยราชธานีเป็นผู้ว่าราชการเมือง แต่จะอยู่ในตำแหน่งกี่ปีไม่แน่ชัด พระอุไภยผู้นี้มีหลักฐานคำบอกเล่าจากชาวบ้านว่าเป็นผู้สร้างศาลหลักเมืองตรังที่ตำบลควนธานี พร้อม ๆ กันนี้ พระยานคร (น้อย) ก็จัดการเรื่องการค้าขายกับหัวเมืองมลายู และอินเดียผ่านทางท่าเรือกันตัง สินค้าสำคัญ มีช้างและดีบุก การเก็บภาษีที่สำคัญอีกทางหนึ่งได้จากรังนกและปลิงทะเล
          พ.ศ.2367 ผู้สำเร็จราชการอังกฤษที่เกาะปีนัง ได้ส่งร้อยโท เจมส์ โลว์ เป็นฑูตเดินทางมาเพื่อเจรจาความเมืองกับพระยานคร (น้อย) แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเมืองนครฯ ฝ่ายพระยานครฯ ก็ไม่ได้ออกมาพบ เพียงแต่ส่งบุตรชาย (ซึ่งคงจะเป็นนายน้อยกลาง ภายหลังได้เป็นพระเสน่หามนตรี) ไปพบ เจมส์ โลว์ ที่หมู่บ้านพระม่วงปากน้ำตรัง ระยะนี้เมืองตรังยังคงเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ สินค้าออกมี ข้าว ดีบุก งาช้าง รังนก ฯลฯ ทั้งยังเป็นอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ มีคนประจำทำงานต่อเรืออยู่ถึง 1000 คน
              พ.ศ.2381 มีงานถวายพระเพลิงศพพระสมเด็จพระศรีสุลาไลย พระราชชนนี พันปีหลวงในรัชกาลที่ ๓ พระยาสงขลา เจ้าพระยานคร (น้อย) เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตนกูมะหะหมัดสอัด ตนกูมะหะหมัดอาเกบ หลานเจ้าพระยาไทรบุรีก่อกบฎ ยึดเมืองไทรบุรีได้เข้าแล้วตีปัตตานี สงขลา และหัวเมืองแขกทั้งเจ็ด ทั้งให้หวันหมาดหลี สลัดแขกที่เกาะยาว เข้ามาตีเมืองตรังด้วย ขณะนั้นมีพระสงครามวิชิตเป็นผู้ว่าราชการเมือง ปรากฏว่า สู้พวกโจรสลัดไม่ได้ หนีแตกมาพร้อมกับคนหกคนไปแจ้งข่าว แก่เมืองนครศรีธรรมราช พระสงครามวิชิตผู้นี้ชื่อม่วง เป็นบุตรเจ้าพระยานคร  (น้อย) ภายหลังคงจะได้เป็นพระอุไทยธานีปกครองเมืองตรังต่อมา แล้วคงจะมีเหตุให้ถูกถอดจากราชการ เป็นนายม่วงอุไทยธานีนอกราชการ เมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จฯ สงขลา พ.ศ.2402 ได้ตามเสด็จฯ แล้วหนีเลยมาเมืองตรัง จึงถูกสั่งให้นำตัวเข้ากรุงเทพฯ โดยเร็ว ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ไปสักเลกที่ชุมพรและถึงแก่กรรมที่เมืองนั้น เมื่อ พ.ศ 2405
         หลังพระอุไทยธานี เมืองตรังมีผู้ว่าราชการเมืองอีกคนหนึ่ง เข้าใจว่าเป็นพระยาตรังนาแขก (สิงห์) สุดท้ายป่วยถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2396 ทางกรุงเทพฯ จึงมีสารตราแต่งตั้งหลวงพิชัยธานปีปลัดเมืองให้เป็น พระตรังควิษยานุรักษ์พิทักษ์รัฐสีมา (ต้นตระกูล วิทยารัฐ) จนถึงประมาณ พ.ศ. 2416 ปรากฏว่า เมืองตรังว่าง เจ้าเมืองมีสารตรามอบให้พระศิริธรรมบริรักษ์ ปลัดเมืองนครศรีธรรมราชรักษาเมืองตรัง

<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>>

จังหวัด » กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook